เที่ยวญี่ปุ่นเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อัปเดตล่าสุดฉบับมือโปร

เที่ยวญี่ปุ่นเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ใครที่กำลังวางแผนไปลุยแดนอาทิตย์อุทัย แต่ยังสับสนว่าต้องเริ่มจากตรงไหน เรา Go Together Travel จะอธิบายในหัวข้อนี้เองครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วคุณจะได้ข้อมูลครบถ้วน และพร้อมแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไปสร้างความทรงจำดีๆ ได้ทันทีครับ

จะไปเที่ยวญี่ปุ่นเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

การเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศฮิตอย่างญี่ปุ่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นวางแผนให้ถูกจุดครับ หลายคนมักจะตื่นเต้นกับการหาที่เที่ยวจนลืมจัดการเรื่องพื้นฐาน ซึ่งในยุคนี้การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลาและลดความหงุดหงิดหน้างานได้มากเลยครับ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการสำรวจความพร้อมของเอกสารสำคัญ และทำความเข้าใจสภาพอากาศของช่วงเวลาที่เราจะเดินทางไปครับ

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนเที่ยวญี่ปุ่น

1. เอกสารสำคัญอะไรบ้างที่เราห้ามลืมพกติดตัวไปเด็ดขาด?

แม้ว่าคนไทยจะสามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะถือแค่ตั๋วเครื่องบินแล้วเดินเข้าประเทศได้เลยนะครับ มีเอกสารหลายอย่างที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นจะขอดู ซึ่งเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้ครับ

  • หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต : นี่คือสิ่งแรกที่ต้องเช็กเลยครับ พาสปอร์ตของคุณต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันที่จะเดินทางกลับไทย หากใครพบว่าพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ ต้องรีบไปทำใหม่แต่เนิ่นๆ ครับ
  • ตั๋วเครื่องบินไปและกลับ : เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมักจะขอดูเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเราตั้งใจมาท่องเที่ยวและจะเดินทางกลับตามกำหนดเวลาครับ การมีตั๋วขากลับชัดเจนจะช่วยให้ผ่านด่านได้ง่ายขึ้นมาก
  • หลักฐานการจองที่พัก : ควรพิมพ์ใบจองโรงแรมหรือที่พักต่างๆ ออกมาเป็นกระดาษ หรือเซฟเป็นไฟล์ออฟไลน์ไว้ในมือถือครับ เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่จะถามว่าเราพักที่ไหน การมีหลักฐานยืนยันจะดูน่าเชื่อถือที่สุดครับ
  • การลงทะเบียน Visit Japan Web : ข้อนี้สำคัญมากในยุคปัจจุบันครับ เป็นระบบออนไลน์ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้เรากรอกข้อมูลล่วงหน้า ทั้งข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและข้อมูลศุลกากร เมื่อกรอกเสร็จระบบจะสร้างคิวอาร์โค้ดมาให้ เราสามารถนำคิวอาร์โค้ดนี้ไปสแกนที่ตู้ในสนามบินได้เลย ช่วยลดเวลาการต่อแถวเขียนกระดาษหน้างานไปได้เยอะมากครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์ญี่ปุ่นควรไปเดือนไหนดี เลือกฤดูให้เหมาะ รับรองฟิน

2. ฤดูกาลและสภาพอากาศของญี่ปุ่น สำคัญกับการจัดกระเป๋าแค่ไหน?

ประเทศญี่ปุ่นมี 4 ฤดูที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ การจัดกระเป๋าโดยไม่เช็กสภาพอากาศอาจทำให้ทริปหมดสนุกได้เลย เช่น เอาเสื้อยืดไปใส่ในหน้าหนาว หรือแบกเสื้อโค้ทหนาๆ ไปในหน้าร้อน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูตารางเปรียบเทียบการเตรียมตัวในแต่ละฤดูกันครับ

ฤดูกาลในญี่ปุ่นช่วงเดือนสภาพอากาศโดยเฉลี่ยสิ่งที่ต้องเตรียมเป็นพิเศษ
ฤดูใบไม้ผลิมีนาคม – พฤษภาคมเย็นสบาย 10 ถึง 20 องศาเสื้อแจ็คเก็ตกันลม เสื้อคาร์ดิแกน ร่มพับ (บางวันอาจมีฝน)
ฤดูร้อนมิถุนายน – สิงหาคมร้อนชื้น 25 ถึง 35 องศาเสื้อผ้าเนื้อบางเบาระบายอากาศ พัดลมพกพา หมวก ครีมกันแดด ทิชชู่เปียกเย็น
ฤดูใบไม้ร่วงกันยายน – พฤศจิกายนเย็นสบาย 12 ถึง 22 องศาเสื้อกันหนาวแบบสวมทับ เสื้อแขนยาว รองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย
ฤดูหนาวธันวาคม – กุมภาพันธ์หนาวจัด เลขตัวเดียวถึงติดลบเสื้อโค้ทหนา ลองจอน ฮีทเทค ถุงมือ ถุงเท้าหนา หมวกไหมพรม แผ่นแปะความร้อน

เคล็ดลับที่คน Gen Y อย่างเรานิยมใช้เวลาไปเจออากาศหนาวคือการแต่งตัวแบบหัวหอมครับ นั่นคือการใส่เสื้อผ้าซ้อนกันหลายๆ ชั้น แทนที่จะใส่เสื้อหนาเตอะเพียงตัวเดียว เพราะเวลาเราเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าหรือในรถไฟที่ญี่ปุ่น เขาจะเปิดฮีตเตอร์แรงมาก การแต่งตัวหลายชั้นจะทำให้เราถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกได้ง่ายๆ และไม่ร้อนอึดอัดจนเกินไปครับ

เราควรแลกเงินเยนไปเท่าไหร่ถึงจะพอดี?

ค่าเงินเยนในช่วงนี้ถือว่าเป็นใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยแบบสุดๆ ครับ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เราควรจะพกเงินสดไปเยอะแค่ไหน หรือควรใช้บัตรดีกว่ากัน เรื่องนี้ต้องมาดูพฤติกรรมการใช้จ่ายและสถานที่ที่เราจะไปเป็นหลักครับ

บัตรเรทพิเศษ หรือเงินสด แบบไหนตอบโจทย์และสะดวกกว่ากันในญี่ปุ่น?

ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากครับ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารใหญ่ๆ ล้วนรับบัตรเครดิตและบัตรเติมเงินสำหรับท่องเที่ยวกันหมดแล้ว เรามาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันครับ

  • การใช้เงินสด (เงินเยน) : ญี่ปุ่นยังคงมีร้านค้าท้องถิ่น ร้านอาหารขนาดเล็ก ศาลเจ้า หรือตู้กดน้ำบางตู้ ที่ยังรับเฉพาะเงินสดอยู่ครับ การพกเงินสดติดตัวไว้จำนวนหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย ขอแนะนำให้แลกเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด เพื่อใช้จ่ายจิปาถะหรือในยามฉุกเฉินครับ
  • การใช้บัตรท่องเที่ยว (Travel Card) : นี่คือนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตนักเดินทางอย่างเราครับ เราสามารถแลกเงินเยนผ่านแอปพลิเคชันในมือถือเก็บไว้ในเรทที่ดีที่สุด แล้วนำบัตรไปรูดจ่ายตามร้านต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน ข้อดีคือปลอดภัย ไม่ต้องพกเหรียญให้หนักกระเป๋า และถ้าเงินไม่พอก็สามารถกดแลกเพิ่มผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีครับ
เราควรแลกเงินเยนไปเท่าไหร่ถึงจะพอดี

การเดินทางและอินเทอร์เน็ต เราจะจัดการยังไงไม่ให้หลงทาง?

การหลงทางในสถานีรถไฟชินจูกุหรือโตเกียวถือเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องเจอครับ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงนี้ได้ด้วยการมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและแอปพลิเคชันแผนที่ที่แม่นยำ

ซิมการ์ดแบบพกพา พ็อกเก็ตไวไฟ หรือ โรมมิ่ง เราควรเลือกใช้งานแบบไหนดี?

การเชื่อมต่อโลกออนไลน์ตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็นมาก ทั้งสำหรับดูแผนที่ ค้นหารอบรถไฟ หรืออัปเดตโซเชียล เราลองมาดูทางเลือกยอดฮิตของคนไทยกันครับ

รูปแบบอินเทอร์เน็ตจุดเด่นจุดด้อยเหมาะกับใครมากที่สุด
ซิมการ์ดท่องเที่ยวราคาประหยัด สัญญาณเสถียร ไม่ต้องพกเครื่องพ่วงต้องถอดเปลี่ยนซิมเดิมในเครื่อง อาจทำซิมเดิมหายได้คนที่เดินทางคนเดียว หรือเน้นความคล่องตัว ไม่ชอบพกของเยอะ
อีซิม (eSIM)สะดวกที่สุด สแกนคิวอาร์โค้ดใช้งานได้เลย ไม่ต้องถอดซิมโทรศัพท์ต้องรองรับระบบอีซิม (สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอาจใช้ไม่ได้)คนที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และต้องการเก็บซิมเดิมไว้รับข้อความ
พ็อกเก็ตไวไฟแชร์เน็ตได้หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน คุ้มค่าเมื่อไปเป็นกลุ่มต้องชาร์จแบตเตอรี่เครื่อง ต้องเดินเกาะกลุ่มกันตลอดเวลากลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่เดินทางพร้อมกันตลอดเวลา
แพ็กเกจโรมมิ่งง่ายที่สุด แค่กดสมัครผ่านแอปพลิเคชันค่ายมือถือเดิมราคาอาจจะสูงกว่าทางเลือกอื่นเล็กน้อยในบางแพ็กเกจคนที่ไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือต้องการติดต่อเบอร์เดิมได้ตลอด

ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกับไปกับทัวร์ แบบไหนจะตอบโจทย์ชีวิตมากกว่ากัน?

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มรู้สึกว่าการเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งเรื่องการจองตั๋ว หาข้อมูลรถไฟ และการลากกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นลงบันไดสถานีรถไฟ ลองมาดูมุมมองเปรียบเทียบกันครับว่าสไตล์ไหนจะเหมาะกับคุณในทริปนี้

แบนเนอร์

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานหนักมาทั้งปี มีวันหยุดจำกัด และอยากได้การพักผ่อนอย่างแท้จริง การเลือกใช้บริการจัดทัวร์เที่ยวต่างประเทศ ถือเป็นการซื้อความสะดวกสบายและเวลาครับ ซึ่งบริการของ Go Together Travel เราออกแบบโปรแกรมมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดแบบพรีเมียมครับ

Q&A

Q : ไปเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน ควรตั้งงบประมาณไว้ที่เท่าไหร่ดี? 

A : หากไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก ควรเตรียมงบกินและเดินทางในประเทศญี่ปุ่นไว้ประมาณวันละ 2,000 – 3,000 บาทครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าชอบทานอาหารมื้อหรู หรือเน้นช้อปปิ้งแบรนด์เนมมากน้อยแค่ไหนด้วยครับ

Q : โหลดแอปพลิเคชันอะไรติดเครื่องไว้บ้างถึงจะเที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้น? 

A : แอปพลิเคชันที่ขาดไม่ได้เลยคือ Google Maps สำหรับดูเส้นทางเดินและรอบรถไฟครับ นอกจากนี้ควรมีแอปแปลภาษาด้วยกล้องถ่ายรูป ไว้สำหรับสแกนอ่านฉลากสินค้าหรือเมนูอาหารที่ไม่มีภาษาอังกฤษครับ

Q : การแพ็คของเหลวขึ้นเครื่องบินมีกฎระเบียบอย่างไรบ้าง? 

A : ของเหลว เจล สเปรย์ ทุกชนิดที่จะพกขึ้นเครื่อง (Carry-on) ต้องบรรจุในขวดละไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตรครับ หากเกินกว่านี้ต้องโหลดใต้ท้องเครื่องให้หมดครับ

สรุป

  • ตรวจสอบอายุพาสปอร์ตให้เหลือเกิน 6 เดือน และอย่าลืมกรอกข้อมูลล่วงหน้าในระบบ Visit Japan Web เพื่อความรวดเร็วที่สนามบิน
  • เช็กสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม โดยเฉพาะหน้าหนาวที่ควรเตรียมชุดรับมือความเย็นแบบใส่ซ้อนทับกัน
  • พกเงินเยนสดไปส่วนหนึ่งสำหรับร้านค้าขนาดเล็ก และใช้บัตรท่องเที่ยวเรทพิเศษสำหรับร้านค้าใหญ่เพื่อความคุ้มค่า
  • เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นซิมการ์ด อีซิม หรือไวไฟพกพา เพื่อใช้ดูแผนที่และกันหลงทาง
  • หากไม่มีเวลาวางแผนหรือไม่อยากเหนื่อยกับการเดินทางด้วยรถไฟสาธารณะ การเลือกใช้บริการจัดทัวร์กับ Go Together Travel คือทางเลือกที่ทำให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบที่สุดครับ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง

บทความอ้างอิงข้อมูลจาก

  1. The Tokyo Chapter : PREPARING FOR YOUR TRIP TO JAPAN
  2. Quora : I want to travel to Japan/Tokyo. How do I prepare for the trip/staying there?