เที่ยวอิลลูลิทแซท Ilulissat สัมผัสธารน้ำแข็งมรดกโลก

เที่ยวอิลลูลิทแซท Ilulissat

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ หลีกหนีความวุ่นวาย และต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติขั้วโลกแบบส่วนตัว เมืองอิลลูลิทแซท (Ilulissat) ประเทศกรีนแลนด์ คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิตครับ

เราเชื่อว่าหลายคนที่เคยเที่ยวแถบสแกนดิเนเวียหรือไอซ์แลนด์มาแล้ว มักจะเริ่มมองหาพรมแดนใหม่ที่ท้าทายและมีความพรีเมียมเฉพาะตัวมากขึ้น อิลลูลิทแซทเป็นเมืองที่มีภูเขาน้ำแข็งลอยน้ำที่อลังการที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และในบทความนี้ Go Together Travel จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของการเดินทางครับ

Key Takeaways

  • อิลลูลิทแซท (Ilulissat) เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็ง Ilulissat Icefjord ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดย UNESCO
  • ช่วงเวลาท่องเที่ยวยอดนิยมแบ่งเป็น 2 ฤดูหลัก คือ ฤดูร้อนสำหรับชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนและล่องเรือไอซ์เบิร์ก และฤดูหนาวสำหรับการล่าแสงเหนือและนั่งหมาลากเลื่อน
  • การเดินทางต้องต่อเครื่องผ่านประเทศเดนมาร์กหรือไอซ์แลนด์ เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย
  • เที่ยวบินภายในกรีนแลนด์ใช้เครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักสัมภาระและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
  • การวางแผนแบบทัวร์ส่วนตัว (Private Group) จะช่วยบริหารจัดการเวลา สภาพอากาศ และการจองโรงแรมวิวธารน้ำแข็งที่มักเต็มล่วงหน้าข้ามปีได้ดีที่สุด

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวอิลลูลิทแซท Ilulissat เมืองหลวงแห่งภูเขาน้ำแข็ง

อิลลูลิทแซทตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ ชื่อเมืองในภาษาพื้นเมืองแปลว่า “ภูเขาน้ำแข็ง” (Icebergs) ซึ่งอธิบายเอกลักษณ์ของเมืองนี้ได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุดครับ

พื้นที่ของเมืองอยู่ติดกับฟยอร์ดน้ำแข็ง Disko Bay ที่เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่หลุดออกมาจากธารน้ำแข็ง Sermeq Kujalleq ซึ่งเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวเร็วและมีผลผลิตน้ำแข็งมากที่สุดในโลก นอกเหนือจากทวีปแอนตาร์กติกา

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 สถานที่ท่องเที่ยวกรีนแลนด์ ดินแดนแสงเหนือและธารน้ำแข็ง

กิจกรรมระดับพรีเมียมที่ต้องสัมผัสสักครั้ง

การมาเยือนอิลลูลิทแซทไม่ได้มีเพียงแค่การยืนดูวิวจากชายฝั่ง แต่มีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ช่วยให้คุณเข้าถึงธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

สัมผัสวัฒนธรรมสุนัขลากเลื่อนดั้งเดิม (Dog Sledding)
  • การล่องเรือชมไอซ์เบิร์ก (Icefjord Boat Safari): ล่องเรือฝ่าแผ่นน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ โดยเฉพาะช่วงค่ำในฤดูร้อนที่จะได้เห็นแสงสีทองของพระอาทิตย์เที่ยงคืนกระทบกับผิวน้ำแข็งสีฟ้าคราม
  • การนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็งมรดกโลก: บินสำรวจมุมมองจากฟากฟ้าเหนือ Ilulissat Icefjord และแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ (Greenland Ice Sheet) เพื่อชมความกว้างใหญ่ของขั้วโลกเหนือ
  • การเดินเทรลเส้นทางประวัติศาสตร์ Sermermiut: เส้นทางเดินไม้ลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งฟยอร์ดที่มีทัศนียภาพงดงาม เหมาะกับทุกคนโดยไม่ต้องใช้ทักษะการปีนเขาขั้นสูง
  • สัมผัสวัฒนธรรมสุนัขลากเลื่อนดั้งเดิม (Dog Sledding): กิจกรรมเฉพาะในฤดูหนาวที่จะพาคุณเดินทางข้ามทุ่งหิมะด้วยวิธีดั้งเดิมของชาวอินูอิตแท้ๆ
ฤดูกาลช่วงเดือนไฮไลต์เด่นสภาพอากาศเฉลี่ย
ฤดูร้อน (Summer)มิ.ย. – ส.ค.พระอาทิตย์เที่ยงคืน, ล่องเรือชมวาฬ, เดินเทรล5°C ถึง 12°C
ฤดูเปลี่ยนผ่าน (Autumn)ก.ย. – ต.ค.เริ่มเห็นแสงเหนือ, ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีตามทุ่งทุนดรา-2°C ถึง 5°C
ฤดูหนาว (Winter)พ.ย. – เม.ย.แสงเหนือเต็มท้องฟ้า, สุนัขลากเลื่อน, ทะเลน้ำแข็ง-10°C ถึง -25°C

กลยุทธ์การต่อเครื่องและการจัดการสัมภาระสู่กรีนแลนด์ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

การเดินทางไปอิลลูลิทแซทนับเป็นการเดินทางที่ซับซ้อนกว่าทริปยุโรปทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากกรีนแลนด์ไม่มีโครงข่ายถนนเชื่อมระหว่างเมือง การสัญจรทั้งหมดต้องพึ่งพาทางอากาศและทางเรือเท่านั้นครับ

เส้นทางบินหลักต้องเริ่มจากการบินไปตั้งหลักที่กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) หรือเรคยาวิก (ไอซ์แลนด์) จากนั้นจึงต่อสายการบิน Air Greenland หรือ Icelandair เพื่อบินเข้าสู่สนามบิน Kangerlussuaq หรือ Nuuk ก่อนจะต่อเครื่องบินเล็กต่อไปยังอิลลูลิทแซท

สนใจบริการจัดทัวร์ไอซ์แลนด์ : คลิก

tour service banner

สิ่งที่นักเดินทางมักพบปัญหาคือเรื่องข้อจำกัดของเครื่องบินใบพัด (Dash-8) ซึ่งมีข้อกำหนดเข้มงวด ดังนี้:

  • โควตาน้ำหนักกระเป๋าที่จำกัด: สายการบินภายในกรีนแลนด์มักจำกัดน้ำหนักสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องเพียง 20 กิโลกรัมต่อท่าน และกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 8 กิโลกรัม
  • ขนาดสัมภาระที่พอเหมาะ: ช่องเก็บของเหนือศีรษะมีขนาดเล็กมาก กระเป๋าถือทรงแข็งขนาดใหญ่อาจจำเป็นต้องโหลดใต้ท้องเครื่องทั้งหมด
  • แผนสำรองกรณีเที่ยวบินล่าช้า (Buffer Days): สภาพอากาศขั้วโลกแปรปรวนสูงมาก หากมีพายุหิมะหรือหมอกลงจัด เที่ยวบินอาจเลื่อนได้ทันที การจัดทริปจึงควรมีวันว่างสำรองก่อนบินกลับประเทศหลักเสมอ

เราแนะนำว่าการเลือกเดินทางแบบกลุ่มส่วนตัวที่ออกแบบตารางบินอย่างรัดกุม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเครื่องระหว่างประเทศได้ดีกว่าการจองตั๋วแยกรายเที่ยวด้วยตนเองครับ

การเลือกที่พักและบริหารงบประมาณระดับพรีเมียมในอิลลูลิทแซท

อิลลูลิทแซทเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรราว 5,000 คนเท่านั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวจึงมีขีดจำกัดอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในยุโรป

โรงแรมระดับพรีเมียมที่มีระเบียงห้องพักหันหน้าเข้าหา Ilulissat Icefjord โดยตรง เช่น Hotel Arctic หรือโรงแรมสไตล์บูทีกริมหน้าผา มักถูกจองล่วงหน้าเต็มเป็นเวลา 6 ถึง 12 เดือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีเรือสำราญและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามา

ข้อเท็จจริงด้านค่าใช้จ่ายและบริการที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจเดินทาง:

  • ต้นทุนอาหารและวัตถุดิบ: สินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทั้งหมดต้องนำเข้าผ่านทางเรือหรือเครื่องบิน ทำให้ค่าครองชีพและราคาอาหารในร้านอาหารมีราคาสูงกว่าเมืองหลวงในยุโรปทั่วไปประมาณ 30-50%
  • อินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร: สัญญาณอินเทอร์เน็ตบนเกาะผ่านระบบดาวเทียม แม้ว่าโรงแรมจะมีบริการ Wi-Fi แต่ความเร็วอาจไม่เทียบเท่าเมืองใหญ่ การซื้อ e-SIM ท้องถิ่นจึงต้องตรวจสอบเครือข่ายที่รองรับอย่างละเอียด
  • ประสบการณ์อาหารท้องถิ่น: ไฮไลต์ที่น่าลิ้มลองคือ Greenlandic Buffet ที่รวบรวมวัตถุดิบสดจากธรรมชาติ เช่น กุ้งน้ำเย็น กวางเรนเดียร์ และปลาฮาลิบัต ซึ่งได้รับการปรุงในสไตล์นอร์ดิกสมัยใหม่
การเลือกที่พักและบริหารงบประมาณระดับพรีเมียมในอิลลูลิทแซท

การท่องเที่ยวในดินแดนห่างไกลเช่นนี้ การเดินทางกับผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นทางเฉพาะกลุ่มอย่าง Go Together Travel ที่คัดสรรห้องพักวิวที่ดีที่สุดและมีคอนเนกชันในท้องถิ่น จะช่วยการันตีความสะดวกสบายและมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับงบประมาณที่คุณจ่ายไปครับ

Q&A

Q : คนไทยไปเที่ยวอิลลูลิทแซท กรีนแลนด์ ต้องใช้วีซ่าอะไร?

A : ต้องขอวีซ่าเดนมาร์กโดยระบุเป็นพิเศษว่า “Valid for Greenland” ครับ เนื่องจากกรีนแลนด์ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเชงเกน (Schengen Area) แม้คุณจะมีวีซ่าเชงเกนทั่วไปก็ไม่สามารถใช้เดินทางเข้ากรีนแลนด์ได้หากไม่มีข้อความระบุอนุญาต

Q : ควรใช้เวลาเที่ยวกี่วันในอิลลูลิทแซทถึงจะครอบคลุม?

A : ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเมืองอิลลูลิทแซทคือ 4-5 วันครับ ซึ่งจะเพียงพอต่อการทำกิจกรรมล่องเรือ เดินเทรล บินเฮลิคอปเตอร์ และยังมีเวลาสำรองกรณีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในบางวัน

Q : ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการดูแสงเหนือที่อิลลูลิทแซทที่สุด?

A : ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ท้องฟ้ามืดสนิทและมีโอกาสเห็นแสงเหนือชัดเจนที่สุด โดยอิลลูลิทแซทตั้งอยู่ใต้แนว Aurora Oval พอดี ทำให้เห็นปรากฏการณ์นี้ได้อย่างสวยงามหากท้องฟ้าโปร่งครับ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง