หากพูดถึงจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก เชื่อว่าภาพของตรอกซอกซอยที่แต่งแต้มด้วยเฉดสีฟ้าครามสดใสตัดกับแนวเทือกเขาแอลป์แห่งแอฟริกาเหนือจะต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนครับ เมืองที่ว่านี้คือ “เชฟชาอูน” (Chefchaouen) อัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก
ในบทความนี้ Go Together Travel จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์อันน่าหลงใหลของเมืองสีฟ้าแห่งนี้แบบเจาะลึก พร้อมแนะนำมุมมองการเดินทางและข้อมูลสำคัญที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อช่วยให้การวางแผนทริปโมร็อกโกครั้งต่อไปของคุณราบรื่นและพิเศษกว่าที่เคยครับ
Key Takeaways
- เมืองเชฟชาอูนตั้งอยู่บนเทือกเขารีฟ (Rif Mountains) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโทนสีฟ้าที่ผสมผสานอิทธิพลของชาวมัวร์และยิวได้อย่างลงตัว
- ไฮไลต์ห้ามพลาดคือการเดินลัดเลาะในเขตเมืองเก่า (Medina), แวะจิบชามินต์ที่จัตุรัส Uta el-Hammam และชมพระอาทิตย์ตกที่ Spanish Mosque
- ควรสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีส้ม สีขาว หรือสีเหลืองมัสตาร์ด เพื่อให้ตัดกับฉากหลังสีฟ้า ถ่ายรูปออกมาโดดเด่นสะดุดตา
- ระวังมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของชาวบ้าน ซึ่งมักมีค่าบริการถ่ายภาพเล็กน้อย และควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพคนท้องถิ่นทุกครั้ง
- การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมคนขับท้องถิ่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าถึงเมืองบนภูเขา ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเปลี่ยนต่อรถสาธารณะ
ทำไมต้องมาเที่ยวเมืองเชฟชาอูน? เสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ยากจะหาเมืองใดเหมือน
เมืองเชฟชาอูนไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทางยอดนิยมของสายถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกต่างหลงรัก ด้วยเหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดมาเยือนดังนี้ครับ:
- ตระการตากับความงดงามของนครสีฟ้าอันมหัศจรรย์: ทั่วทั้งตรอกซอกซอย บันได และตัวอาคารในเขตเมืองเก่าถูกฉาบด้วยเฉดสีฟ้าครามสดใส สลับซับซ้อนกันอย่างมีเสน่ห์ สร้างทัศนียภาพอันงดงามแปลกตาเปรียบเสมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย
- เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและการผสมผสานทางวัฒนธรรม: สถาปัตยกรรมของเชฟชาอูนสะท้อนอิทธิพลการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสไตล์อารบิก-อันดาลูเซีย (Moorish) และวัฒนธรรมของชาวสเปนเชื้อสายยิว เกิดเป็นโครงสร้างบ้านเรือน ป้อมปราการ และมัสยิดที่มีลวดลายละเอียดอ่อนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- ประวัติศาสตร์อันยาวนานและมรดกทางทรงจำ: เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ในฐานะป้อมปราการอันเงียบสงบกลางหุบเขารีฟ ทำให้ยังคงรักษาความเป็นชุมชนโบราณที่มีเรื่องเล่า วิถีชีวิต และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างสมบูรณ์
- บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลายไร้ความวุ่นวาย: ต่างจากเมืองใหญ่ในโมร็อกโก เชฟชาอูนมีจังหวะชีวิตที่ช้าลง เหมาะแก่การเดินลัดเลาะพักผ่อน จิบชามินต์ตามคาเฟ่เปิดว่าง นั่งชมวิวธรรมชาติรอบเทือกเขา และสัมผัสความอัธยาศัยดีของชาวเมืองท้องถิ่น
บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 ที่เที่ยวในโมร็อกโก สัมผัสสีสันและมนตร์เสน่ห์ไม่เหมือนใคร
เจาะลึกไฮไลต์เที่ยวเมืองเชฟชาอูน นครสีฟ้าที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาสัมผัส
เชฟชาอูนก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1471 โดยเป็นเมืองป้อมปราการเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวโปรตุเกส เสน่ห์ที่ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการทาผนังบ้าน ประตู และบันไดด้วยสีฟ้าหลากหลายเฉด ไม่ว่าจะเป็นฟ้าพาสเทล ฟ้าเทอร์ควอยซ์ หรือน้ำเงินโคบอลต์
มีทฤษฎีเล่าขานถึงที่มาของสีฟ้ามากมาย บ้างเชื่อว่าชาวสเปนเชื้อสายยิวที่ลี้ภัยเข้ามาเป็นผู้นำวัฒนธรรมนี้เข้ามา เพื่อสื่อถึงท้องฟ้าและสวรรค์ บ้างก็เชื่อว่าสีฟ้าช่วยป้องกันยุงและแมลง รวมถึงช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นสบายท่ามกลางแดดอันร้อนแรงของแอฟริกาเหนือครับ

พิกัดจุดเช็กอินยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดในเขตเมืองเก่า (Medina)
การท่องเที่ยวในเชฟชาอูนหัวใจหลักคือการเดินเท้าสำรวจเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่เปรียบเสมือนเขาวงกตสีฟ้า โดยมีจุดสำคัญที่ต้องแวะดังนี้
- Callejon El Asri: ตรอกบันไดสีฟ้าประดับด้วยกระถางต้นไม้ดินเผาหลากสี ถือเป็นมุมมหาชนที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูป
- Plaza Uta el-Hammam: จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า แหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่ และเป็นที่ตั้งของป้อมปราการโบราณ (Kasbah) สไตล์อาหรับ-อันดาลูเซีย
- Ras El Maa: แหล่งน้ำตกธรรมชาติบริสุทธิ์จากเทือกเขา ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านยังคงมาซักล้างเสื้อผ้าและพรมตามวิถีดั้งเดิม
- Spanish Mosque: มัสยิดสเปนบนยอดเขาฝั่งตรงข้ามเมืองเก่า จุดชมวิวพาโนรามาที่ดีที่สุดในการชมพระอาทิตย์ตกดินและแสงไฟยามค่ำคืนของเมือง
ธรรมเนียม “ถ่ายรูปบ้านคน” และค่าธรรมเนียมลับในเชฟชาอูนที่ไกด์บุ๊กทั่วไปไม่เคยบอก
แม้เชฟชาอูนจะดูเหมือนสตูดิโอถ่ายภาพกลางแจ้งขนาดยักษ์ แต่ในความเป็นจริง เมืองนี้คือชุมชนที่มีผู้คนพักอาศัยอยู่จริง การเข้าใจบริบทเชิงลึกและมารยาทท้องถิ่นจะช่วยให้คุณเที่ยวได้อย่างราบรื่นและไม่เกิดปัญหาขัดแย้งครับ
หลายจุดถ่ายรูปที่ประดับประดาด้วยหม้อดินเผา อุปกรณ์สาน หรือบันไดที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แท้จริงแล้วตั้งอยู่หน้าบ้านส่วนบุคคล เจ้าของบ้านมักจะนั่งเฝ้าและเรียกเก็บค่าถ่ายรูปประมาณ 5 – 10 ดีแรห์มโมร็อกโก (MAD) หรือราวๆ 20 – 40 บาท ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและเป็นรายได้เสริมของชุมชน เราแนะนำให้เตรียมเหรียญเงินสดติดตัวไว้เสมอครับ
นอกจากนี้ ชาวบ้านท้องถิ่นโดยเฉพาะสตรีมุสลิมและผู้สูงอายุเคร่งครัดเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก หากต้องการถ่ายภาพบุคคล ควรถามขออนุญาตด้วยรอยยิ้มก่อนเสมอ หากพวกเขาปฏิเสธก็ไม่ควรแอบถ่ายเพื่อเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ

สำหรับการเตรียมชุดเพื่อถ่ายภาพให้สวยงามโดดเด่น เราได้สรุปแนวทางการเลือกคู่สีเสื้อผ้ามาให้ดังนี้ครับ
| โทนสีเสื้อผ้า | ระดับความโดดเด่น | คำแนะนำในการมิกซ์แอนด์แมตช์ |
| สีส้ม / สีอิฐ / สีคอรัล | โดดเด่นสูงสุด (Contrast) | เป็นสีคู่ตรงข้ามกับสีฟ้า ช่วยให้ตัวคุณเด่นขึ้นมาจากฉากหลังอย่างชัดเจน |
| สีขาว / สีครีม | โดดเด่นระดับสูง (Clean & Classic) | ให้ลุคเรียบหรู มินิมอล สบายตา ถ่ายมุมไหนก็รอด ไม่แย่งซีนความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม |
| สีเหลืองมัสตาร์ด | โดดเด่นมาก (Warm Tone) | ขับผิวและตัดกับผนังสีครามได้ดีมาก เหมาะกับชุดเดรสยาวหรือผ้าคลุมไหล่ |
