ขั้นตอนวิธีขอวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นเครื่องบินแบบละเอียด

การขอวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นเครื่อง

หนึ่งในเรื่องที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือเวลาพาผู้สูงอายุในบ้านไปเที่ยวต่างประเทศคือ “การเดินในสนามบิน” บริการรถเข็นหรือวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นเครื่องของสายการบินจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าบริการนี้ต้องขอล่วงหน้าอย่างไร มีค่าใช้จ่ายไหม หรือมีเงื่อนไขอะไรซ่อนอยู่บ้าง ในบทความนี้พวกเรา Go Together Travel จะพาไปเจาะลึกขั้นตอนการขอวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินอย่างถูกต้อง เพื่อให้ทริปในฝันของครอบครัวราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบินครับ

Key Takeaways

  • บริการขอวีลแชร์ของสายการบินพาณิชย์ส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
  • ประเภทของวีลแชร์แบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก (WCHR, WCHS, WCHC) ตามระดับความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้โดยสาร
  • การพกพาวีลแชร์ไฟฟ้าส่วนตัว มีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องประเภทและขนาดของแบตเตอรี่ ต้องแสดงเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (MSDS) ต่อสายการบิน
  • ผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์จะได้รับสิทธิ์ขึ้นเครื่องบินก่อน (Pre-boarding) เสมอ และมักจะออกจากเครื่องบินเป็นกลุ่มสุดท้ายเพื่อความปลอดภัย
  • การเดินทางไปเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบันไดหินหรือเนินเขา เช่น ยุโรปโบราณ ควรวางแผนเรื่องอุปกรณ์เสริมและเอกสารรับรองแพทย์ (Fit to Fly) ไว้ล่วงหน้า

ขั้นตอนและประเภทการขอวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินที่ถูกต้อง

การขอรับบริการวีลแชร์ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนครับ แต่ต้องอาศัยความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดสรรอุปกรณ์และบุคลากรได้ตรงกับความต้องการจริง โดยมีรายละเอียดที่ควรรู้ดังนี้

ประเภทของบริการวีลแชร์ในสนามบิน (IATA Codes)

สายการบินทั่วโลกใช้รหัสสากลในการระบุระดับความช่วยเหลือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารครับ

รหัสสากล (Code)คำจำกัดความขอบเขตการให้บริการ
WCHR (Ramp)เดินได้เล็กน้อย ขึ้นบันไดได้บริการเข็นจากจุดเช็กอิน พาผ่าน ตม. ไปส่งถึงประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate)
WCHS (Steps)เดินทางราบได้ แต่ขึ้นบันไดไม่ไหวบริการเข็นไปส่งถึงประตูเครื่องบิน และช่วยพยุงขึ้น-ลงบันไดเครื่องบิน
WCHC (Cabin Seat)ไม่สามารถเคลื่อนไหวเองได้เลยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตั้งแต่เช็กอิน จนถึงการอุ้มหรือย้ายตัวไปยังที่นั่งบนเครื่องบิน

บทความที่เกี่ยวข้อง : มารู้จักกับที่นั่งแต่ละระดับชั้นของสายการบิน เลือกแบบไหนดี

4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการขอวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นเครื่อง

  • แจ้งล่วงหน้า: ติดต่อสายการบินหรือบริษัททัวร์ที่ดูแลท่าน อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
  • ระบุรายละเอียดสุขภาพ: แจ้งอาการอย่างตรงไปตรงมา เช่น เดินไกลไม่ได้ หรือขยับตัวไม่ได้เลย เพื่อให้ได้รับรหัสบริการที่ถูกต้อง
  • เช็กอินเร็วกว่าปกติ: ในวันเดินทางจริง ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อติดต่อเคาน์เตอร์พิเศษ (Special Assistance)
  • ตรวจสอบจุดส่งมอบปลายทาง: กรณีเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ให้แจ้งย้ำกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นทางว่าต้องการวีลแชร์รับ-ส่งระหว่างรอต่อเครื่องด้วย
4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการขอวีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นเครื่อง

เอกสารทางการแพทย์ที่จำเป็น (MEDIF และ Fit to Fly)

ผู้โดยสารสูงอายุที่เดินไม่ไหวเพราะความชราภาพทั่วไป มักไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ครับ แต่หากผู้เดินทางมีภาวะเหล่านี้ จำเป็นต้องมีเอกสารยืนยัน

  • เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือมีอาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น แขนขาหัก
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะทางสมอง
  • ผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พิเศษ เช่น ถังออกซิเจนระหว่างบิน

เอกสารที่ต้องใช้คือแบบฟอร์ม MEDIF (Medical Information Form) ที่ออกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใบรับรอง Fit to Fly ที่มีอายุไม่เกิน 7-10 วันก่อนวันเดินทาง (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน) เพื่อยืนยันว่าสภาพร่างกายพร้อมสำหรับการปรับความดันในห้องโดยสารครับ

ข้อควรรู้เรื่องแบตเตอรี่วีลแชร์ไฟฟ้า จุดเสี่ยงที่ทำให้โดนปฏิเสธการบิน

หลายครอบครัวต้องการนำวีลแชร์ไฟฟ้าส่วนตัวไปใช้ท่องเที่ยวในต่างประเทศ เพื่อความคล่องตัวในการพาคุณพ่อคุณแม่เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้โดยสารตกม้าตายบ่อยที่สุดคือเรื่อง “แบตเตอรี่” ครับ เพราะตามกฎความปลอดภัยทางการบินสากล แบตเตอรี่บางชนิดจัดเป็นวัตถุอันตราย

  • แบตเตอรี่ชนิดแห้ง (Dry-cell) หรือชนิดเจล: สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องพร้อมตัวรถเข็นได้ แต่ต้องปลดขั้วแบตเตอรี่ออกและหุ้มฉนวนป้องกันการลัดวงจร
  • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion): สายการบินไม่อนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่อง ต้องถอดตัวแบตเตอรี่ออกเพื่อถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) เท่านั้น
  • การจำกัดความจุพลังงาน: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ มักจะต้องมีความจุไม่เกิน 300 Watt-hour (Wh) หากมีแบตเตอรี่สำรอง 2 ก้อน แต่ละก้อนต้องไม่เกิน 160 Wh

พวกเราขอแนะนำว่า ก่อนบินให้เตรียมเอกสาร MSDS (Material Safety Data Sheet) ของแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ ติดตัวไว้เสมอ เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นความปลอดภัย จะช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาการถูกกักอุปกรณ์ได้อย่างมากครับ

เทคนิคการจัดทริปพาผู้ใช้วีลแชร์เที่ยวเมือง Unseen และเส้นทางเฉพาะกลุ่ม

เทคนิคการจัดทริปพาผู้ใช้วีลแชร์เที่ยวเมือง Unseen และเส้นทางเฉพาะกลุ่ม

การพาผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้วีลแชร์ไปเที่ยวเมืองสวยๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หรือเมืองท่องเที่ยวแบบ Unseen เช่น เมืองเก่าบนเนินเขาในยุโรป หรือเมืองโบราณในเอเชีย มักเจออุปสรรคเรื่องถนนปูหินโบราณ (Cobblestone) บันไดหลายชั้น และทางลาดชัน การเตรียมตัวที่ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญของทริปครับ

  • เลือกที่พักที่มี Universal Design: ตรวจสอบว่าโรงแรมมีลิฟต์ ทางลาด และห้องน้ำที่ไม่มีธรณีประตูกั้นสูง เพื่อความปลอดภัยในการพักผ่อน
  • สำรวจระบบขนส่งสาธารณะปลายทาง: ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ หรือออสเตรีย รถไฟและรถบัสส่วนใหญ่มีระบบยกระดับสำหรับวีลแชร์ แต่บางสถานีเล็กๆ อาจไม่มีลิฟต์ ต้องตรวจสอบล่วงหน้า
  • ปรับแผนท่องเที่ยวให้ยืดหยุ่น: ลดจำนวนสถานที่ในแต่ละวันลง เน้นเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ ให้ความสำคัญกับห้องน้ำที่เข้าถึงง่าย
  • เดินทางแบบทัวร์ส่วนตัว (Private Group): หากเดินทางร่วมกับผู้ใช้วีลแชร์ การใช้บริการทัวร์แบบส่วนตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางและโปรแกรมได้ตามความสะดวกของครอบครัว จะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ดีกว่าการเดินทางด้วยรถสาธารณะเองครับ

สนใจจัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวดูที่นี่ : คลิก

tour service banner

Q&A 

Q: การขอวีลแชร์ของสายการบินมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

A: สายการบินพาณิชย์ส่วนใหญ่ให้บริการวีลแชร์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ยกเว้นสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost) บางแห่งในบางประเทศที่อาจมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนจองตั๋วครับ

Q: สามารถนำวีลแชร์ส่วนตัวไปถึงหน้าประตูขึ้นเครื่อง (Gate) ได้ไหม?

A: ได้ครับ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนเช็กอินเพื่อขอทำ Gate Check จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นส่วนตัวไปโหลดใต้ท้องเครื่องให้ที่หน้าเกต และนำมารอส่งคืนที่หน้าประตูเครื่องบินเมื่อถึงปลายทาง

Q: หากไม่ได้แจ้งล่วงหน้า สามารถขอวีลแชร์สดๆ ที่สนามบินวันเดินทางได้ไหม?

A: สามารถทำได้ครับ แต่ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เนื่องจากจำนวนรถเข็นและเจ้าหน้าที่บริการในแต่ละช่วงเวลามีจำกัด อาจทำให้ต้องรอนานและเสี่ยงต่อการตกเครื่องได้ครับ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง