หากคุณกำลังวางแผนไปเยือนดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์ คำถามแรกๆ ที่มักโผล่ขึ้นมาในหัวคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า สวิตเซอร์แลนด์มีกี่เมืองกันแน่ เพราะเวลาดูรีวิวหรือแผนที่ เรามักจะเห็นชื่อเมืองแปลกตากระจายอยู่เต็มไปหมดครับ บางเมืองก็พูดภาษาเยอรมัน บางเมืองก็ดูมีกลิ่นอายฝรั่งเศส หรือบางแห่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศอิตาลีเสียอย่างนั้น ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
วันนี้เราในนามของ Go Together Travel จะมาช่วยคลายข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างครับ พร้อมทั้งแทรกเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้การจัดทริปสวิสครั้งต่อไปของคุณง่ายและสนุกขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
Key Takeaways
- สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้แบ่งการปกครองเป็นเมืองแบบที่เราคุ้นเคย แต่แบ่งเป็น 26 รัฐ (Cantons)
- หากนับตามสถิติจำนวนประชากรที่เกิน 10,000 คน สวิตเซอร์แลนด์จะมีเมืองอยู่ประมาณ 143 เมือง
- แต่ละภูมิภาคถูกแบ่งด้วยวัฒนธรรมทางภาษา ทำให้สถาปัตยกรรมและอาหารในแต่ละเมืองแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- เทรนด์การเที่ยวยุคใหม่นิยมเจาะลึก “เมืองรอง” หรือเส้นทาง Unseen มากกว่าการเก็บแต้มเมืองหลักเพียงอย่างเดียว
- การเดินทางข้ามเมืองในสวิสต้องคำนึงถึงภูมิประเทศและสภาพอากาศ การใช้บริการทัวร์ส่วนตัวจึงตอบโจทย์ความยืดหยุ่นได้ดีที่สุด
สรุปชัดๆ สวิตเซอร์แลนด์มีกี่เมือง และแบ่งเขตการปกครองอย่างไร
เวลาเราพูดถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบบการปกครองของเขาจะค่อนข้างมีเอกลักษณ์ครับ เพราะเขาไม่ได้รวมศูนย์อำนาจไว้ที่เมืองหลวงอย่างกรุงเบิร์น (Bern) เพียงแห่งเดียว
แต่สวิตเซอร์แลนด์จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นรัฐ หรือที่เรียกกันว่า “แคนตอน” (Cantons) ซึ่งมีทั้งหมด 26 รัฐครับ แต่ละรัฐก็จะมีกฎหมาย ภาษี และวัฒนธรรมย่อยๆ เป็นของตัวเอง
เมื่อเจาะลึกลงไปในแต่ละรัฐ ก็จะแบ่งย่อยออกเป็นเทศบาลหรือเมือง (Municipalities) ซึ่งหากอิงตามหลักสถิติของสวิสที่ระบุว่า “เมือง” ต้องมีประชากร 10,000 คนขึ้นไป ประเทศนี้ก็จะมีเมืองอยู่ราวๆ 143 เมืองครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 ที่เที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ ที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นเวลาเราไปเที่ยว เรามักจะแบ่งเมืองต่างๆ ตามโซนภาษาที่ใช้เป็นหลักครับ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อบรรยากาศที่คุณจะได้สัมผัส
- โซนภาษาเยอรมัน (German-speaking): ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด เมืองเด่นๆ เช่น ซูริค (Zurich), ลูเซิร์น (Lucerne) และเบิร์น (Bern) บรรยากาศจะดูเป็นระเบียบและคลาสสิก
- โซนภาษาฝรั่งเศส (French-speaking): อยู่ทางตะวันตก เมืองเด่นๆ เช่น เจนีวา (Geneva), โลซานน์ (Lausanne) และมองเทรอซ์ (Montreux) ให้ความรู้สึกโรแมนติกและหรูหรา
- โซนภาษาอิตาลี (Italian-speaking): อยู่ทางตอนใต้สุด เช่น เมืองลูกาโน (Lugano) บรรยากาศจะอบอุ่น มีต้นปาล์ม และบ้านเรือนสีสันสดใส
- โซนภาษารูมันช์ (Romansh-speaking): เป็นภาษาท้องถิ่นเก่าแก่ พบได้ในรัฐเกราบึนเดิน (Graubünden) ซึ่งเป็นโซนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติแบบ Unseen ครับ
ตารางเปรียบเทียบเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตและเมืองรองที่น่าสนใจ
สำหรับใครที่อยากจัดทริปให้มีความหลากหลาย เราได้สรุปจุดเด่นของเมืองหลักและเมืองรองมาเปรียบเทียบให้ดูครับ
| โซนภูมิภาค (ภาษา) | เมืองหลักยอดฮิต (Mainstream) | เมืองรองน่าค้นหา (Unseen) | จุดเด่นของเมืองรอง |
| โซนเยอรมัน | ลูเซิร์น (Lucerne) | อัปเพนเซลล์ (Appenzell) | หมู่บ้านสีสันสดใส ไร้รถยนต์ และชีสท้องถิ่นชื่อดัง |
| โซนฝรั่งเศส | เจนีวา (Geneva) | อีวัวร์ (Yvoire) / วือเวย์ (Vevey) | เมืองยุคกลางริมทะเลสาบ เงียบสงบ เหมาะกับการถ่ายรูป |
| โซนอิตาลี | ลูกาโน (Lugano) | โลคาร์โน (Locarno) | อากาศอบอุ่น ริมทะเลสาบมาจจอเร่ มีปราสาทเก่าแก่ |
| โซนเทือกเขาแอลป์ | เซอร์แมท (Zermatt) | ซาส-เฟ (Saas-Fee) | ธารน้ำแข็งอลังการ คนน้อยกว่า ได้ฟีลหมู่บ้านหิมะของแท้ |

ทำไมคนยุคใหม่ถึงอินกับ “เมืองรอง” ในสวิตเซอร์แลนด์มากกว่า
ในยุคที่ข้อมูลการท่องเที่ยวหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พฤติกรรมของนักเดินทางชาวไทยวัยทำงานเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดครับ แทนที่จะไปต่อคิวถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กดังๆ ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว คนยุคใหม่กลับมองหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากกว่า
นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาพถ่ายสวยๆ บนโซเชียลมีเดีย หรือผลการค้นหาแบบ Image Search ในปัจจุบันจึงมักเต็มไปด้วยภาพของหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา หรือเส้นทางรถไฟที่คนไม่ค่อยรู้จักครับ
- หนีความวุ่นวาย ได้สัมผัส Local จริงๆ: เมืองรองมักไม่มีทัวร์กรุ๊ปใหญ่ลง ทำให้คุณได้นั่งจิบกาแฟมองดูวิถีชีวิตของชาวสวิสแท้ๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบ
- มุมถ่ายรูปที่ไม่ซ้ำใคร: การได้รูปภาพวิวหลักล้านที่เพื่อนในโซเชียลต้องทักมาถามว่า “ที่ไหน?” ถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของนักเดินทางสายคอนเทนต์ครับ
- ความคุ้มค่าด้านประสบการณ์: แม้เมืองรองบางแห่งจะเดินทางยากกว่า แต่วิวทิวทัศน์ที่ได้เห็นมักจะอลังการและดิบกว่าเมืองที่ถูกพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ Go Together Travel จึงเน้นการออกแบบโปรแกรมทัวร์แบบพรีเมียมที่สอดแทรกเส้นทาง Unseen เหล่านี้เข้าไปด้วยเสมอครับ เราเชื่อว่าการไปเที่ยวสวิส ไม่ใช่แค่การไปเช็คอินให้ครบทุกเมือง แต่คือการได้ใช้เวลาซึมซับบรรยากาศในสถานที่ที่สวยงามและตรงกับความชอบของคุณจริงๆ มากกว่าครับ
- สนใจทัวร์เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เรามีให้เลือกหลายโปรแกรมดูที่นี่ : คลิก

ความลับของการวางแผนข้ามเมืองในสวิส ที่มือใหม่มักพลาด
หลายคนเวลาดูแผนที่สวิตเซอร์แลนด์ มักจะคิดว่าประเทศเขามีขนาดเล็ก การเดินทางข้ามจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองน่าจะใช้เวลาไม่นาน แต่ในความเป็นจริง ภูมิประเทศกว่า 60% ของสวิสคือเทือกเขาครับ การเดินทางจากเมือง A ไปเมือง B แม้ระยะทางจะดูใกล้ แต่คุณอาจต้องนั่งรถอ้อมภูเขาทั้งลูก หรือต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟหลายต่อ
นอกจากนี้ สภาพอากาศในแต่ละรัฐยังแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้คุณอาจจะใส่เสื้อยืดเดินชิลที่เมืองลูกาโนทางใต้ แต่พอข้ามเขามาฝั่งเหนืออาจจะต้องหยิบเสื้อโค้ทมาใส่เลยก็ได้ครับ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางข้ามเมือง นี่คือสิ่งที่คุณต้องเผื่อใจและเตรียมตัวไว้ครับ
- การจัดการกระเป๋าเดินทาง: การลากกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นลงรถไฟ หรือเดินบนถนนหินกรวดในเมืองเก่า ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอนครับ
- ตารางเวลาที่ต้องเป๊ะ: ระบบขนส่งของสวิสตรงเวลามาก หากคุณพลาดรถไฟขบวนเดียว อาจหมายถึงแพลนทั้งวันของคุณต้องรวนไปหมด
- ข้อจำกัดของเส้นทางภูเขา: ถนนบางเส้นหรือกระเช้าบางแห่งจะปิดให้บริการในฤดูหนาว หรือช่วงที่มีพายุหิมะ การเช็คข้อมูลแบบ Real-time จึงสำคัญมาก
นี่คือจุดที่บริการจัดการเดินทางแบบ Custom หรือ Private Tour เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ ที่ Go Together Travel เรามีบริการจัดทัวร์ส่วนตัวที่เริ่มต้นเพียงแค่ 2 ท่านขึ้นไป ซึ่งเหมาะมากสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
คุณไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าตรู่เพื่อทำเวลาแข่งกับใคร อยากแวะถ่ายรูปตรงไหนนานๆ ก็ทำได้ หรือหากเป็นทัวร์ระดับองค์กร เราก็สามารถออกแบบเส้นทางที่ผสมผสานทั้งงานสัมมนาและการพักผ่อนในเมืองรองได้อย่างลงตัวครับ
การมีคนขับรถส่วนตัวและผู้เชี่ยวชาญเส้นทางคอยดูแล จะช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องการเดินทางข้ามเมืองที่ซับซ้อน ทำให้คุณได้เก็บเกี่ยวความสุขจากการเดินทางได้อย่างเต็มที่ครับ
Q&A
Q : เที่ยวสวิสครั้งแรก ควรเลือกไปกี่เมืองดี?
A : สำหรับทริป 7-10 วัน แนะนำให้เลือกพักเป็นเบสหลักประมาณ 2-3 เมืองครับ เช่น พักที่ลูเซิร์นและอินเทอร์ลาเคน แล้วใช้วิธีนั่งรถไฟหรือรถยนต์ออกไปเที่ยวเมืองรอบๆ แบบ One-day trip จะช่วยลดความเหนื่อยจากการย้ายกระเป๋าได้มากครับ
Q : เมืองไหนในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีค่าครองชีพเป็นมิตรที่สุด?
A : โดยภาพรวมค่าครองชีพในสวิสค่อนข้างสูงครับ แต่หากเทียบกันแล้ว เมืองในแถบตะวันออก (โซนติดกับออสเตรีย) หรือเมืองรองที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก จะมีราคาที่พักและร้านอาหารที่ย่อมเยากว่าเมืองใหญ่อย่างซูริคหรือเจนีวาครับ
Q : หากต้องการจัดทัวร์ส่วนตัวกับ Go Together Travel ต้องมีสมาชิกกี่คน?
A : เราเข้าใจว่าบางครั้งคุณก็แค่อยากเที่ยวกับคนรู้ใจ บริการทัวร์ส่วนตัวของเราจึงออกแบบมาให้เริ่มต้นได้ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไปครับ โดยสามารถปรับแต่งเส้นทางและเลือกเมืองที่อยากไปได้อย่างอิสระเลยครับ
บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
- ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ดียังไง ทำไมคนไทยอยากไปมากที่สุดในยุโรป
- จัดกระเป๋าไปสวิตเซอร์แลนด์ เดือนเมษายน แบบมือโปรเตรียมอะไรไปบ้าง
ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- Website Go Together Travel : https://gotogethertravel.com/
- Line OA : https://lin.ee/BOJRdh4
- Facebook : https://www.facebook.com/goto.gethertravel
- Tel : 02-214-6088
- Mail : [email protected]


