แจกแพลนเที่ยวคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง นั่งรถไฟความเร็วสูง

แจกแพลนเที่ยวคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง นั่งรถไฟความเร็วสูง

บทความนี้ Go Together Travel จะแจกแพลนเที่ยวคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง นั่งรถไฟความเร็วสูงที่สะดวกสบาย พร้อมแนะนำสถานที่ห้ามพลาดและเทคนิคการเตรียมตัวที่ควรรู้ครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ทำไมเส้นทางคุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง ถึงเป็นทริปในฝันของใครหลายคนครับ?

เส้นทางนี้เปรียบเหมือนการเดินทางผ่านสามเมืองที่มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ทำให้ทริปเดียวได้ครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ความทันสมัยของเมืองใหญ่ไปจนถึงความสงบของเมืองโบราณและธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

  • คุนหมิง (Kunming): ได้รับฉายาว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ” เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนานที่มีความเจริญ แต่ก็ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอยู่ไม่ไกล
  • ต้าหลี่ (Dali): เมืองแห่งความโรแมนติกริมทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) มีเมืองโบราณที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่ตั้งของเจดีย์สามองค์อันโด่งดัง บรรยากาศจะชิลล์ ๆ สบาย ๆ ครับ
  • ลี่เจียง (Lijiang): เมืองมรดกโลกโดย UNESCO ที่มีเมืองโบราณอายุหลายร้อยปีเป็นจุดเด่น ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ของภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ที่ยิ่งใหญ่อลังการ

การเดินทางเชื่อมสามเมืองนี้ในอดีตอาจใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันมีรถไฟความเร็วสูงที่เปลี่ยนโฉมการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ไปโดยสิ้นเชิงครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์จีน ดินแดนแห่งอารยธรรมและความยิ่งใหญ่ของเอเชีย

แบนเนอร์

เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง ดีกว่าการเดินทางแบบอื่นยังไง?

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเดินทางด้วยรถบัสหรือเครื่องบิน แต่สำหรับเส้นทางนี้ รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะมันคือจุดกึ่งกลางที่ลงตัวระหว่างความเร็ว ความสะดวกสบาย และราคาที่สมเหตุสมผล เรามาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นกันครับ


รูปแบบการเดินทาง

เวลาเดินทาง (คุนหมิง-ต้าหลี่)

ความสะดวกสบาย

จุดเด่น

รถไฟความเร็วสูง

ประมาณ 2 ชั่วโมง

สูงมาก (ที่นั่งกว้าง, ห้องน้ำสะอาด)

ตรงเวลา, รวดเร็ว, ชมวิวข้างทางได้

รถบัส

ประมาณ 4-5 ชั่วโมง

ปานกลาง (อาจเจอรถติด, แวะพัก)

ราคาถูกที่สุด

เครื่องบิน

ประมาณ 1 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาเดินทางไปสนามบินและรอขึ้นเครื่อง)

สูง (แต่มีขั้นตอนเยอะ)

ไม่เหมาะกับเส้นทางสั้นๆ แบบนี้

จะเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงช่วยประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะมาก ทำให้เรามีเวลาเที่ยวในแต่ละเมืองมากขึ้น แถมยังได้ชมวิวสวย ๆ สองข้างทางแบบไม่ต้องเหนื่อยขับรถหรือกังวลเรื่องรถติดเลยครับ

แจกแพลนเที่ยว 6 วัน 5 คืน ต้องเตรียมตัวและวางแผนยังไงบ้าง?

แพลนนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มากนัก แต่อยากเก็บไฮไลท์ของทั้งสามเมืองแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบเกินไปครับ

วันที่ 1: เดินทางถึงคุนหมิง เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ 

  • ช่วงเช้า-บ่าย: เดินทางถึงสนามบินนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ย (KMG) จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่เข้าที่พักในตัวเมืองเพื่อเก็บสัมภาระ
  • ช่วงบ่าย: เริ่มต้นทริปเบา ๆ ที่ วัดหยวนทง (Yuantong Temple) วัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในคุนหมิง มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและบรรยากาศสงบร่มรื่น
  • ช่วงเย็น: เดินเล่นที่ ถนนคนเดินหนานผิง (Nanping Street) และ ซุ้มประตูม้าทองไก่หยก (Golden Horse and Jade Rooster Archway) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กใจกลางเมือง หาของกินอร่อย ๆ และสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของคุนหมิงครับ
วัดหยวนทง

วันที่ 2: นั่งรถไฟไปต้าหลี่ ชมเมืองโบราณและทะเลสาบเอ๋อไห่ 

  • ช่วงเช้า: เดินทางไปยังสถานีรถไฟคุนหมิง (Kunming Railway Station) เพื่อขึ้นรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองต้าหลี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ช่วงบ่าย: เมื่อถึงสถานีต้าหลี่แล้ว ให้เดินทางต่อไปยังที่พักบริเวณ เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali Old Town) หลังจากเช็กอินเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินสำรวจเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสถาปัตยกรรมสวย ๆ
  • ช่วงเย็น: หาจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเช่า ขี่เล่นเลียบ ทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เป็นกิจกรรมที่โรแมนติกและผ่อนคลายมากครับ

วันที่ 3: เที่ยวต้าหลี่แบบเต็มวัน 

  • ช่วงเช้า: เหมาแท็กซี่หรือใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวไปชม เจดีย์สามองค์ (Three Pagodas) แห่งวัดฉงเซิ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองต้าหลี่ ยิ่งใหญ่และสวยงามมากครับ
  • ช่วงบ่าย: เดินทางขึ้นไปบน ภูเขาชางซาน (Cangshan Mountain) ด้วยกระเช้า เพื่อชมวิวเมืองต้าหลี่และทะเลสาบเอ๋อไห่จากมุมสูง อากาศข้างบนจะเย็นสบายและสดชื่น
  • ช่วงเย็น: กลับมาเดินเล่นในเมืองโบราณต้าหลี่อีกครั้ง หาคาเฟ่น่านั่ง หรือเลือกซื้อของฝากพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์

วันที่ 4: มุ่งหน้าสู่ลี่เจียง เมืองมรดกโลกที่เวลาเดินช้าลง 

  • ช่วงเช้า: เดินทางจากสถานีรถไฟต้าหลี่ไปยังสถานีลี่เจียงด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง
  • ช่วงบ่าย: เข้าที่พักในบริเวณ เมืองโบราณลี่เจียง (Lijiang Old Town) แล้วออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศ จุดเด่นของที่นี่คือบ้านเรือนโบราณ ลำธารใสที่ไหลผ่าน และสะพานหินเล็ก ๆ ที่มีอยู่ทั่วเมือง
  • ช่วงเย็น: เดินขึ้นไปยัง จุดชมวิวบนเขาบริเวณเมืองเก่า เพื่อถ่ายรูปเมืองโบราณลี่เจียงกับฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยกในช่วงเย็น แสงจะสวยมากครับ จากนั้นลงมาหาอาหารเย็นทานริมลำธาร

วันที่ 5: สัมผัสไฮไลท์ลี่เจียง ภูเขาหิมะมังกรหยก 

  • เต็มวัน: วันนี้เราจะใช้เวลาทั้งวันกับ ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ครับ แนะนำให้ซื้อทัวร์แบบ One-Day Trip จากในเมืองเพื่อความสะดวก ซึ่งจะรวมค่ารถ ค่าตั๋วเข้าอุทยาน และค่ากระเช้าใหญ่ขึ้นไปยังจุดสูงสุดแล้ว
  • สิ่งที่ต้องเตรียม: เนื่องจากข้างบนมีอากาศเบาบางและหนาวเย็น ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ แว่นกันแดด และกระป๋องออกซิเจน (มีขายที่อุทยาน) ไปด้วยครับ
  • กิจกรรมอื่น ๆ: นอกจากขึ้นไปชมธารน้ำแข็งแล้ว ในอุทยานยังมีโชว์ Impression Lijiang อันน่าประทับใจ และ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) ที่มีน้ำสีฟ้าใสราวกับคริสตัล

วันที่ 6: เก็บตกบรรยากาศลี่เจียงก่อนเดินทางกลับ 

  • ช่วงเช้า: เดินเล่นสบาย ๆ ในเมืองโบราณลี่เจียงอีกสักรอบ แวะชม สระน้ำมังกรดำ (Black Dragon Pool) ที่สามารถถ่ายรูปเงาสะท้อนของภูเขาหิมะมังกรหยกบนผิวน้ำได้
  • ช่วงบ่าย: หาซื้อของฝาก เช่น ผ้าทอพื้นเมือง ชาผู่เอ๋อร์ หรือเครื่องเงิน จากนั้นเดินทางไปยังสนามบินลี่เจียงซานยี่ (LJG) เพื่อเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ
สรุปแพลนเที่ยวคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง

เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยวจีนด้วยตัวเอง มีอะไรบ้างครับ?

การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้ทริปราบรื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะการไปเที่ยวจีนซึ่งมีระบบนิเวศทางดิจิทัลเป็นของตัวเองครับ

  • แอปพลิเคชันและการจ่ายเงิน: สังคมจีนเป็นสังคมไร้เงินสดเกือบสมบูรณ์แบบ ควรโหลดแอป Alipay หรือ WeChat Pay และผูกกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตประเภท Travel Card ไปให้พร้อม นอกจากนี้ Amap หรือ Baidu Maps ก็จำเป็นสำหรับการนำทางครับ
  • อินเทอร์เน็ตและ VPN: ซิมการ์ดสำหรับท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีบริการ VPN (Virtual Private Network) มาให้ เพื่อให้เราสามารถใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง Google, Facebook, Instagram หรือ LINE ได้ อย่าลืมตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนซื้อซิมนะครับ
  • การจองตั๋วรถไฟ: เราสามารถจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Trip.com หรือ Ctrip ซึ่งสะดวกและง่ายดายมาก ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลครับ

Q&A

Q: ควรไปเที่ยวช่วงไหนดีที่สุดครับ?

A: ช่วงที่อากาศดีและน่าเที่ยวที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เพราะอากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไปครับ

Q: ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่?

A: งบประมาณสำหรับทริป 6 วัน 5 คืน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ) จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาทต่อคนครับ ขึ้นอยู่กับประเภทของที่พักและร้านอาหารที่เลือก

Q: พูดภาษาจีนไม่ได้ เที่ยวเองลำบากไหม?

A: อาจจะลำบากบ้างในบางสถานการณ์ แต่ไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคใหญ่ครับ เราสามารถใช้แอปแปลภาษาช่วยสื่อสารได้ และตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ก็มักจะมีป้ายภาษาอังกฤษกำกับอยู่

Q: คนไทยต้องทำวีซ่าจีนไหมครับ?

A: ข้อมูล ณ ปัจจุบัน (ปี 2024) ประเทศไทยและจีนได้ลงนามในข้อตกลงยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักได้ไม่เกิน 30 วันครับ

สรุป

  • เส้นทางทองคำ: คุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง เป็นเส้นทางที่ครบรส ได้ทั้งบรรยากาศเมืองใหญ่ เมืองโบราณ และธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่
  • เดินทางสะดวก: รถไฟความเร็วสูงคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเดินทางระหว่างเมือง ช่วยประหยัดเวลาและสะดวกสบาย
  • แพลนที่ลงตัว: แผนการเดินทาง 6 วัน 5 คืน ถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บไฮไลท์สำคัญของทั้งสามเมือง
  • ไฮไลท์ห้ามพลาด: คุนหมิง (วัดหยวนทง), ต้าหลี่ (เมืองโบราณ, ทะเลสาบเอ๋อไห่), และลี่เจียง (เมืองโบราณ, ภูเขาหิมะมังกรหยก)
  • เตรียมตัวให้พร้อม: อย่าลืมเตรียมเรื่องแอปพลิเคชันการจ่ายเงิน (Alipay), ซิมการ์ดที่มี VPN และจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าเพื่อทริปที่ราบรื่นครับ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง

บทความอ้างอิงข้อมูลจาก

  1. Reddit : Sharing my Yunnan itinerary (Kunming, Dali, Lijiang) and some tips
  2. Lemon 8 : 10-Day Yunnan Itinerary