ทัวร์อเมริกาใต้ : แกรนด์ชิลี และเกาะอีสเตอร์ 12 วัน

KLM Airlines

แกรนด์ชิลี และเกาะอีสเตอร์ 12 วัน


ราคา 199,900 บาท

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวสู่....ประเทศชิลี ซานเตียโก, พระราชวังโมนิดา, ปราสาทฮิลดาโก, หุบเขาคูลาคาฟว์, ชิมไวน์ชิลี, บัลปาราอิโซ่, วินนาเดลมา,ปุนตาอาเรนัส, อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่, เกรย์กลาเซียร์, เกาะอีสเตอร์

เดินทาง :
• 9 - 20 ก.ค. 60 
• 6 - 17 ส.ค. 60 
• 10 - 21 ต.ค. 60 
• 3 - 14 ธ.ค. 60 
tag :
ซานเตียโก, พระราชวังโมนิดา, ปราสาทฮิลดาโก, หุบเขาคูลาคาฟว์, ชิมไวน์ชิลี, บัลปาราอิโซ่, วินนาเดลมา, ปุนตาอาเรนัส, อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่, เกรย์กลาเซียร์, เกาะอีสเตอร์


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพมหานคร
09.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอินสายการบินเค แอล เอ็ม รอยัล ดัชช์ แอร์ไลน์ส แถว P 1-15 ประตูทางเข้าที่ 7-8 อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
 
12.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์โดยสายการบินเค แอล เอ็ม รอยัล ดัชช์ แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน KL876 (ใช้เวลาบินประมาณ 11.35 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์และจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง ทั้งนี้สายการบินฯ มีบริการ อาหารกลางวัน และอาหารเย็น บนเครื่องบิน
 
18.45 น. เดินทางถึงสนามบินสคิปโพลล์ (AMS) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
 
21.05 น. ออกเดินทางจากสนามบินสคิปโพลล์ (AMS) สู่สนามบิน ซานเตียโก (SCL) ประเทศชิลี สัมผัสประสบการณ์บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล (ใช้เวลาบินประมาณ 18 ชั่วโมง) ********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ******* สายการบินมีบริการอาหารค่ำ และ อาหารเช้าบนเครื่องบิน
 

วันที่ 2 ซานเตียโก (ชิลี), ซิตี้ทัวร์, พระราชวังโมนิดา (พักค้าง 2 คืน)
09.10 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก (SCL) ประเทศชิลี นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของเมืองซานเตียโก (Santiago) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 520 เมตร (1,700 ฟุต) ในหุบเขาตอนกลางของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานเตียโกเมโทรโพลิแทน กว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา พร้อมๆ กับการพัฒนาเขตชานเมืองอย่างกว้างขวาง ศูนย์การค้าหลายสิบแห่ง และสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ รวมทั้งมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของละตินอเมริกา เช่น ซานเตียโกเมโทร (Santiago Metro) และระบบใหม่ "โกสตาเนรานอร์เต” (Costanera Norte)" เป็นระบบขนส่งของย่านกลางกรุง เชื่อมระหว่างด้านตะวันออกสุดไปด้านตะวันตกสุดของเขตเมืองภายในเวลา 15 นาที นำท่านชมย่าน เบอร์นาโด โอ ฮิกกิ้น อเวนิว (Bernardo O Higgins Avenue) หรือที่ชาวชิลีรู้จักในนาม La Alameda หมายถึงถนนที่เต็มไปด้วยต้นปอปล่า นับเป็นถนนสายหลักของเมืองซานเตียโก และเป็นย่านเมืองเก่าที่ยังคงความคลาสสิค นำท่านแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง (Santiago city hall) จากนั้นนำท่านสู่ย่านจตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม (Plaza De Arm) อันเป็นจตุรัสที่ตั้งของสถานปัตยกรรมโบราณต่างๆมากมาย นำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งซานเตียโก (Cathedral of Santiago) เป็นมหาวิหารที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอคลาสสิคสร้างตั้งแต่ปี 1748 แล้วเสร็จในปี 1800 นำท่านเข้าชมความงดงามภายในมหาวิหารแห่งนี้
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (ลิ้มลองเมนู ปูยักษ์อล้าสก้า)
 
บ่าย นำท่านเข้าชมบริเวณด้านหน้าของพระราชวังโมนิดา (La Moneda Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศชิลี และใช้เป็นสถานที่ราชการของกระทรวงต่างๆของประเทศชิลี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปบริเวณลานด้านหน้า พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดย โจแอนควิน โทเอากา สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน สร้างขึ้นในปี 1784-1805 ในแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค และมีเสาโรมันขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นซุ้มประตู ความสวยงามและเก่าแก่ของพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย ได้เวลานำท่านเชคอินโรงแรมที่พัก เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบถก่อนอาหารค่ำ
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Plaza San Francisco Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
 

วันที่ 3 หุบเขาคูลาคาฟว์, ชิมไวน์ชิลี, บัลปาราอีโซ, วินนาเดลมา, ปราสาทฮิลดาโก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่หุบเขาคูลาคาฟว์ (Curacavi Valley) อันเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นพันธุ์ดีที่ใช้ในการผลิตไวน์อันเลื่องชื่อของประเทศชิลี ซึ่งเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศชิลี ตลอดเส้นทางเรียบชายฝั่งทะเลมุ่งสู่ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์อันเลื่องชื่อ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพ ท้องทะเลสลับกับชายฝั่งเทือกเขาสูง นับเป็นอีกทัศนียภาพที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน นำท่านเดินทางสู่หุบเขาคาซาบลังกา (Casablanca Valley) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมของชิลี ณ ที่แห่งนี้ ท่านจะได้ลิ้มชิมรสไวน์ หลากหลายรูปแบบที่ผลิตและส่งออกนอกประเทศ ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso) เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุดและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อยๆ ของประเทศชิลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองหลักของแคว้นบัลปาราอีโซ ในขณะที่ซานเตียโกเป็นเมืองหลวงของประเทศ ในปี ค.ศ. 2003 รัฐสภาชิลีได้มีมติประกาศให้บัลปาราอีโซเป็น "เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของชิลี" และเป็นที่ตั้งของสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ บัลปาราอีโซมีบทบาทสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยเป็นที่พักกลางทางของเรือที่เดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านทางช่องแคบแมกเกนแลน ชาวยุโรปได้อพยพเข้ามาอย่างมาก บัลปาราอีโซในขณะนั้นได้รับการขนานนามจากกะลาสีจากชาติต่างๆ ว่าเป็น "ซานฟรานซิสโกน้อย" หรือ "อัญมณีแห่งแปซิฟิก" ซึ่งช่วงนี้เองที่ถือเป็นยุคทองของเมือง จนกระทั่งการเปิดใช้คลองปานามาและความซบเซาของการเดินเรือได้ทำให้ความ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองชะงักลง นำท่านเที่ยวชมเมืองบัลปาราอีโซ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2007 เนื่องจากเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคทองทางการค้าในสมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านเที่ยวชมความแปลกตาของบ้านเมืองที่ทาสีสัน สดใสตลอดแนวชายฝั่งทะเล และหมู่อาคารที่สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล สมัยศตวรรษที่ 19
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเดินทางสู่เมืองวินนาเดลมา (Vina del Mar) ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองบัลปาราอีโซ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งสวน” (City of Garden) นอกเหนือจากสวนสวยที่เพิ่มภูมิทัศน์ของเมือง ยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤษกศาตร์ของชิลีอีกด้วย นำท่านแวะถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ (Flower Clock) เปรียบได้กับสัญลักษณ์ของเมืองแห่งสวนนี้ จากนั้นนำท่านเที่ยวชมความน่ารักของเมืองริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซานเตียโก (ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ช.ม.) นำท่านเดินทางสู่เนินเขาซานตาลูเซีย (Santa Lucia Hill) ซึ่งเป็นเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ และ ทัศนียภาพของเมืองซานเตียโกในมุมสูง นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทฮิลดาโก (Hildalgo Castle) เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการในอดีตสำหรับเป็นจุดเฝ้าระวังการรุกรานของข้าศึก เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขาสูง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองซานเตียโก ตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Plaza San Francisco Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
 

วันที่ 4 เกาะอีสเตอร์, รูปปั้นปริศนาโมอาย (พักค้าง 2 คืน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
 
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก เพื่อเชคอิน
 
09.25 น. ออกเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก โดยเที่ยวบิน LA 841 (ใช้เวลาบินประมาณ 5.35 ช.ม.)
 
13.00 น. เดินทางถึงสนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม
 
บ่าย นำท่านชมเกาะอีสเตอร์ เป็นเกาะขนาดเล็กที่ถือว่าตั้งอยู่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก โดยเกาะนั้นมีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 25 กิโลเมตร แต่ถึงแม้ว่าเกาะจะมีขนาดเล็ก แต่ประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์นั้นยิ่งใหญ่เกินขนาดของเกาะเป็นหลายเท่าตัวเลยโดยสิ่งก่อสร้างที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ คือ รูปสลักหินขนาดยักษ์ หรือที่รู้จักในนาม “โมอาย” (Moai) แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหินและกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ซึ่งรูปสลักในยุกแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค.ศ. 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า โมอาย (Moai) ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ โมอาย เป็นรูปปั้นหินซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัด โมอายถูกพบมากกว่า 600 ตัว กระจายอยู่ทั่วเกาะอีสเตอร์ในอุทยานแห่งชาติลาปานุย ประเทศชิลี โมอายเกือบทั้งหมดที่พบนั้นถูกแกะสลักมาจากหินก้อนเดียว แต่ก็มีบางตัวซึ่งมี Pukau ลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ โมอายเกือบทั้งหมดถูกแกะสลักมาจากเหมืองหินที่ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติลาปานุย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995 เพื่อถ่ายรูปกับโมอาย สัญลักษณ์แห่งเกาะอีสเตอร์ นำท่านถ่ายรูปกับ โมอาย 7 ตัว หรือที่รู้จักกันในนาม อาฮู อากิวี (Ahu Akivi) สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ โฮตู มาตูอา (King Hotu Matua) จากนั้นนำท่านสู่บริเวณที่เชื่อว่าเป็นที่ทำหมวกของโมอาย หรือที่รู้จักในนาม ปูนาเปา (Puna Pau Quarry) ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนที่สำคัญของโมอายที่สร้างเหมือนมีหมวกบนหัว
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Taha Tai Hotel *** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
 

วันที่ 5 เกาะอีสเตอร์ – ราโน ราราคู
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ตอนใต้ของเกาะอีสเตอร์ เพื่อไปชมความมหัศจรรย์ของทุ่งโมอาย ณ เหมืองหิน ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ จากการค้นพบรูปปั้นที่ยังแกะสลักอยู่ครึ่งๆกลางๆนั้น ทำให้มีการสันนิษฐานว่าเหมืองหินได้ถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทันหัน นอกจากนั้นในการค้นพบโมอายเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพล้มนอน เชื่อว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะเป็นผู้ทำให้มันล้ม ลักษณะที่เด่นชัดของโมอาย คือส่วนหัว แต่ก็มีโมอายหลายตัวซึ่งมีส่วนหัวไหล่ แขน และลำตัว ซึ่งเป็นโมอายที่พบหลังจากถูกฝังมานานนับปี ความหมายและวัตถุประสงค์ของการสร้างโมอายนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดและมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา ข้อสันนิษฐานที่แพร่หลายมากคือโมอายถูกแกะสลักโดยชาวโพลิเนเชียน (Polynesian) ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะนี้เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว ข้อสันนิษฐานเชื่อว่าพวกโพลิเนเชียนอาจสร้างโมอายขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรืออาจจะเป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญ ณ สมัยนั้นหรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของครอบครัว อิสระให้ท่านเก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของทุ่งโมอายนับร้อยตัว
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง (Lunch box)
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งเกาะอีสเตอร์ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับโมอาย อาฮูตองการิกิ (Ahu Tongariki) ซึ่งเป็นโมอายที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะอีสเตอร์ จากนั้นนำท่านชมโมอาย Ahus Nau Nau และ โมอาย Ature Huke และชมโมอาย Pukau ลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากโมอายโดยทั่วไปที่นิยมแกะสลักจากหินก้อนเดียว ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Taha Tai Hotel *** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
 

วันที่ 6 เกาะอีสเตอร์ – ซานเตียโก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเที่ยวชมและเก็บภาพความสวยงามของปากปล่องภูเขาไฟราโนเกา (Rano KAu Volcano) จากนั้นนำท่านสู่จุดชมวิวที่ทำให้สามารถเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างชัดเจน ได้เวลานำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านโอรองโก (Orongo Ceremonial Village) หมู่บ้านที่ใช้จัดพิธีการเลือกหัวหน้าเผ่า ผู้ครองเกาะ โดยการที่ชายหนุ่มที่มีความแข็งแกร่งกระโดดลงหน้าผา และ ว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะนก เพื่อไปนำไข่นกแล้วว่ายน้ำกลับมายังเกาะอีสเตอร์ เป็นพิธีการเลือกผู้นำของชาวลาปานุยมาช้านาน อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและชมทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะนก และเกาะอีสเตอร์ ตลอดจนบ้านพักอาศัยของชาวเมืองในสมัยก่อน
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม
 
13.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์
 
15.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองซานเตียโก ประเทศชิลี โดยเที่ยวบิน LA842
 
21.45 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Plaza San Francisco Hotel **** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 ซานเตียโก – ปุนตาอาเรนัส - อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
 
09.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก
 
11.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินซานเตียโก สู่ สนามบินปุนตาอาเรนัสโดยเที่ยวบิน LA…..
 
14.27 น. เดินทางถึงสนามบินปุนตาอาเรนัส
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine National Park) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา (Magallanes and Antartica Chilena Region) โดยอุทยานแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองปอร์โต นาตาเลส (Puerto Natales) ไปทางตอนเหนือประมาณ 112 กิโลเมตร (70 ไมล์) และอยู่ห่างจากเมืองปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas) ประมาณ 312 กิโลเมตร (194 ไมล์) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ Patagonia Cordillera del Paine อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ครอบคลุม ภูเขา ธารนํ้าแข็ง ทะเลสาบ แม่นํ้า รวมไปถึงพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชิเลียนปาตาโกเนีย (Chilean Patagonia) ภูมิทัศน์ของอุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ เทือกเขากอร์ดิเยร่า (Cordillera del Paine) หินแกรนิตที่เวลาสะท้อนแสงแดด สีสวยจับใจ เป็นศูนย์กลางของอุทยานและมีเขตติดต่อกับ Bernardo OHiggins National Park และ Los Glaciares National Park ของอาร์เจนติน่า และเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่ท้าทายสำหรับนักปีนเขา นอกจากนี้ยังมีธารนํ้าแข็งเกรย์ Grey Glacier ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบชื่อเดียวกัน อุทยานแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1959 และองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ได้ประกาศให้ เป็นมรดกโลก World Biosphere Reserve ในปีค.ศ. 1978 อุทยานตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศใต้ของทุ่งนํ้าแข็งใต้ ภูมิทัศน์ประกอบไปด้วยธารนํ้าแข็งหลายแห่ง ทะเลสาบ ลากูน และมีแม่นํ้าสามสายไหลเข้าสู่เขตอุทยาน ได้แก่ แม่นํ้าปิงโก (Pingo) แม่นํ้าไพเน่ (Paine) และแม่นํ้าดิกสัน (Dickson) ที่มีเฉดสีของนํ้าแตกต่างกันตั้งแต่ นํ้าเงินไปจนถึงเขียว และยังก่อให้เกิดนํ้าตกสำคัญสามแห่งคือ นํ้าตกไพเน่ (Paine) นํ้าตกซัลโต้ กรานเด้ (Salto Grande) และนํ้าตกซัลโต้ ชิกโก้ (Salto Chico)
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Lago Grey Hotel**** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
 

วันที่ 8 อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่, เกรย์กลาเซียร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านลงเรือ Vessel Grey II เพื่อชม ธารนํ้าแข็งเกรย์ (Grey Glacier) เป็นกลาเซียร์ที่ขนาบข้างตะวันตกของอุทยานและไหลลงทะเลสาบเกรย์และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยาน มีความยาวเกือบ 30 ก.ม. และมีพื้นที่ผิวนํ้าแข็งเกือบ 300 ตร.กม. กลาเซียร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของทุ่งนํ้าแข็งปาตาโกเนีย หรือ Patagonian Ice Field ซึ่งครอบคลุมทั้งชิลีและอาร์เจนติน่า นํ้าแข็งในกลาเซียร์จะเป็นสีฟ้าเข้ม บริเวณปลายสุดของกลาเซียร์ นํ้าแข็งที่ไหลลงทะเลสาบก็จะหักออกเป็นชิ้นในลักษณะเป็นภูเขานํ้าแข็งลอยลงไปในทะเลสาบ ตลอดเส้นทางล่องเรือ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพภูเขานํ้าแข็งขนาดต่างๆที่แตกออกจากธารนํ้าแข็ง เรียกได้ว่าล่องเรือในทุ่งน้ำแข็งที่มีหลากหลายขนาดลอยให้เห็นตลอดเส้นทาง นับเป็นอีกทัศนียภาพที่น่าบันทึกภาพเป็นอย่างยิ่ง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านชมทิวทัศน์และบันทึกภาพความอัศจรรย์ทางธรรมชาติ ตั้งแต่ธารนํ้าแข็ง ทะเลสาบและลากูน ตลอดจนธารนํ้าตลอดทางโดยมีจุดหมายสำคัญของการเดินทางชมความงามของอุทยานแห่งนี้คือ มิราดอร์ ลาส ตอร์เรส (Mirador Las Torres) จุดชมเสาหินแกรนิตยักษ์สัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติ ทอเรส เดลไพเน่ ซึ่งมีความหมายว่า เสาหินของไพเน่ ตามชื่อเสาหินสามเสานี้เอง เสาหินแกรนิตแห่งนี้ถูกธารนํ้าแข็งแกะสลักไว้กว่า 12 ล้านปีที่แล้ว ยอดหอคอยเสาหินที่สูงที่สุดคือ ไพเน่ กรานเด้ (Paine Grande) สูง 3,050 เมตร (10,000 ฟุต) แต่ยอดหอคอยเสาหินที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นที่นิยมบันทึกภาพมากที่สุดคือ คัวนอส เดล ไพเน่ (Cuernos del Paine หรือที่รู้จักในนาม แตรไพเน่ Paine Horns) ได้เวลานำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Lago Grey Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
 

วันที่ 9 ปุนตาอาเรนัส – ซานเตียโก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas) เมืองหลวงแคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา แคว้นใต้สุดของชิลี เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางซีกโลกใต้บนเส้นรุ้งที่ 46 เดิมได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น มากายาเนส ในปี ค.ศ. 1927 แต่เปลี่ยนกลับมาใช้ ปุนตาอาเรนัส เหมือนเดิมในปี ค.ศ. 1938 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 เป็นหนึ่งในสองเมืองของชิลีที่เป็นเมืองท่าปลอดภาษี เมืองตั้งอยู่ข้างช่องแคบแมกเกนแลน มีความสำคัญด้านภูมิศาสตร์ของเมืองทำให้เมืองมีความสำคัญด้านการทหารในคาบสมุทรแอนตาร์กติก ในศตวรรษที่ 20 และ 21
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านชมเมืองปุนตาอาเรนัส (Puta Arenas) เมืองซึ่งได้รับอิทธิพลและสถาปัตยกรรมในแบบสเปน นำท่านชมจตุรัสพลาซ่า เดออาร์ม (Plaza de Arm) ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ Fernando de Magellan ซึ่งชาวเมืองให้การนับถือเป็นอย่างมาก และมีเรื่องเล่าว่า หากได้จุมพิศที่นิ้วเท้าของรูปปั้นนี้ ท่านจะมีโอกาสได้กลับมาเยือนเมืองนี้อีกครั้ง อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความน่าประทับใจ
 
13.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินปุนตาอาเรนัสเพื่อเชคอิน
 
15.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินปุนตาอาเรนัส สู่ สนามบินซานเตียโก โดยเที่ยวบิน LA… (ใช้เวลาเดินทาง 3.30 ชม.)
 
18.50 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Plaza San Francisco Hotel **** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 10 ซานเตียโก, เบลล่า วิสต้า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
 
10.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก
 
12.15 น. ออกเดินทางจากสนามบินซานเตียโก (SCL) สู่สนามบินชาลส์เดอโกว์ (CDG) โดยสายการบิน แอร์ฟร้านซ์ (AF) เที่ยวบินที่ AF401 (ใช้เวลาบินประมาณ 13.45 ชั่วโมง)
 

วันที่ 11 ปารีส – กรุงเทพมหานคร
08.05 น. ********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ******* สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวันบนเครื่องบิน เดินทางถึงสนามบินชาลส์เดอโกว์ (CDG) ประเทศฝรั่งเศส เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
 
15.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ฟร้านซ์ (AF) เที่ยวบินที่ AF166 (ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารค่ำ และ อาหารเช้าบนเครื่องบิน
 

วันที่ 12 กรุงเทพมหานคร
07.35 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ....
 


Gallery : แกรนด์ชิลี และเกาะอีสเตอร์ 12 วัน

ค่าบริการรวม

 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน KLM/AF (กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ น้ำหนัก ไม่เกิน 23 กก./ท่าน)
 ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
 ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
 ค่าภาษีในทุกประเทศ (ประเทศตามระบุในโปรแกรมทัวร์)
 ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
 เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 ค่าทิปพนักงานขับรถ, ไกด์ท้องถิ่น, ไกด์ไทย

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มิได้ระบุ
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 วัคซีนไข้เหลือง

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 100,000 บาท/ท่าน
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 45 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

ชื่อบัญชี นายอภิวัฒน์ จิตต์ปรารพ (หรือสั่งจ่ายเช็ค)
ธนาคาร เลขที่บัญชี สาขา ประเภทบัญชี
 กรุงเทพ 118-5-07988-4 สีลม ออมทรัพย์
 ไทยพาณิชย์ 404-8-41630-8 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กสิกรไทย 616-2-08610-1 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กรุงไทย 022-0-12592-9 สีลม ออมทรัพย์

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

กรณียกเลิก (ท่านต้องชำระค่าใช้จ่ายอันเกิดจากเที่ยวบินภายในประเทศอเมริกาใต้ และมีใบเสร็จแสดงให้ท่านทราบ)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 70 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้าหรือไม่มีค่าใช้จ่ายในการสำรองมัดจำจากโรงแรม)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45-69 วัน หักค่ามัดจำ 30,000 บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 26-44 วัน หักค่ามัดจำ 50,000 บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-25 วัน หักค่ามัดจำ 100,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 4-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 50-75% ของค่าทัวร์
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-3 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด

 เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งก่อนเดินทาง
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู

ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
 สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
 สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง
( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว )

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter