เจาะลึกพิกัดเที่ยวกรีนแลนด์ เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับ 10 จุดเช็กอินห้ามพลาด ตั้งแต่ธารน้ำแข็งมรดกโลก เมืองสีลูกกวาดสุดน่ารัก ไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกลางวิวหิมะ พร้อมแนะนำช่วงเวลาเดินทางและเทคนิคการเตรียมตัวฉบับเข้าใจง่ายสำหรับคนไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งสำคัญในชีวิต
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ทำไมกรีนแลนด์ถึงเป็นจุดหมายปลายทางที่คนรุ่นใหม่ต้องไปให้ได้สักครั้ง?
การเดินทางท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ใช่แค่การไปแลนด์มาร์กซ้ำๆ ที่ใครก็ไปกัน แต่เป็นการออกไปค้นหาประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ซึ่งกรีนแลนด์ตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความหนาวเย็นและน้ำแข็งอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่มีทั้งวัฒนธรรมอินูอิตอันมีเสน่ห์ บ้านเรือนสีสันสดใสตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาหิมะ และกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมที่ท้าทายความสามารถ
ในมุมมองเชิงกลยุทธ์การท่องเที่ยว กรีนแลนด์กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีและผจญภัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายจากนักท่องเที่ยวล้นเมือง การได้มาเยือนที่นี่จึงเหมือนการได้สัมผัสโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเวอร์ชันที่สะดวกสบายและปลอดภัย เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงานที่อยากชาร์จพลังด้วยความเงียบสงบและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง: แจกหมุด 4 ประเทศยอดฮิตตอนนี้ ถ้าคุณเที่ยวยุโรปครั้งแรก
10 สถานที่ท่องเที่ยวกรีนแลนด์ ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง?
1. อิลูลิสแซท ไอซ์ฟยอร์ด มรดกโลกที่ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง
สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรีนแลนด์ครับ อิลูลิสแซท ไอซ์ฟยอร์ด เป็นธารน้ำแข็งขนาดมหึมาที่เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลตลอดเวลา สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสคือภาพของภูเขาน้ำแข็งขนาดเท่าตึกหลายสิบชั้นลอยล่องอยู่ในฟยอร์ดอย่างน่าอัศจรรย์ กิจกรรมยอดฮิตคือการนั่งเรือล่องไปในระหว่างภูเขาน้ำแข็งในช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งแสงแดดสีทองจะกระทบกับผิวน้ำแข็งเป็นประกายชมพูส้ม เป็นภาพที่สวยงามจนแทบลืมหายใจเลยครับ

2. เมืองนุก เมืองหลวงที่มีสีสันสลับกับธรรมชาติ
นุก เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและมีความทันสมัยอย่างคาดไม่ถึงครับ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของแฟชั่น อาหาร และวัฒนธรรมของกรีนแลนด์ คุณจะได้เห็นตึกรามบ้านช่องสไตล์นอร์ดิกสีสันฉูดฉาดตั้งเรียงรายอยู่ริมชายฝั่งทะเล โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาเซิร์มซวักอันยิ่งใหญ่ การเดินเล่นในเมืองนี้คุณจะได้สัมผัสทั้งคาเฟ่สุดชิค พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงในสไตล์ฟิวชันครับ
3. ธารน้ำแข็งเอคิ จุดชมการถล่มของน้ำแข็งที่ตื่นตาตื่นใจที่สุด
หากต้องการสัมผัสความทรงพลังของธรรมชาติ ต้องมาที่ธารน้ำแข็งเอคิครับ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอิลูลิสแซทไปทางเหนือ โดยเรือจะพานักท่องเที่ยวเข้าไปจอดในระยะที่ปลอดภัยเพื่อเฝ้ารอชมปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มลงสู่ทะเล เสียงของน้ำแข็งที่แตกตัวจะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้อง พร้อมกับภาพก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่ร่วงหล่นลงน้ำจนเกิดคลื่นกระจาย เป็นประสบการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นและแสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างชัดเจนที่สุดครับ
4. บ่อน้ำพุร้อนอูนาต็อก แช่น้ำอุ่นกลางวิวภูเขาน้ำแข็งฟินอย่าบอกใคร
ลองจินตนาการถึงการได้นอนแช่น้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 38 องศาเซลเซียส ในขณะที่รอบตัวรายล้อมไปด้วยภูเขาหิมะและมีภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่เบื้องหน้าดูครับ บ่อน้ำพุร้อนอูนาต็อกตั้งอยู่บนเกาะร้างทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติแท้ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากภูเขาไฟ แต่เกิดจากชั้นหินใต้ดินที่ทำความร้อน ที่นี่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรูหรา มีเพียงธรรมชาติล้วนๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความผ่อนคลายและสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ

5. เมืองซิซิมิอุต เมืองสีลูกกวาดที่มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์
ซิซิมิอุต เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของกรีนแลนด์ ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไปเล็กน้อย เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกลางแจ้งตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวที่นี่จะหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่มาเล่นสโนว์โมบิล นั่งรถลากเลื่อนสุนัข และเล่นสกี ส่วนในฤดูร้อนจะเป็นสวรรค์ของนักเดินป่าและพายเรือคายัค นอกจากนี้สถาปัตยกรรมของโบสถ์ไม้เก่าแก่และบ้านเรือนสีสันสดใสยังทำให้เมืองนี้ถ่ายรูปออกมาสวยงามมากครับ
6. เกาะดิสโก้ ดินแดนหินภูเขาไฟและหาดทรายดำแปลกตา
เกาะดิสโก้มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของกรีนแลนด์อย่างสิ้นเชิงครับ เนื่องจากตัวเกาะเกิดจากภูเขาไฟ ทำให้มีภูมิประเทศที่เป็นหน้าผาหินบะซอลต์ทรงเหลี่ยมสีเข้มตัดกับธารน้ำแข็งสีขาว และที่โดดเด่นที่สุดคือหาดทรายสีดำสนิทที่เกิดจากเศษหินภูเขาไฟตัดกับก้อนน้ำแข็งสีฟ้าใสที่ลอยมาเกยตื้นบนชายหาด การเดินป่าบนเกาะนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น เป็นความแปลกตาที่หาดูได้ยากมากครับ
7. เมืองคาคอร์ทอก แหล่งศิลปะกลางแจ้งทางตอนใต้
คาคอร์ทอก เป็นเมืองที่สวยงามทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะ ไฮไลต์สำคัญของเมืองนี้คือโครงการศิลปะหินและมนุษย์ ซึ่งเป็นการแกะสลักผลงานศิลปะมากกว่า 40 ชิ้นลงบนหน้าผาหินและก้อนหินธรรมชาติทั่วทั้งเมืองโดยศิลปินชาวนอร์ดิก การเดินเล่นในเมืองนี้จึงเหมือนกับการเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งขนาดใหญ่ ควบคู่ไปกับการชมท่าเรือประมงและสถาปัตยกรรมย้อนยุคอันเป็นเอกลักษณ์ครับ
8. แคงเกอร์ลุสซวก ประตูสู่พืดน้ำแข็งยักษ์และฝูงมัสก์อ็อกซ์
แคงเกอร์ลุสซวกเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติหลัก แต่ความเจ๋งของเมืองนี้คือการเป็นจุดที่สามารถเข้าถึงพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะได้ง่ายที่สุดโดยการนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ นอกจากนี้ พื้นที่รอบๆ เมืองยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงสัตว์ขั้วโลกโบราณอย่าง มัสก์อ็อกซ์ ที่มีลักษณะคล้ายควายป่าขนยาวหนา ถือเป็นจุดที่ดีที่สุดในการส่องสัตว์ป่าในเขตอาร์กติกครับ

9. เมืองตาซีลัก เสน่ห์ฝั่งตะวันออกกับวัฒนธรรมอินูอิตดั้งเดิม
กรีนแลนด์ฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากกว่าฝั่งตะวันตก ทำให้เมืองตาซีลักยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอินูอิตไว้อย่างเหนียวแน่น เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงชันและฟยอร์ดที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ผูกพันกับการล่าสัตว์และการประมง การมาเยือนตาซีลักจะทำให้คุณได้สัมผัสกับความเงียบสงบที่แท้จริงและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนพื้นเมืองอย่างลึกซึ้งครับ
10. หุบเขาเซอร์เมอร์เมียวต์ จุดชมวิวประวัติศาสตร์ที่เดินง่ายที่สุด
สำหรับใครที่กังวลเรื่องการเดินป่าระยะไกล หุบเขาเซอร์เมอร์เมียวต์คือคำตอบครับ เพราะที่นี่มีเส้นทางเดินสะพานไม้ที่สะดวกสบาย ระยะทางไม่ไกล แต่จุดปลายทางกลับมอบวิวทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของอิลูลิสแซท ไอซ์ฟยอร์ด ได้อย่างกว้างไกล ในอดีตหุบเขาแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินูอิตโบราณมานานหลายพันปี การได้เดินเล่นพร้อมฟังเสียงน้ำแข็งแตกตัวในฟยอร์ดข้างๆ จึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและไม่เหนื่อยจนเกินไปครับ
เที่ยวกรีนแลนด์ช่วงไหนดีที่สุด
การเลือกช่วงเวลาเดินทางไปกรีนแลนด์ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการสัมผัสกับประสบการณ์แบบไหนครับ เนื่องจากแต่ละฤดูกาลจะมอบภาพความทรงจำและกิจกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราได้ทำการสรุปข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อให้คุณเลือกช่วงเวลาที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้ง่ายขึ้นดังนี้ครับ
- ฤดูร้อน มิถุนายน – สิงหาคม ล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็ง, พระอาทิตย์เที่ยงคืน, เดินป่า, แช่น้ำพุร้อน เหมาะสำหรับผู้ผู้ที่ชอบอากาศเย็นสบาย เดินทางง่าย อยากเห็นน้ำแข็งตัดกับทุ่งหญ้า
- ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน – ตุลาคม เริ่มเห็นแสงเหนือ, ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีทอง, อากาศเริ่มหนาวเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้ความคุ้มค่า ได้ลุ้นทั้งแสงเหนือและยังพอเดินทางสะดวก
- ฤดูหนาว พฤศจิกายน – เมษายน ล่าแสงเหนือแบบจัดเต็ม, นั่งรถลากเลื่อนสุนัข, สโนว์โมบิล, เทศกาลหิมะ เหมาะสำหรับผู้ผู้ที่รักความท้าทาย อยากสัมผัสความหนาวสุดขั้วและดูแสงเหนือชัดเจน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินทางไปกรีนแลนด์เพื่อไม่ให้พลาด?
การเดินทางไปกรีนแลนด์ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดีครับ สิ่งแรกที่ต้องรู้คือกรีนแลนด์ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพยุโรปและไม่ได้อยู่ในกลุ่มเชงเกนอย่างเต็มตัว ดังนั้นการขอวีซ่าจะต้องขอวีซ่าเดนมาร์กที่ระบุอย่างชัดเจนว่าสำหรับเดินทางเข้ากรีนแลนด์เท่านั้น ยื่นสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาดครับ
เรื่องการแต่งกายก็สำคัญมากครับ ควรใช้ระบบการแต่งกายแบบเลเยอร์ คือเสื้อซับในระบายอากาศ เสื้อกันหนาวขนเป็ด และเสื้อตัวนอกสุดที่กันลมและกันน้ำได้ 100% รวมถึงรองเท้าบูตสำหรับเดินหิมะที่ดอกยางลึก เพราะความแปรปรวนของสภาพอากาศที่นี่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมที่ดีจะทำให้ทริปของคุณสนุกและปลอดภัยไร้กังวลครับ
Q&A
Q : ไปเที่ยวกรีนแลนด์ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่?
A : ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวกรีนแลนด์ค่อนข้างสูงกว่ายุโรปทั่วไปครับ เนื่องจากสินค้าและอาหารส่วนใหญ่ต้องนำเข้าทางเครื่องบิน ทริปมาตรฐาน 7-10 วัน มักมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 150000 ถึง 250000 บาทรวมตั๋วเครื่องบินครับ
Q : สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่กรีนแลนด์ดีไหม?
A : ในตัวเมืองหลักสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ดีครับ แต่ค่าบริการโรมมิ่งจะค่อนข้างแพง แนะนำให้ซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นเมื่อเดินทางไปถึง และเตรียมใจไว้ว่าหากออกไปทำกิจกรรมกลางฟยอร์ดหรือพืดน้ำแข็งจะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตครับ
Q : เดินทางไปกรีนแลนด์อย่างไรจากประเทศไทย?
A : ปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยครับ เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก จากนั้นจึงต่อเครื่องบินของสายการบินแอร์กรีนแลนด์เพื่อบินตรงเข้าสู่แคงเกอร์ลุสซวกครับ
สรุป
- เลือกฤดูกาลที่ใช่ตามกิจกรรมที่ชอบ ฤดูร้อนเน้นล่องเรือชมวิว ฤดูหนาวเน้นล่าแสงเหนือและเลื่อนสุนัข
- ต้องขอวีซ่าเดนมาร์กที่ประทับตราอนุญาตเข้ากรีนแลนด์โดยเฉพาะ
- เตรียมเสื้อผ้ากันลมและกันน้ำคุณภาพสูงเพื่อรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน
- วางแผนและจองตั๋วเครื่องบินรวมถึงที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 6-9 เดือนเนื่องจากมีจำนวนจำกัด
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
- ทัวร์ยุโรปเหมาะกับผู้สูงอายุไหม 3 สิ่งที่ลูกหลานควรรู้
- ทัวร์โปรตุเกส เลือกยังไงให้เที่ยวฟินแบบไม่เหนื่อยและคุ้มทุกวัน
ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- Website Go Together Travel : https://gotogethertravel.com/
- Line OA : https://lin.ee/BOJRdh4
- Facebook : https://www.facebook.com/goto.gethertravel
- Tel : 02-214-6088
- Mail : [email protected]