| สีฟ้า / สีกรมท่า | ไม่แนะนำ (Blend in) | สีจะกลืนไปกับผนังบ้านเรือน ทำให้ภาพดูแบนและตัวบุคคลไม่เด่น |
วางแผนเดินทางสู่เชฟชาอูนแบบส่วนตัว ไม่เหนื่อย ไม่เสียเวลาเที่ยว
เชฟชาอูนตั้งอยู่บนภูเขาและไม่มีสนามบินหรือสถานีรถไฟเชื่อมต่อโดยตรง การวางแผนการเดินทางจึงต้องอาศัยการบริหารเวลาที่รอบคอบ หากเลือกใช้บริการรถบัสประจำทางสาธารณะ อาจต้องเผชิญกับรอบเวลาที่จำกัดและความล่าช้า
เส้นทางยอดนิยมคือการเดินทางเชื่อมต่อมาจากเมืองแทนเจียร์ (Tangier) ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 – 2.5 ชั่วโมง หรือเดินทางต่อมาจากเมืองแฟส (Fes) ใช้เวลาประมาณ 3.5 – 4 ชั่วโมง การเลือกใช้บริการเหมารถตู้พรีเมียมพร้อมคนขับท้องถิ่นที่มีความชำนาญเส้นทางบนภูเขา จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเซฟพลังงานและควบคุมเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อีกหนึ่งข้อควรรู้คือ ที่พักส่วนใหญ่ในเขตเมืองเก่าจะเป็น “รียาด” (Riad) หรือบ้านพักสไตล์โมร็อกโกดั้งเดิม ซึ่งรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ คุณจะต้องเดินเท้าผ่านตรอกแคบและบันไดหินหลายขั้น
- เราแนะนำให้แบ่งเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืน 1 – 2 คืน เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
- เลือกรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินเล่นที่มีพื้นยึดเกาะดี เนื่องจากทางเดินหินในเมืองถูกขัดจนมีความลื่นพอสมควร
- ฤดูกาลที่น่าเที่ยวที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) ซึ่งอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ย 15 – 25 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การเดินเที่ยวทั้งวัน
สนใจบริการบริการจัดทัวร์โมร็อกโก : คลิก

หากคุณต้องการสัมผัสบรรยากาศความงดงามของเชฟชาอูนแบบไร้กังวล การเดินทางร่วมกับ Go Together Travel ที่เชี่ยวชาญการจัดเส้นทางพรีเมียมและไพรเวททัวร์ จะช่วยให้คุณได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์นครสีฟ้าได้อย่างเต็มที่และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงครับ
Q&A
Q: เที่ยวเมืองเชฟชาอูนควรใช้เวลากี่วันถึงจะพอดี?
A: แนะนำให้พักค้างคืนอย่างน้อย 1 – 2 คืนครับ เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าตรู่ที่ตรอกซอกซอยยังเงียบสงบ ไร้นักท่องเที่ยวแบบ Day-trip และได้ชมแสงอาทิตย์อัสดงที่สวยงามที่สุด
Q: คนท้องถิ่นในเชฟชาอูนสื่อสารด้วยภาษาอะไรเป็นหลัก?
A: ภาษาหลักคือภาษาอาหรับและภาษาเบอร์เบอร์ แต่เนื่องจากตั้งอยู่ทางตอนเหนือใกล้สเปน ชาวเมืองจำนวนมากจึงสื่อสารภาษาสเปนและภาษาฝรั่งเศสได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษสามารถใช้สื่อสารในร้านอาหารและโรงแรมได้ไม่มีปัญหาครับ
Q: สภาพอากาศในเชฟชาอูนหนาวมากไหม?
A: เนื่องจากตั้งอยู่บนเทือกเขา อุณหภูมิช่วงกลางคืนจะลดต่ำลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะในฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิอาจลดลงแตะ 5 – 10 องศาเซลเซียส จึงควรเตรียมเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อกันลมติดตัวไปด้วยเสมอครับ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- ชวนเที่ยววัฒนธรรมอียิปต์ และวิถีชีวิตของคนอียิปต์ที่สวยงาม
- ทัวร์โมร็อกโก มีอะไรบ้าง ค้นพบสีสันใหม่ ๆ ในแอฟริกาเหนือ
ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- Website Go Together Travel : https://gotogethertravel.com/
- Line OA : https://lin.ee/BOJRdh4
- Facebook : https://www.facebook.com/goto.gethertravel
- Tel : 02-214-6088
- Mail : [email protected]


