กำลังวางแผนเที่ยวจีนแต่กังวลเรื่องการจ่ายเงินใช่ไหมครับ? ไม่ต้องห่วงครับ เพราะ Go Together Travel จะอธิบายทุกขั้นตอนเที่ยวจีนไม่ใช้เงินสด 2026ให้คุณเข้าใจแบบง่าย ๆ เองครับ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ทำไมจีนถึงกลายเป็นสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ?
ในอดีต จีนเคยประสบปัญหาเรื่องธนบัตรปลอม ทำให้คนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น ประกอบกับการเข้ามาของสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้แอปพลิเคชัน E-Wallet อย่าง Alipay และ WeChat Pay ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย ลองนึกภาพตามนะครับว่า แค่สแกน QR Code ก็สามารถจ่ายเงินได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ค่ารถไฟใต้ดิน ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงร้านสตรีทฟู้ดข้างทาง
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ครอบคลุมไปถึงผู้สูงอายุและคนในพื้นที่ห่างไกลด้วย รัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นการเตรียมตัวเข้าสู่โลกไร้เงินสดของจีนจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์จีน ดินแดนแห่งอารยธรรมและความยิ่งใหญ่ของเอเชีย
คนไทยสามารจ่ายเงินในจีนปี 2026 ได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?
เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าถ้าจะไปเที่ยวจีนในปี 2026 นักท่องเที่ยวไทยอย่างเราจะมีช่องทางการจ่ายเงินแบบไหนบ้าง ซึ่งเราสรุปมาให้เน้น ๆ เฉพาะวิธีที่ใช้งานได้จริงและสะดวกที่สุดครับ
โดยเฉพาะ E-Wallets หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์คือหัวใจของการใช้จ่ายในจีน ซึ่งสองแอปพลิเคชันหลักที่นักท่องเที่ยวต้องรู้จักและควรมีติดเครื่องไว้ก็คือ Alipay และ WeChat Pay ครับ

1. Alipay: แอปสามัญประจำทริปจีน
Alipay (อาลีเพย์) พัฒนาโดย Ant Group ในเครือ Alibaba ถือเป็นแอปจ่ายเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน วิธีการสมัครและผูกบัตรสำหรับนักท่องเที่ยวก็ไม่ซับซ้อนเลยครับ ขั้นตอนการสมัครคือ
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า “Alipay” ใน App Store หรือ Google Play Store แล้วดาวน์โหลดลงบนมือถือของคุณ
- ลงทะเบียน: เปิดแอปแล้วเลือกลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือของไทย (+66) ได้เลยครับ ระบบจะส่งรหัส OTP มาให้ยืนยันตัวตน
- ตั้งค่ารหัสผ่าน: ตั้งรหัสผ่านการชำระเงิน (Payment Password) 6 หลักให้เรียบร้อย
- ผูกบัตรเครดิต/เดบิต: ไปที่เมนู “Me” แล้วเลือก “Bank Cards” จากนั้นกด “Add Card” แล้วกรอกข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิต (Visa/Mastercard) ของคุณลงไป
- ยืนยันตัวตน (Identity Verification): ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ ระบบอาจจะขอให้คุณสแกนหนังสือเดินทาง (Passport) เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ
เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว คุณก็สามารถใช้ Alipay สแกนจ่ายเงินตามร้านค้าต่าง ๆ ในจีนได้ทันทีครับ
2. WeChat Pay: อีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยม
WeChat Pay เป็นฟีเจอร์ที่อยู่ในแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งเป็นแอปแชทที่คนจีนทุกคนใช้กัน การใช้งานก็จะคล้าย ๆ กับ Alipay แต่ขั้นตอนการเปิดใช้งานอาจต่างไปเล็กน้อย ขั้นตอนการสมัครคือ
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอป “WeChat” มาติดตั้งก่อนครับ
- ลงทะเบียน: สมัครบัญชี WeChat ด้วยเบอร์โทรศัพท์ไทย
- เปิดใช้งาน WeChat Pay: โดยปกติแล้ว บัญชีใหม่จะยังไม่มีเมนู Wallet หรือ Pay ครับ วิธีเปิดใช้งานที่ง่ายที่สุดคือให้เพื่อนที่มี WeChat Pay อยู่แล้วส่งเงินให้คุณจำนวนเล็กน้อย (เรียกว่า Red Packet) หรือลองค้นหาบริการ Official Account ของแบรนด์ต่าง ๆ แล้วลองกดจ่ายเงิน เมนู Wallet ก็จะปรากฏขึ้นมา
- ผูกบัตร: เมื่อเมนู Wallet แสดงขึ้นมาแล้ว ให้เข้าไปที่ “Cards” แล้วทำการเพิ่มข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิตของคุณได้เลยครับ

เปรียบเทียบ Alipay กับ WeChat Pay นักท่องเที่ยวเลือกใช้อะไรดี?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราทำตารางเปรียบเทียบง่าย ๆ สำหรับการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวมาให้ดูครับ
คุณสมบัติ | Alipay | WeChat Pay |
การสมัคร | สมัครง่าย ตรงไปตรงมาสำหรับนักท่องเที่ยว | อาจต้องมีขั้นตอนเปิดใช้งาน Wallet ที่ซับซ้อนกว่าเล็กน้อย |
การยอมรับ | กว้างขวางมาก ร้านค้าเล็กใหญ่รับเกือบทั้งหมด | กว้างขวางทัดเทียมกัน แต่บางร้านอาจรับแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง |
ฟีเจอร์หลัก | เน้นการเงินและไลฟ์สไตล์ จองตั๋ว เรียกแท็กซี่ | รวมอยู่กับแอปแชท เหมาะกับการโอนเงินให้เพื่อน |
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว | แนะนำเป็นแอปหลัก เพราะขั้นตอนไม่ซับซ้อนและออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายโดยตรง | แนะนำเป็นแอปสำรอง มีติดไว้เผื่อเจอร้านที่รับเฉพาะ WeChat Pay |
Insight ที่คนไม่ค่อยพูดถึง: แม้ว่าทั้งสองแอปจะผูกกับบัตรเครดิตไทยได้ แต่บางครั้งอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเล็กน้อย (ประมาณ 3%) สำหรับยอดใช้จ่ายที่สูงเกินกำหนดครับ แนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารเจ้าของบัตรของคุณก่อนเดินทางครับ
แล้วบัตรเครดิต/เดบิตยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า?
แม้ว่าการสแกนจ่ายจะสะดวกที่สุด แต่บัตรเครดิตยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในสถานที่ที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง เช่น โรงแรมขนาดใหญ่, ร้านอาหารในสนามบิน, หรือห้างสรรพสินค้าหรู
- บัตรที่มีสัญลักษณ์ UnionPay: จะได้รับการยอมรับมากที่สุดในจีน
- บัตร Visa/Mastercard: เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมเท่า UnionPay
คำแนะนำของเราคือควรพกบัตรเครดิตติดตัวไว้อย่างน้อย 1 ใบ เผื่อกรณีฉุกเฉินที่แอป E-Wallet ของคุณอาจมีปัญหา หรือในสถานการณ์ที่ต้องจ่ายเงินมัดจำค่าโรงแรมครับ
เงินสดยังต้องพกติดตัวไว้บ้างไหม?
ถึงแม้เราจะพูดถึงการเที่ยวแบบไม่ใช้เงินสด แต่การแลกเงินหยวน (CNY) ติดตัวไปเล็กน้อยก็ยังเป็นความคิดที่ดีครับ เราแนะนำให้มีเงินสดสำรองไว้ประมาณ 500-1,000 หยวน เผื่อสำหรับสถานการณ์เหล่านี้
- ร้านค้าแผงลอยเล็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่รับสแกนจ่าย
- กรณีที่อินเทอร์เน็ตมือถือของคุณมีปัญหา
- สำหรับให้ทิป (ซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมทั่วไปในจีน แต่ก็อาจมีบ้างในบางบริการ)
- เป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่อุ่นใจกว่า

เตรียมตัวล่วงหน้ายังไงให้ทริปจีน 2026 ราบรื่นไร้กังวล
เพื่อให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด เรามีเช็กลิสต์การเตรียมตัวเรื่องการเงินมาฝากครับ
1. เตรียมตัวก่อนเดินทาง 1-2 สัปดาห์:
- ดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอป Alipay และ WeChat ให้เรียบร้อย
- ทำการผูกบัตรเครดิต/เดบิต และยืนยันตัวตนด้วยหนังสือเดินทางให้เสร็จสิ้นจากประเทศไทย
- โทรแจ้งธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตว่าจะมีการเดินทางไปใช้งานที่ประเทศจีน เพื่อป้องกันปัญหานะบบระงับบัตร
2. เตรียมตัวก่อนเดินทาง 1-2 วัน:
- แลกเงินหยวนติดตัวไว้จำนวนหนึ่งตามที่แนะนำ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดบริการโรมมิ่ง หรือซื้อซิมการ์ดสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนเรียบร้อยแล้ว เพราะการจ่ายเงินผ่านแอปต้องใช้อินเทอร์เน็ตครับ
- แคปเจอร์หน้าจอ QR Code สำหรับรับเงิน (Receive Money) ของคุณเก็บไว้ในเครื่อง เผื่อกรณีที่ต้องใช้แบบออฟไลน์
3. เมื่อถึงประเทศจีน
- ทดลองใช้จ่ายเงินจำนวนเล็กน้อย เช่น ซื้อน้ำดื่ม เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้ปกติ
- มองหาสัญลักษณ์ Alipay หรือ WeChat Pay ตามร้านค้า ซึ่งมักจะติดไว้ชัดเจนบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความกังวลและทำให้คุณเพลิดเพลินกับการเดินทางในประเทศจีนได้อย่างเต็มที่ครับ
Q&A
Q: ถ้าไม่มีบัตรเครดิต สามารถใช้ Alipay หรือ WeChat Pay ได้ไหม?
A: ปัจจุบันการใช้งานสำหรับนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องผูกกับบัตรเครดิตหรือเดบิตเป็นหลักครับ ยังไม่มีบริการให้นักท่องเที่ยวเติมเงินโดยตรงจากเงินสดหรือบัญชีธนาคารไทย
Q: การใช้จ่ายผ่านแอปในจีนปลอดภัยหรือไม่?
A: ปลอดภัยมากครับ เพราะทุกการใช้จ่ายต้องยืนยันด้วยรหัสผ่านหรือชีวมาตร (ลายนิ้วมือ/ใบหน้า) ทำให้มีความปลอดภัยสูงกว่าการพกเงินสดจำนวนมาก
Q: ถ้าโทรศัพท์แบตหมดหรือไม่มีอินเทอร์เน็ตจะทำอย่างไร?
A: นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำให้พกเงินสดสำรองและบัตรเครดิตติดตัวไว้ครับ นอกจากนี้ การพกพาวเวอร์แบงก์ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเที่ยวในยุคดิจิทัลครับ
Q: มีค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายผ่าน Alipay/WeChat Pay หรือไม่?
A: สำหรับยอดใช้จ่ายที่ไม่สูงมากมักจะไม่มีค่าธรรมเนียมครับ แต่สำหรับยอดที่เกิน 200 หยวนขึ้นไป อาจมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการประมาณ 3% ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบาย ณ เวลานั้น ๆ ครับ
สรุป
- จีนเป็นสังคมไร้เงินสด: การเตรียมตัวเรื่องการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป็นสิ่งจำเป็น
- Alipay คือแอปหลัก: นักท่องเที่ยวควรดาวน์โหลดและสมัคร Alipay เป็นอันดับแรก เพราะขั้นตอนง่ายและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
- WeChat Pay คือแอปสำรอง: มีติดไว้เผื่อเจอร้านที่รับเฉพาะ WeChat Pay
- บัตรเครดิตยังสำคัญ: พกบัตรเครดิต (โดยเฉพาะ UnionPay) ไว้สำหรับโรงแรมและกรณีฉุกเฉิน
- เงินสดเล็กน้อยเพื่อความอุ่นใจ: ควรแลกเงินหยวนติดตัวไว้บ้างสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
- อินเทอร์เน็ตคือหัวใจ: อย่าลืมเตรียมพร้อมเรื่องซิมการ์ดหรือบริการโรมมิ่ง เพราะทุกการสแกนจ่ายต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- เที่ยวจีนเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนออกเดินทางสู่แดนมังกร
- 10 ที่เที่ยวในจีน ครบทุกเสน่ห์จากเมืองประวัติศาสตร์ระดับโลก
ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- Website Go Together Travel : https://gotogethertravel.com/
- Line OA : https://lin.ee/BOJRdh4
- Facebook : https://www.facebook.com/goto.gethertravel
- Tel : 02-214-6088
- Mail : [email protected]
บทความอ้างอิงข้อมูลจาก
- Mastercard : Travel Cashless in China with Mastercard and AliPay
- The China Journey : How to Pay in China 2026: Mobile Payment, Cards, Cash


