ทัวร์ยุโรป : แกรนด์จอร์เจีย 8 วัน *แถมเที่ยวคาซัคสถาน

Air Astana

แกรนด์จอร์เจีย 8 วัน *แถมเที่ยวคาซัคสถาน


ราคา 57,900 บาท

ดินแดนแห่งเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่ ทบิลิซี-มิทสเคต้า-กูดาอูรี-คาฃเบกี้-กอรี-อัพลิสต์ซิคห์-คูไทซี-บาตูมี-อัลมาตี้ พิเศษ !! แวะเที่ยวประเทศคาซัคสถาน

เดินทาง :
• 13 - 20 ต.ค. 60 
• 1 - 8 ธ.ค. 60 
tag :
ทบิลิซี-มิทสเคต้า-กูดาอูรี-คาฃเบกี้-กอรี-อัพลิสต์ซิคห์-คูไทซี-บาตูมี-อัลมาตี้


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-อัลมาตี้-ทบิลิซี
07.30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางเข้าที่ 4 พบกับเจ้าหน้าที่ ของบริษัทฯ ที่ชั้น 4 แถว R เคาน์เตอร์สายการบินแอร์แอสตาน่า (KC) ประตู 8-9 โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
 
10.30 น. “ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่ เมืองอัลมาตี้ โดยเที่ยวบินที่ KC932
 
16.30 น. เดินทางถึง สนามบินอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน
 
19.30 น. “ ออกเดินทางสู่ กรุงทบิลิซี (TBILISI) โดยเที่ยวบินที่ KC139
 
21.40 น. ถึงสนามบิน กรุงทบิลิซี (TBILISI) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว... กรุงทบิลิซี (TBILISI) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่า แม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น ทบิลิซิ มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. และมีประชากร 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 4 เมืองทบิลิซิเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวียุโรป หลังจากนั้นนำท่านเข้าพักที่โรงแรม
 
พักที่ ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 2 ทบิลิซี-มิทสเคต้า-กูดาอูลี-คาซเบกี้-ทบิลิซี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมิทสเคต้า (MTSKHETA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมคสเคต้า และเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านไปชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธ ด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย นำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหารที่เรียกว่า Georgian Military Highway ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่เทือกเขา คอเคซัสใหญ่ (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ชม ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้าง ขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและ อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา (ให้ท่านได้แวะถ่ายรูปวิวทิวทัศนบริเวณเทือกเขาคอเคซัส)
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาซเบกี้ (KAZBEGI) ซึ่งเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพานท์สมินด้า หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อกชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ -5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุด นำท่านไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะเป็นอุปสรรคได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด) ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 ทบิลิซี-กอรี-อัพลิสต์ซิคห์-คูไทซี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 70 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองกอรี ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอุพลีสต์ซีคห์ (UPLISTSIKHE) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำ และต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง ให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลาง และส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทองเครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี สมควรแก่เวลา...นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองคูไทซี (Kutaisi) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือห่างประมาณ 150 กม. เมืองนี้มีความเจริญเป็นอันดับสองรอง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ ARGO BOUTIQUE HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 คูไทซี-บาตูมี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านไปชมวิหารเจลาตี (Gelati Monastery) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์ผู้มีชื่อเสียง คือ กษัตรย์เดวิดที่ 5 (King David V)ในอดีตได้ใช้เป็นสถานที่ศึกษาและศาสนสถานสำหรับศูนย์กลางการศึกษาและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมภาพจิตรกรรมฝาผนังจำนวนมากมายที่ได้บอกเล่าเกี่ยวกับนักบุญและกษัตริย์ในยุคต่างๆอยู่ภายในใจกลางของวิหารเวอร์จิน (Virgin Cathedral) นำท่านชมวิหารบากราดี (Bagradi Cathedral) ได้ถูกก่อสร้างขึ้นในราวปลายศตวรรษที่ 10โดยกษัตริย์บากราด ที่ 3 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ได้รวบรวมแคว้นต่างๆของจอร์เจีย สถานที่แห่งนี้แม้จะถูกทำลายไปบางส่วนโดยพวกเติร์กในปีค.ศ.1691 แต่ก็ยังมีเหลื่อซากปรักหักพังปรากฏอยู่ นำท่านชม ถ้ำโพรมิธีอุส (Promatheus Cave) หนึ่งในถ้ำอันน่าอัศจรรย์ของชาวจอร์เจีย ถูกค้นพบครั้งแรกปี ค.ศ.1984 และถูกตกแต่งใหม่เมื่อปี ค.ศ.2012 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมมากมายในแต่ละปี พบความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงสีตระการตาภายในตัวถ้ำ
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง (Picnic lunch box) นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองบาตูมี (Batumi) ระยะทางประมาณ 140 กม. ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอะจาร่าที่ปกครองตนเอง และตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งด้านตะวันออกของทะเลดำ เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200,000 คน เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในด้านการค้าและเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของเมืองในเขตร้อนที่เต็มไปด้วยผลิตผลของพืชผัก ผลไม้ต่างๆหลายอย่าง และที่สำคัญยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญของเมือง รวมถึงโรงงานต่อเรือ ผลิตอาหารและยังมีการทำอุตสาหกรรมเบาอีกหลายอย่าง ซึ่งต่อมาด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2010 เมืองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งสถานที่บันเทิงสำหรับการพักผ่อน มีการสร้างโรงแรม ภัตตาคาร ไนต์คลับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายหลายอย่างฯ นำท่านล่องเรือริมฝั่งทะเลดำของบาตูมี ชมความสวยงามของทะเล บ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบรูปทรงโบราณที่ปลูกกันอย่างสวยงามตามริมทะเล พร้อมกับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ เป็นไร่ส้ม พืชพันธุ์ธัญญาหารและต้นชา นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Batumi Aquarium) ซึ่งภายนอกของอาคารเป็นรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากก้อนหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จนเป็นรูปทรง กลมมนที่อยู่บนชายหาดบาทูมีที่อยู่ใกล้เคียงกัน และสามารถสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับท้องทะเลได้อย่างชัดเจน พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยกลุ่มอาคารรูปทรงกลมมนจำนวน 4 หลัง อาคารนี้ได้ถูกออกแบบสร้างโดยสถาปนิกชาวเยอรมันที่ชนะรางวัลที่ 1 คือ เฮนนิ่ง ลาร์เซ่น (Henning Larsen) แบบของอาคารเป็นรูปทรงก้อนหิน 4 ก้อนที่ถูกวางซ้อนติดต่อกัน ซึ่งแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแตกต่างกันหลายประเภท และยังให้มีความหมายถึงชีวิตสัตว์ของท้องทะเลต่างๆ คือ ทะเลอีเจียนและเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรอินเดีย ทะเลดำและทะเลแดง ให้ท่านได้เพลิดเพลินเดินชมความสวยงามของชีวิตสัตว์ใต้ทะเล ที่มีเนื้อที่ภายในประมาณ 2,000 ตร.เมตร ทุกอาคารมีส่วนเชื่อมต่อกันซึ่งทำให้สามารถเดินชมได้อย่างต่อเนื่องกัน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEO GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 บาตูมี-ทบิลิซี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านไปชมความสวยงามของเมืองที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของธรรมชาติอันงดงาม และยังเป็นเมืองสำคัญที่มีท่าเรือขนาดใหญ่บริเวณริมฝั่งทะเลดำด้านตะวันออก จากนั้นให้ท่านได้ ชมบรรยากาศของบ้านเรือนในย่านเมืองเก่า (Old Town) และชมอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานกันเป็นพิเศษที่มีความสวยงามน่ารัก ซึ่งอาคารส่วนมากถูกตกแต่งขึ้นมาด้วยความเพ้อฝันอันเลื่อนลอย เป็นรูปสิงโต และบางแห่งถูกสร้างขึ้นโดยไม่ทราบชื่อและที่มาจากนิทานโบราณ และที่นำความภูมิใจมาให้ชาวบาตูเมียน ก็คือ รูปของเด็กกับขลุ่ยต้นอ้อ (A boy with the reed-pipe) นำท่านเดินชม จัตุรัสเปียซซ่า (Piazza Square) หนึ่งในจัตุรัสสำคัญของเมืองบาตูมี ซึ่งรายล้อมด้วยร้านอาหารและโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตรใกล้ริมอ่าวทะเลดำ สถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลีโดยแท้ สังเกตได้จากภาพโมเสคและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส นำท่านเดินทางสู่ ป้อมโกนีโอ้ (Gonio Fortress) ป้อมปราการโบราณชายฝั่งทะเลดำ ใกล้อาณาเขตประเทศตุรกี ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของอาณาจักรออตโตมันในอดีต นอกจากนี้ยังถูกเชื่อว่าเป็นสถานที่ฝังศพของนักบุญมัทธีอัส หนึ่งใน 12 อัครสาวกของพระเยซู แต่ไม่ได้มีการขุดเจาะสถานที่เพื่อพิสูจน์แต่อย่างใด เนื่องจากคำสั่งห้ามของรัฐบาลจอร์เจีย เหตุเกรงว่าจะเป็นการทำลายโบราณสถานให้ทรุดโทรมลง
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองทบิลิซี ที่อยู่ทางด้านตะวันออกระยะทางห่างประมาณ 350 กม. ระหว่างทางให้ท่านได้ชมความสวยงามของทิวทัศน์และธรรมชาติที่อยู่สองข้างทาง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 ทบิลิซี-อัลมาตี้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านไปเที่ยวชม ย่านเมืองเก่าของทบิลิซี (Old Town of Tbilisi) ซึ่งจะทำท่านได้พบเห็นความสวยงามและสีสันของอาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นโดยผสมผสานกัน ระหว่างศิลปะของเปอร์เซียและยุโรป ทำให้จอร์เจียมีเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ของตะวันตกและตะวันออกในประเทศเดียว นำท่านไปชม โบสถ์เมเตคี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ ต่อมาในปี ค.ศ.1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์เซ้นต์เดมิทรีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก นำท่านไปชม วิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกายออร์โธด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเจรูซาเล็ม สถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่งทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยกัน จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้และได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างในราวศตวรรษที่ 17-19
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้า สู่ ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านชมป้อมปราการ ซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึง รูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาด ได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปี ค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) และต่อมาบางส่วนก็ได้พังทลายลงเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหว และได้ถูกรื้อทำลายไป
 
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
20.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
 
22.40 น. “ ออกเดินทางสู่ เมืองอัลมาตี้ โดยเที่ยวบินที่ KC140
 

วันที่ 7 เมืองอัลมาตี้ – กรุงเทพฯ
04.15 น. เดินทางถึง สนามบินอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน เมืองอัลมาตี้ (Almaty) เป็นเมืองหลวงเดิมตั้งแต่ สมัยรวมอยู่ในสหภาพโซเวียต มีอายุประมาณ150 ปี รัสเซียสร้างเมืองอัลมาตีขึ้นมาเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมชายแดนติดต่อกับประเทศจีน โดยมีเทือกเขาเทียนซานอันสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เป็นพรมแดนธรรมชาติ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคาซัคสถาน มีประชากร 1,226,000 คน ซึ่งคิดเป็น 8% ของประชากรในประเทศคาซัตสถาน และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ นำท่านเข้าพักที่โรงแรม (รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม)
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางขึ้นยอดเขาชิมบูลัคส์ (Shymbulak Ski Resort) ซึ่งเป็นที่ตั้งของชิมบูลัคส์สกีรีสอร์ท เป็นที่พักผ่อนของชาวอัลมาตี้ ท่านจะได้นั่งกระเช้าขึ้นไปยอดเขา เพื่อเล่นหิมะ ต้องใส่เสื้อโค้ทกันหนาวด้วยเพราะอากาศหนาวเย็นมาก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,200 เมตร อิสระให้ท่านถ่ายรูปบนยอดเขา รีสอร์ทนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือน เมษาและพฤษภาคม จากนั้นแวะชมลานเล่นเสก็ตน้ำแข็งมีดิโอ (Medeo skating rink) ขนาดเท่ากับสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่ใหญ่ที่สุดเลยทีเดียว นำท่านไปชมจัตุรัสสาธารณะ (Public Square) รวมทั้งเทือกเขาเทียนชานที่อยู่ด้านหลังอย่างเด่นชัด มีลานอนุสาวรีย์สำคัญหลายแห่งตามรูปแบบรัสเซีย อนุสาวรีย์แห่งอิสรภาพ เป็นเสาหินที่สูงมากถึง 46 เมตร ด้านบนเป็นรูปปั้นของมนุษย์ทองคำ ขี่หลังเสือดำติดปีก มนุษย์ทองคำจริง ๆ คือ เสื้อผ้าของมนุษย์โบราณประดับด้วยทองคำที่ถูกขุดค้นพบขึ้น ชาวคาซัคถือว่ามนุษย์ทองคำเป็นบรรพบุรุษของพวกตน นำท่านไปชมอนุสาวรีย์อิสระภาพ (Monument of Independence) รวมทั้งเห็นเทือกเขาเทียนชานอย่างเด่นชัดอีกด้วยจากนั้นเดินชมสวนสาธารณะแพนฟิลอฟ (Panfilovtzev Park) ซึ่งสร้างเพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษชาวคาซัคที่ช่วยโซเวียตลบกับนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 นำท่านชมโบถส์คริสต์เซนคอฟ (Zenkov Cathedral) หรือโบสถ์แอสเซนชัน ตั้งอยู่ในใจกลางสวนแห่งนี้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1907 ถือเป็นโบสถ์ไม้ที่สูงเป็นอับดับสองของโลกซึ่งถูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยไม่ใช้ตะปูเลย มีสีสันสดใสของสถาปัตยกรรมด้วยการสร้างที่งดงามและเป็นสถานที่สำหรับทำพิธีทางด้านศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด๊อกของชาวรัสเซีย
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมโชว์พื้นเมือง
 
20.30 น. นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 

วันที่ 8 กรุงเทพฯ
01.00 น. “ ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KC931
 
08.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
 


Gallery : แกรนด์จอร์เจีย 8 วัน *แถมเที่ยวคาซัคสถาน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด โดยสายการบินแอร์ แอสตาน่า (KC)
 ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ
 รถโค้ชรับอากาศขนาด 28-42 ที่นั่ง(ขึ้นอยู่กับขนาดของกรุ๊ป)
 ค่าที่พักโรงแรมระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าคาซัคสถาน
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 25 ดอลลาร์
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 24 ดอลลาร์
(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการ
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter