ทัวร์ยุโรป : แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน

Austrian Airlines

แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน


ราคา 84,900 บาท

วอซอร์ – พระราชวังลาเซียนสกี้ – กดังส์ – โตรุน – รอตสวาฟ ปราสาทมาลบอร์ก – เชสโตโชวา – จัสนาโกรา – คราคูฟ - ค่ายกักกันออซวิซท์ ซาโกปาเน่ - ยอดเขาคราสโพวี่ เวี้ยช -เหมืองเกลือวิลิซก้า – ยอดเขากูบาวุฟก้า เที่ยวสบายๆ ไม่ย้อนเส้นทาง บินเข้าวอร์ซอว์-ออกคราคูฟ

เดินทาง :
• 28 ธ.ค. 60 - 6 ม.ค. 61 
tag :
แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – เวียนนา
21.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว G เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ (OS) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกท่านก่อนขึ้น เครื่อง
 
23.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยเที่ยวบิน OS026 (ใช้เวลาเดินทาง 10.40 ชั่วโมง)
 

วันที่ 2 เวียนนา – วอร์ซอว์ – ชมเมือง
05.25 น. ถึงกรุงเวียนนา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน
 
07.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) ประเทศโปแลนด์ เที่ยวบินที่ OS625 (ใช้เวลาเดินทาง 1.15ชั่วโมง)
 
08.30 น. ถึงกรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ (Poland) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ...นำท่านชมกรุงวอร์ซอว์ ..... นำท่านเข้าชมสวนลาเซียนสกี้ และ ให้ท่านถ่ายภาพด้านนอกพระราชวังลาเซียนสกี้ พระราชวังที่ได้รับการยก ย่องว่ามีความงามเทียบเคียงได้กับพระราชวังแวร์ซายส์ แห่งฝรั่งเศส พระราชวังนี้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทาง ประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และยังเคยเป็นที่ประทับชอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอร์ใน ปี ค.ศ. 1897 จากนั้นให้ท่านได้ภาพถ่ายอนุสาวรีย์โชแปง อัจฉริยะทาง ดนตรี แห่งศตวรรษที่ 19 โชแปง ได้เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ ด้วย เริ่มต้นจากการเล่นเปียโน จากนั้นเมื่ออายุได้ 7 ปี ได้จัดแสดงคอนเสิร์ตต่อ สาธารณะชนและทำให้เป็นที่เล่าลือกันทั่วถึงเรื่องของความสามารถ
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย ชมพระราชวังหลวง Royal Castle ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเดิม เป็นไม้แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นอิฐ เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปล รวมทั้งซาร์ จากรัสเซียด้วย และต่อมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีก่อนถูกนาซี ทำลายในปี ค.ศ. 1994 และได้รับการบูรณะใหญ่ในช่วง 70 ต่อจากนั้นชมย่านจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ซึ่งถือได้ว่าเป็น จัตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ มีอายุย้อนไปใย้อนไปในศตวรรษที่ 14 แต่อาคารส่วนใหญ่ที่เห็นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารของพ่อค้าที่ร่ำรวย ในศตวรรษที่ 17 ทำให้ด้านหน้าของอาคารถูกตกแต่งอย่างวิจิตร และ ตกแต่งกันตามความชอบของเจ้าของมีทั้ง โกธิค เรอเนซองค์ บาโรค และ นีโอคลาสสิค ....จากนั้นนำท่านผ่านถนน Nowy Swiat Street เพื่อชม Krakowskie Przedmiescic streets ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอWarsaw สอง ข้างถนนประกอบไปด้วยพระราชวังต่างๆเช่นพระราชวังลาเซียนสกี้ตึก รัฐบาล ร้านอาหาร ผับ บาร์ มีต้นไม้ร่มรื่นยืนต้นให้เห็นได้ทั่วไป ชมโบสถ์เซนท์แอนนา St. Anna Church สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค ในช่วงศตวรรษที่ 16
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม MAZURKAS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 วอร์ซอว์ – ปราสาทมาลบอร์ก – กดังส์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกดังส์ (Gdansk)
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย ระหว่างทางนำท่าน ผ่านชมปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) (140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ....ชมป้อมยุคกลางที่ ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิม เป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์ นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) โดย มีอาคารเพียง 2 ปีก คือปีกทิศเหนือกับทิศตะวันตก หลังปีค.ศ. 1309 นิกาย ดังกล่าวเริ่มเสื่อมลงหลายป้อมทางด้านตะวันออกถูกโจมตีและแตก ทำให้ ผู้นำนิกายดังกล่าวได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะย้ายที่พักชั่วคราวจากเวนิช ไปยังบริเวณแคว้นรัสเซียซึ่งลัทธิดังกล่าวยังมีอิทธิพลสูงอยู่ ดังนั้นมาลบอร์ก จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงลัทธิดังกล่าว เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใจ กลางเขตอิทธิพลซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง ตัววิหารได้ถูกต่อเติม ให้เป็นปราสาทในช่วง 20 ปีต่อมา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮคตาร์ (12,5000 ไร่) ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน ปราสาทกลาง และ ปราสาทล่าง ซึ่งทั้งสามปราสาทแยกกันโดยอิสระ มีระบบป้องกันตนเอง อย่างสมบูรณ์มีระบบน้ำอิสระแยกขาดออกจากกัน มีที่เก็บอาหารแยกจาก กัน สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่เนื่องจาก นิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410 ที่กรุน วาลด์ ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมาและถูกบังคับให้ออกจาก มาลบอร์กในปี ค.ศ. 1466 ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็ เสียหายไปตามกาลเวลาและได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็ เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่ เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะ ในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกใน ปี ค.ศ. 1997 แล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองกดังส์ (ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองกดังส์ (Gdansk) ถือว่าเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของสหภาพแรงงานโซลิแดริตี้ที่มีนายเลค วาเวนซ่าเป็นประธาน หลายคน หลังจากการต่อสู้ของสหภาพนี้เองที่ทำให้โปรแลนด์กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุดหน้ากว่าประเทศยุโรปทั้งหลาย ที่หลุดจากโซเวียตในเวลาใกล้เคียงกัน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลโปแลนด์ โดยมีการร่างต้นฉบับแบบเมืองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1343 (ค.ศ.1886) ชาวโปลจึงได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในร่างต้นฉบับเมืองเดิม และเป็นผลสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับศูนย์กลางของเมืองนั้น มีอยู่ 3 ส่วน ภายในเขตกำแพงเมือง ชมเมืองกดังส์ คุณจะได้พบกับถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือได้ที่นี่ นำท่านไปชมคือ เมืองเก่ายุคกลางอันงดงาม อาทิ ที่ทำการเทศบาล Main Town Hall และโบสถ์ใหญ่ศิลปะแบบโกธิคที่มีชื่อว่า โบสถ์เซนต์ แมรี่ (Church of St. Mary) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1502 (พ.ศ. 2045) สามารถจุผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถึง 25,000 คน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม GOLDEN TULIP หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 กดังส์ - โตรุน – รอตสวาฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโตรุน (Torun) เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ หลังจากที่องค์การ ยูเนสโก ประกาศจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อเมืองมรดกโลกภายในตัวเมืองมีอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์อันสวยงามอยู่ดาษดื่นโด่งดัง ไม่น้อยไปกว่าเมืองคราคูฟ โปซนาน หรือ โวสลาฟ โตรุน (Torun) จึงปรากฏอยู่ในแผนที่ของเมืองท่องเที่ยวติดอันดับในทวีปยุโรป สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อท่านมาเยือนเมืองโตรุน (Torun) คือทิวทัศน์สวยงาม อันเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดีของสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมดูแลภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Copernicus … ชมเมืองโตรุน (Torun) สร้างโดยอัศวินเยอรมัน คริสเตียนนิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) เฮอมานน์ ฟอน บาล์คโดยสร้างเป็นป้อมในกลางศตวรรษที่ 13 (ปี ค.ศ. 1231) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพิชิตดินแดนยุโรปเหนือ/ตะวันออก และเปลี่ยน ให้คนในพื้นที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาท้องถิ่น ด้วยที่มั่นอันแข็งแรงเป็นที่ดึงดูดให้คนโปลและเยอรมันแห่กันมาอยู่ในป้อมแห่งนี้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1280 ก็ได้พัฒนากลายไปเป็นพันธมิตรการค้าของกลุ่ม ฮัมเซียติค (กลุ่มพ่อค้าเดินเรือเยอรมันและสแกนดิเนเวีย) ในอีกศตวรรษต่อมาก็ปรากฎว่าเมืองนี้ร่ำรวยจากการค้า สังเกตได้จากบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมามากในศตวรรษที่ 1-15 รวมทั้งบ้านของนักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นิโคลลาส โคเปอร์นิคุส เป็นตึกสูง 5 ชั้น ประดับหน้าบ้านด้วยลวดลายงดงาม ชมย่าน Torun Old Market Square ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค จนได้รับการขึ้นบัญชีจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1997 ชมศาลาว่าการ Town Hall อาคารสำคัญที่ก่อสร้างด้วยศิลา แดง ซึ่งเป็นจุดเด่นของย่านชุมชนเก่า
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตสวาฟ (WROCLAW) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา และมากไปกว่านั้น เมืองรอตสวาฟใกล้เขตชายแดนของสองประเทศ นั่นคือชายแดนติดกับสาธารณรัฐเชค และชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม BEST WESTERN PRIMA HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 รอตสวาฟ - เชสโตโชว่า - คราคูฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านผ่านชมมหาวิทยาลัยรอตสวาฟ (UNIVERSITY OF WROCLAW) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา (รางวัลโนเบลเป็นรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการสแกนดิเนเวีย พิจารณาผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม) โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000 คน ในอดีตยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย นอกจากนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังเคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของกลุ่มนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย จากนั้นนำท่านชมความงามของเมืองรอตสวาฟเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย จากนั้นนำท่านสู่เมืองเชสโตโชว่า (Czestochowa) เพื่อเยี่ยมชมวิหาร จัสนาโกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูปนักบุญมาดอน นาสีดำ Black Madonna ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วย ปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ. 1382 โดยการบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่งโอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกัน โดยทั่วไปว่า Black Madonna ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อย ปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์ ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา วิหารจัสนา โกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปลแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อออกัสตินนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของชาวสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ. 1665 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาแสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้ นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองคราคูฟ (Krakow)
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม LENART HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 คราคูฟ - เหมืองเกลือวิลิซก้า - คราคูฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางเข้าชมเหมืองเกลือวิลิซก้า (Wieliczka Saltmine) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994 นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่มีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชมเหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน เหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่าน ชมเมืองคราคูฟ ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปี ปก ปักรักษาเมืองหลงเหลืออยู่ แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่ จะมาแสดงผลงานและชม ประตูเข้าเมือง Florain Gate ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 13 ถนนคนเดินสมัยโรมันจากนั้นนำท่านสู่จัตุรัสใจกลางเมือง เป็นย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ชมโบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Mariacki Church) ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำด้วยด้วยไม้แกะสลักมา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ชมอาคารการค้าผ้าในอดีต (Cloth Hall) และถือ ว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบจนสมัยนี้อาคารนี้ก็ยังใช้ เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์และเหล่าอาคันตุกะของเมือง สามารถ ช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่ อิสระช้อปปิ้งสินค้าราคาประหยัดฝากคนที่บ้าน ณ ห้างสรรพสินค้าและ สัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในเมืองคราคูฟ
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม LENART HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 คราคูฟ – ซาโกปาเน่ - ยอดเขาคราสโพวี่ เวี้ยช
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) จัดเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์เพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาทาทร่า ซึ่งมีความสูงระหว่าง 750 ถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มากมายของชาวโปแลนด์อีกด้วย มีประชากร 28,000 คนโดยประมาณแต่ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมความงามของเมืองนี้นับล้านๆ จากนั้นนำท่านขึ้นเคเบิ้ลสู่ ยอดเขาคราสโพวี่ เวี้ยช (Kasprowy Wierch) เทือกเขาแห่งนี้เป็น 1 ในสถานที่ที่ต้องมาท่องเที่ยวหากได้เดินทางมาที่เมืองซาโกปาเน่เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างโปแลนด์และสโลวักเกีย ในช่วงฤดูหนาวเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การสกีแบบลงเขา จึงทำให้ยอดเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยนักสกีจากทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจ
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย เดินเที่ยวชมเมืองซาโกปาเน่ ซาโกปาเนตั้งอยู่ในใจกลางประเทศโปแลนด์ ทางตอนใต้ ห่างไม่กี่ไมล์จากชายแดนประเทศสโลวัก และเป็นเมืองตาก อากาศในภูเขาตาตราที่คับคั่งไปด้วยนักสกีในช่วงฤดูหนาวและนักเดินป่า และนักปีนเขาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 คาบเกี่ยวช่วงต้น ศตวรรษที่ 19 ซาโกปาเนได้กลายเป็นเมืองอารยธรรมศิลปะที่โดดเด่นที่สุด ในประเทศโปแลนด์ ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สิ้นสุดลงเนื่องจากอิทธิพล ของสหภาพโซเวียตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังคงมีอิทธิพล วัฒนธรรมเก่าแก่หลงเหลืออยู่ด้วยบ้านไม้ที่สวยงาม อิสระเดินเที่ยวชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนคนเดิน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม WERSAL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 8 ซาโกปาเน่ - คราคูฟ – ค่ายออสวิซึม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านขึ้นรถไฟไปยัง ยอดเขากูบาวุฟก้า (Gubalowka) หรือ Mount Giewont บนความสูง 1,120 เมตร ซึ่งบนนี้เอง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพ ของ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาทาทร่าแบบ พาโนราม่างดงามเหนือคำบรรยาย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองคราคูฟ (100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของโปแลนด์มายาวนานกว่า 500 ปี เมืองนี้ยังคงความสมบูรณ์เพราะไม่ได้ถูกนาซีทำลายด้วยการทิ้งระเบิดเช่นเดียวกับกรุงปรากในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เราได้เห็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามจากช่างฝีมือในยุคเก่า ยูเนสโกได้รับเมืองคราคูฟเข้าโครงการมรดกโลกด้วยตามสถานที่ต่างๆ อาทิ จัตุรัสโบราณ (Market Square) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปสมัยกลางขนาดความกว้าง 4 เฮคต้าร์ อาคารที่มีชื่อเสียงรอบๆจัตุรัสสร้างในศตวรรษที่ 14 ประชาชนให้จัตุรัสดังกล่าวเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกกษัตริย์โปล อีกทั้งใช้ในพิธีทางศาสนาตั้งแต่ในอดีต เดินชมอาคารที่งดงามต่างๆซึ่งองค์การยูนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สภาพบ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองออสวีซิม (Oswiecim) (80 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ผ่านชมความงามละเงียบสงบของย่านชนบท แห่งประเทศโปแลนด์ นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Schwitz Concentration Camp)ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของโปแลนด์ เริ่มจากเยอรมันเข้ายึด โปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขัง นักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามี น้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัด เชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้นๆ ที่ถ่ายทำโดยทหาร รัสเซีย เมื่อครั่งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตาย กว่า 1 ล้าน 5 แสนคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว ..... ได้เวลาเดินทางกลับคราคูฟ
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม LENART HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 9 คราคูฟ - พระราชวังหลวง - มหาวิหารวาเวล – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านขึ้นเขาวาเวล (The Wawel) ชมมหาวิหารวาเวล Wawel Cathedral สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของ กษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย นำถ่ายรูปด้านหน้าพระราชวังหลวง Royal Castle ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499 และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค เดินชมภายในพระราชวังซึ่งมีงานให้ชมหลายอย่าง อาทิ ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์ …..นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารระหว่างทางไปสนามบิน
 
15.20 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ OS598 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1.05 ช.ม.)
 
16.25 น. ถึงสนามบินกรุงเวียนนา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
 
23.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ OS025 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10 ช.ม.)
 

วันที่ 10 กรุงเทพฯ
15.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เวียนนา-วอร์ซอว์-คราคูฟ-เวียนนา-กรุงเทพฯ
โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น (มีวีซ่าแล้วหักท่านละ 2,200 บาท)
 ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ
 ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินท่านละไม่เกิน 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ วันละ 5 ยูโรต่อวัน (8 วัน)
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าจัดทำเอกสาร และค่าธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 40 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50%
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-24 วัน เก็บค่าบริการทั้งหมด 100%
บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 25 ท่าน โดยที่จะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

- หนังสือเดินทาง (PASSPORT) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า (สำหรับท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ขอความกรุณา แนบมาด้วย เพื่ออ้างอิงกับทางสถานทูต)
- รูปถ่ายสี พื้นหลังสีขาวเท่านั้น ขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
- สำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 ใบ
- สำเนาบัตรประชาชนอย่างละ 1 ใบ
- สำเนาใบสูติบัตรกรณีที่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (แปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นและมีตราประทับ บริษัทที่ถูกต้อง)
- สำเนาทะเบียนสมรส (แปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นและมีตราประทับ บริษัทที่ถูกต้อง)
- สำเนาใบหย่าหรือสำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)
หมายเหตุ : เอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ที่มีตราประทับ บริษัทที่จดทะเบียนแปล และถูกต้องเท่านั้น
- หลักฐานการเงิน โดยต้องขอจากทางธนาคารเท่านั้น พร้อมสำเนาถ่ายจากสมุดเงินฝากส่วนตัวย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าบัญชีหน้าแรก (หากมีการต่อเล่ม กรุณาสำเนาหน้าแรกของเล่มที่ต่อพร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน)
หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
กรณีเป็นพนักงาน
• จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด
• หากเกษียณอายุ กรุณาชี้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (เป็นจดหมาย) เกี่ยวกับที่มาของการเงินและกรุณาแนบเอกสารที่สามารถยื่นยันได้ว่าเกษียณอายุแล้ว เช่น บัตรราชการ บัตรพนักงาน ฯลฯ
พร้อมประทับตราของบริษัท
กรณีเป็นข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
• จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร
เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ใบ
กรณีเป็นเจ้าของกิจการ
• สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อม
ทั้งเซ็นตชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน) (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
• จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน
เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
• จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตร
กับผู้ที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่ (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา) และบิดาหรือมารดจะต้องไปเซ็นต์เอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่า
กรณีเป็นแม่บ้าน
• สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) (ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน)
หมายเหตุ : เอกสารประกอบการยื่นที่เป็นภาษาไทย จะต้องแนบเอกสารที่เป็นการแปลเป็นภาอังกฤษจากศูนย์การแปลพร้อมตราประทับรับรองจากบริษัทฯ ที่จดทะเบียนการแปลอย่างถูกต้อง) หากลูกค้าไม่สะดวกทำการแปลเองทางบริษัทฯ จะทำการส่งแปลให้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นฉบับละ 300 บาท.-

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 25 ท่าน
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter