หลายคนมีความฝันอยากไปสัมผัสความสวยงามของปรากฏการณ์ออโรร่าด้วยตาตัวเองสักครั้ง แต่การวางแผนอาจดูซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะไม่ต้องกังวลไปครับ เรา Go Together Travel จะมาให้คำตอบว่าแสงเหนืออยู่ประเทศอะไรและควรไปดูช่วงเวลาไหนรถึงเหมาะสมที่สุดครับ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ทำไมการล่าแสงเหนือถึงเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักเดินทาง?
ปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือ ออโรร่า บอเรลลิส (Aurora Borealis) ไม่ได้เกิดขึ้นได้ทั่วไปในทุกพื้นที่บนโลกครับ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการชนกันของอนุภาคจากลมสุริยะและสนามแม่เหล็กโลก ด้วยเหตุนี้ แสงเหนือจึงมักปรากฏให้เห็นเฉพาะบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือเท่านั้น การเดินทางไปชมแสงเหนือจึงเปรียบเสมือนการเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่หาดูได้ยาก
สำหรับคนในวัยทำงานอย่างเรา การจัดทัวร์เที่ยวต่างประเทศเพื่อไปล่าแสงเหนือ ถือเป็นการให้รางวัลชีวิตที่คุ้มค่าเหนื่อย เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง: แจกหมุด 4 ประเทศยอดฮิตตอนนี้ ถ้าคุณเที่ยวยุโรปครั้งแรก

แสงเหนืออยู่ประเทศอะไร อัปเดตพิกัดยอดฮิตที่ต้องไปเยือน
การเลือกประเทศที่จะเดินทางไปชมแสงเหนือขึ้นอยู่กับสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคนครับ เราได้คัดเลือก 4 ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางระดับท็อปมาให้พิจารณากันครับ
1.ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง
ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่โดดเด่นมาก เพราะคุณสามารถมองเห็นแสงเหนือได้จากเกือบทุกพื้นที่ของประเทศหากสภาพอากาศเป็นใจ ไม่จำเป็นต้องเดินทางขึ้นเหนือสุดเสมอไป
นอกจากแสงเหนือแล้ว ไอซ์แลนด์ยังมีภูมิประเทศที่สวยงามแปลกตา ทั้งน้ำตก ภูเขาไฟ และถ้ำน้ำแข็ง ทำให้การไปทัวร์เที่ยวต่างประเทศที่นี่ ได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มอิ่มครบทุกรสชาติครับ
2.ประเทศนอร์เวย์ (Norway) เมืองหลวงแห่งออโรร่า
เมื่อพูดถึงการล่าแสงเหนือ เมืองทรอมโซ (Tromso) ในประเทศนอร์เวย์มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกนึกถึงครับ เพราะตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลพอดี ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้บ่อยและชัดเจนมาก
ทรอมโซยังเป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีกิจกรรมให้ทำเยอะ เช่น การนั่งรถลากเลื่อนสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ หรือการล่องเรือชมฟยอร์ด ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่น่าเบื่อเลยครับ
3.ประเทศฟินแลนด์ (Finland) นอนอิกลูกระจกสุดโรแมนติก
สำหรับใครที่อยากดูแสงเหนือแบบสบายๆ ไม่ต้องทนหนาว ฟินแลนด์คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ โดยเฉพาะในเขตแลปแลนด์ (Lapland) ที่มีที่พักสไตล์อิกลูกระจก (Glass Igloo) ให้บริการมากมาย
คุณสามารถนอนซุกตัวในผ้าห่มอุ่นๆ แล้วมองดูแสงเหนือเต้นระบำผ่านหลังคากระจกใสได้เลย เป็นประสบการณ์ที่โรแมนติกและเหมาะกับการไปพักผ่อนอย่างแท้จริงครับ
4.ประเทศสวีเดน (Sweden) ท้องฟ้าเปิดโล่ง โอกาสเห็นสูง
อุทยานแห่งชาติอบิสโก (Abisko) ในประเทศสวีเดน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการชมแสงเหนือครับ
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งและมีเมฆน้อย โอกาสที่ท้องฟ้าจะเปิดโล่งให้เราได้เห็นแสงเหนือจึงมีสูงกว่าพื้นที่อื่นในภูมิภาคเดียวกันครับ

เปรียบเทียบ 4 ประเทศยอดฮิตสำหรับล่าแสงเหนือ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละประเทศกันครับ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกไปที่ไหนดี
| ประเทศ | จุดเด่นหลัก | สไตล์การท่องเที่ยวที่เหมาะสม | โอกาสเจอปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอื่น |
| ไอซ์แลนด์ | ดูได้ทั่วประเทศ ภูมิประเทศอลังการ | สายลุย ชอบธรรมชาติและขับรถเที่ยว | น้ำตก ถ้ำน้ำแข็ง ภูเขาไฟ |
| นอร์เวย์ | เมืองทรอมโซ โอกาสเห็นแสงเหนือสูง | สายกิจกรรม ชอบเมืองที่มีชีวิตชีวา | ฟยอร์ด วาฬ รถลากเลื่อนฮัสกี้ |
| ฟินแลนด์ | ที่พักแบบอิกลูกระจก นอนดูสบายๆ | สายชิล เน้นพักผ่อน โรแมนติก | หมู่บ้านซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ |
| สวีเดน | อบิสโก ฟ้าใสไร้เมฆ โอกาสเห็นสูง | สายถ่ายภาพ เน้นดูแสงเหนือแบบจริงจัง | ธรรมชาติเงียบสงบ วิวภูเขา |
ช่วงเวลาไหนดีที่สุด ในการไปดูแสงเหนือ?
นอกจากสถานที่แล้ว “เวลา” คือหัวใจสำคัญที่สุดในการล่าแสงเหนือครับ แม้จะไปถูกที่ แต่ถ้าไปผิดเวลา โอกาสที่จะได้เห็นก็แทบจะเป็นศูนย์
ฤดูกาลและเดือนที่เหมาะสมที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชมแสงเหนือคือช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือครับ ซึ่งก็คือระหว่างปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนมีนาคม
ในช่วงเวลานี้ กลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ทำให้เรามีเวลาในการเฝ้ารอและสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้นานขึ้น โดยเฉพาะเดือนตุลาคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม มักจะมีสถิติการเกิดแสงเหนือที่ชัดเจนครับ

ปัจจัยเรื่องสภาพอากาศและความมืด
ความมืดและสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งคือตัวแปรสำคัญครับ คืนที่จะเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนที่สุดคือคืนที่เดือนมืด (New Moon) และไม่มีเมฆมาบดบัง ดังนั้นก่อนเดินทางควรเช็กพยากรณ์อากาศล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีแสงไฟจากเมืองรบกวน (Light Pollution) เพื่อให้มองเห็นความสว่างของแสงออโรร่าได้อย่างเต็มที่ครับ
เข้าใจค่า KP Index ตัวช่วยชี้วัดแสงเหนือ
อีกหนึ่งตัวช่วยที่นักล่าแสงเหนือต้องรู้จักคือ ค่า KP Index (Planetary K-index) ซึ่งเป็นมาตรวัดความรุนแรงของพายุสุริยะ มีระดับตั้งแต่ 0 ถึง 9 ครับ
- KP 1-3: โอกาสเห็นน้อย แสงอาจจะจางๆ ต้องใช้กล้องถ่ายรูปถึงจะมองเห็นชัด
- KP 4-5: มีโอกาสเห็นแสงเหนือด้วยตาเปล่าได้ชัดเจน แสงเริ่มมีการเคลื่อนไหว
- KP 6 ขึ้นไป: เกิดพายุสุริยะรุนแรง แสงเหนือจะชัดเจนมากและมีสีสันหลากหลาย ทั้งเขียว ชมพู และม่วง
ทริคเล็กๆ สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปล่าแสงเหนือ
เมื่อรู้แล้วว่าแสงเหนือไปดูที่ไหนดีและช่วงเวลาไหนดีที่สุด การเตรียมตัวให้พร้อมก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญครับ
- เครื่องแต่งกาย: ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้ครบถ้วนแบบจัดเต็ม เพราะการรอแสงเหนือมักต้องยืนกลางแจ้งในอุณหภูมิติดลบเป็นเวลานาน แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าแบบเลเยอร์ (Layering)
- อุปกรณ์ถ่ายภาพ: กล้องมือถือรุ่นใหม่ๆ สามารถถ่ายแสงเหนือได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากได้ภาพสวยคมชัด ควรเตรียมกล้องที่มีโหมดปรับตั้งค่าเอง (Manual) พร้อมขาตั้งกล้องที่แข็งแรง
- แอปพลิเคชันพยากรณ์: โหลดแอปพลิเคชันพยากรณ์แสงเหนือติดมือถือไว้ เช่น My Aurora Forecast เพื่อคอยเช็กค่า KP และเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นในแต่ละคืน
Q&A
Q : ไปดูแสงเหนือต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่?
A : ขึ้นอยู่กับประเทศและระยะเวลาของทริปครับ หากเดินทางด้วยตัวเองงบอาจเริ่มต้นที่ 70,000 – 100,000 บาทขึ้นไป แต่หากเลือกซื้อทัวร์เที่ยวต่างประเทศกับบริษัทที่เชี่ยวชาญ คุณจะสามารถควบคุมงบประมาณได้ชัดเจนกว่า และมีคนจัดการเรื่องการเดินทางที่ยุ่งยากให้ทั้งหมดครับ
Q : ถ่ายรูปแสงเหนือด้วยโทรศัพท์มือถือได้ไหม?
A : ปัจจุบันมือถือสมาร์ตโฟนหลายรุ่นมี Night Mode หรือ Pro Mode ที่สามารถตั้งค่า Speed Shutter นานๆ ได้ จึงสามารถถ่ายแสงเหนือได้ครับ แต่แนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อไม่ให้ภาพเบลอ
Q : โอกาสที่จะได้เจอแสงเหนือมีมากน้อยแค่ไหน?
A : ไม่มีใครการันตีได้ 100% ว่าจะเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ไปครับ เพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติล้วนๆ ทั้งค่าพายุสุริยะและสภาพอากาศที่ห้ามมีเมฆบัง แต่การไปในประเทศและช่วงเวลาที่เราแนะนำ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สูงที่สุดครับ
สรุป
- เป้าหมายยอดฮิตในการล่าแสงเหนือคือ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดน ซึ่งแต่ละหน้าที่มีจุดเด่นต่างกัน
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนมีนาคม เพราะกลางคืนยาวนานและฟ้ามืดสนิท
- ปัจจัยสำคัญในการเห็นแสงเหนือคือ ท้องฟ้าต้องเปิดโล่ง ไร้เมฆหมอก ไม่มีแสงไฟเมืองรบกวน และมีค่า KP Index ในระดับที่เหมาะสม
- การวางแผนผ่านบริการจัดทัวร์เที่ยวต่างประเทศมืออาชีพ จะช่วยให้การเดินทางไปพื้นที่อากาศหนาวจัดเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และเพิ่มโอกาสสำเร็จในการล่าแสงเหนือได้มากขึ้นครับ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
- ซานมาริโน (San Marino) เมืองจิ๋วบนยอดเขาที่ไม่ควรพลาด
- ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ดียังไง ทำไมคนไทยอยากไปมากที่สุดในยุโรป
ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- Website Go Together Travel : https://gotogethertravel.com/
- Line OA : https://lin.ee/BOJRdh4
- Facebook : https://www.facebook.com/goto.gethertravel
- Tel : 02-214-6088
- Mail : [email protected]
ข้อมูลอ้างอิง


