ทัวร์อาระเบีย : เยือนทาจิกิสถาน 8 วัน

Uzbekistan Airways

เยือนทาจิกิสถาน 8 วัน


ราคา 65,900 บาท

ดินแดนแห่งท้องฟ้าและเทือกเขาปามีร์ที่สวยงาม ทาซเค้นท์-คูห์จานด์-อีสทาราฟชาน-เพนจิเค้นท์-ดูชานเบ-คาไล คัมบ์-เทอร์เมซ ทาจิกิสถานเป็นประเทศในเอเชียกลาง หมายถึง ดินแดนแห่งชาวทาจิก คำว่า ทาจิก ถูกใช้โดยยุคกลางเพื่ออ้างถึงคนที่พูดภาษาเปอร์เซีย ที่ในอดีตพวกแบคเทรียนเป็นชนชาติอินโด-ยุโรเปียนที่ได้อพยพลงมาตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่แถวบริเวณทางด้านเหนือของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกกันดาเรียนและกัมโบจา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ทางด้านทิศเหนือของอิหร่าน อยู่ติดกับอัฟกานิสถานในอดีตนับถือลัทธิศาสนาโซโรแอสเตรียนที่บูชาไฟ

เดินทาง :
• 8 - 15 ส.ค. 60 
• 19 - 26 ก.ย. 60 
• 17 - 24 ต.ค. 60 
• 21 - 28 พ.ย. 60 
• 5 - 12 ธ.ค. 60 
tag :
ทาซเค้นท์-คูห์จานด์-อีสทาราฟชาน-เพนจิเค้นท์-ดูชานเบ-คาไล คัมบ์-เทอร์เมซ


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ทาซเค้นท์
08.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว W เคาน์เตอร์สายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ (HY) ประตูทางเข้าที่ 8 หรือ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
 
10.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาซเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยเที่ยวบิน HY 532 (ใช้เวลาบินประมาณ 06.30 ชั่วโมง) (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 
15.30 น. เดินทางมาถึง สนามบินเมืองทาซเคนท์ ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองทาซเค้นท์ (Tashkent) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคนเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองออยเบ๊ค (Oybek) ซึ่งเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับเมืองบอสตาน ของทาจิกีสถาน ระยะทางประมาณ 100 กม. เพื่อข้ามพรมแดนและเดินทางต่อไปยัง เมืองคูห์จานด์ (Khujand) ระยะทางประมาณ 80 กม. เมืองคูห์จานด์ เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดซูกด์ มีความใหญ่โตเป็นอันดับที่สองรองจากดูชานเบ้ ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเซียร์ดาร์ยา ในอดีตเคยมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน คอดเจนด์ หรือ คอดเซ้นท์ จนถึงปี ค.ศ.1936 และ เลนินาบัด จนถึงปี ค.ศ.1991
 
20.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 2 คูห์จานด์-อีสทาราฟชาน-เพนจิเค้นท์
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
 
08.00 น. นำท่าน ชมความสวยงามของ ตัวเมืองคูห์จานด์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ที่นับย้อนไปได้ประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพวกซิทเทียนที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่บริเวณนี้ ซึ่งเมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชได้เดินทัพเข้ามาเมื่อปี ค.ศ.329 ก่อนคริสตกาลก็ได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า อเล็กซานเดรีย เอสชาเต้ (Alexandria Eschate) เพื่อให้เป็นฐานที่มั่นสำหรับกองทัพในการต่อต้านพวกซิทเทียนที่ได้มาอาศัยอยู่ก่อนแล้วทางด้านเหนือของแม่น้ำเซียร์ดาร์ยา นำท่านไปชม อนุสาวรีย์อิสมาอิล โซมานี (Ismail Somani Monument) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งเมืองและการสร้างประเทศแห่งนี้ขึ้นมา ชม อนุสาวรีย์ของนักกวีรูดากี้ (Rudadi Monument) ซึ่งเป็นนักกวีเอกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเซียกลาง นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Khujand Historian Museum) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกจัดอยู่ในป้อมปราการที่เรียกว่า ป้อมคูจานด์ (Khujand Fortress) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของทีมูร์มาลิค ที่เคยเข้ามาเป็นผู้บัญชาการกองทัพ เพื่อต่อต้านกองทัพของพวกมองโกล ที่ได้ขยายอาณาจักรเข้ามาในบริเวณนี้เมื่อปี ค.ศ. 1219 -1220 จากนั้น นำท่านเดินชม ตลาดปานชานเบ้ (Panjshanbe Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดแบบพื้นเมือง โดยด้านหน้ามีบริเวณที่กว้างใหญ่ และภายในเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีการค้าขายคึกคัก ตัวอาคารถูกสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ตกแต่งภายในแบบยุคของโซเวียต ซึ่งภายในได้ถูกออกแบบใช้เป็นที่ขายสิ่งของได้มากมายหลายรูปแบบ มีทั้งพืชผัก ผลไม้สด อาหารสด ผลไม้แห้ง เนื้อต่างๆ ขนมปัง และอาหารที่ชาวทาจิกชอบรับประทาน และพร้อมทั้งเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆมากมาย
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองอีสทาราฟชาน (Istaravshan) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 90 กม. เมืองอีสทาราฟชาน ได้ชื่อว่าเป็น เมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าขายในยุคโบราณที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคเอเชียกลาง และเมื่อปี ค.ศ.2002 ได้มีการเฉลิมฉลองไปทั่วทั้งเมืองเมื่อมีอายุครบ 2,500 ปี ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ที่เห็นได้จาก ซากปราสาทอีสทาราฟชาน (Istaravshan Castle) ซึ่งเหลือเพียงซากกำแพงและป้อมปราการเพียงบางส่วน ที่ในอดีตได้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช ในสมัยราชวงศ์อะคาเมนิสแห่งเปอร์เซีย ซึ่งในสมัยนั้นได้มีการกำแพงป้อมปราการเพียง 3 ด้าน และมีวิหารอยู่ด้านในที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงที่มีความยาวประมาณ 6 กม. ในเวลาต่อมาเมืองอีสทาราฟชาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า บันจีกัท ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุสทรัสชูน่า และประชาชนที่อยู่อาศัยในเมืองนี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ก็ได้สร้างปราสาทต่างๆขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม นำท่าน ชมความสวยงามของเมืองอีสทาราฟชาน ที่มีความเก่าแก่กว่า 2,500 ปีและเป็นที่พักของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหม จึงทำให้เป็นศูนย์รวมของพวกช่างฝีมือ ศิลปิน เมืองนี้จึงมีการสร้างที่อยู่อาศัยสลับซับซ้อน และมีการแกะสลักอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกชนชั้นสูง เมื่อในยุคของพวกอาหรับได้เข้ามาในปี ค.ศ. 822 เมืองนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในโลกของอาหรับมุสลิมที่เข้ามาทำการค้าขายและได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการค้าพาณิชย์ และพวกคาหลิปเฟต ได้นำเอาสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ได้ถูกสร้างเป็นรูปโดมต่างๆ ที่มีความสวยงาม หลังจากนั้นในราวศตวรรษที่ 9-10 ก็ได้ถูกปกครองโดยพวกทาจิกของราชวงศ์ซาร์มานิดส์ และตามมาด้วยพวกกองทัพของพวกมองโกล โดยเจงกีส ข่าน ในศตวรรษที่ 13 และในศตวรรษที่ 14 กองทัพของอาเมียร์ ตีมูร์ ก็ได้บุกรุกเข้ายึดครองบริเวณแห่งนี้ และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อูรา ทูเบ้ (Ura Tube) และต่อมาเมืองนี้ก็ได้มีพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรือง และกลายเป็นจุดถ่ายเทสินค้าต่างๆ จากอินเดียที่ได้กลายเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว และต่อมาก็ได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของรัสเซีย จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเพนจิเค้นท์ (Penjikent) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 250 กม. เมืองเพนจิเค้นท์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซูกด์ทางด้านตะวันตก ซึ่งติดกับชายแดนอุซเบกิสถาน แต่ในภายหลังมีปัญหาทางด้านพรมแดนเลยทำให้ถูกปิดไป ดินแดนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพวกซ๊อกเดียน ชื่อของจังหวัดนี้ก็อาจจะผันเปลี่ยนจาก ซีอกด์/ซ๊อกเดียน มาเป็นซูกด์/ซูกห์เดียน
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ SUGD HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 3 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 เพนจิเค้นท์-ไอนี่-ดูชานเบ้
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
 
08.30 น. นำท่านไปชมความสวยงามของเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเซราฟชาน มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 35,000 คน ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของพวกซ๊อกเดียน (Sogdian) ที่มีความสัมพันธ์และเป็นดินแดนแห่งหนึ่งใน 23 เมืองใหญ่ของพวกเปอร์เซีย ในสมัยของราชวงศ์อะเคเมนิดส์ ที่ได้กล่าวถึงดินแดนแห่งนี้ว่าเป็น ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ รองลงมาจากดินแดนอารยันของเปอร์เซีย นำท่านไปชม ซากปรักหักพังที่ได้มีการขุดค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1975 ของ เมืองซารามซ์ (Saramz Ancient Ruins City) ที่มีอายุเก่าแก่ประ 5,000 ปีมาแล้ว หรือประมาณ 3,000-2,000 ปีก่อนคริสตกาล ที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเซราฟชาน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 100 เฮกเตอร์ โดยยังมีหลักฐานให้เห็นของวิหารแห่งไฟ นอกจากนั้นยังเป็นบริเวณที่มีการขุดเจาะพื้นที่ที่เป็นสินแร่ต่างๆ เช่น ทองแดง ตะกั่ว เงิน ทอง และยังมีอัญมณีที่มีค่ามากมาย นำท่านไปชม อนุสรณ์สถานของรูดากี้ (Rudaki Mausoleum) ซึ่งเป็นนักกวีเอกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเซียกลาง ซึ่งตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ แต่ก็มีความสามารถในการที่จะเรียนรู้ภาษาเปอร์เซียและเขียนบทกวีได้ไพเราะ
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองไอนี่ (Ayni) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก ระยะทางห่างประมาณ 100 กม. ชื่อเมืองนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นเกียรติแด่นักกวีที่มีชื่อเสียงของทาจิกิสถาน คือ ซาริดดิน ไอนี เมืองไอนี ซึ่งตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเซราฟชาน และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 13,000 คน เป็นศูนย์กลางการปกครองของเขตไอนี่ที่อยู่ในจังหวดซูดห์ ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานของพวกซ๊อกเดียน ที่มีวัฒนธรรมมาแต่โบราณและต่อมาได้กลายเป็นเมืองของพวกอาหรับอิสลาม เมืองนี้มีความสำคัญในด้านการเพาะปลูกใบยาสูบ ข้าว และผลิตภัณฑ์ในด้านการเกษตร และที่สำคัญมีเหมืองถ่านหินที่มี ปริมาณถึง 1.8 พันล้านต้น จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองดูชานเบ้ (Dushanbe) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 160 กม. ระหว่างทาง นำท่านชม หมู่บ้านฮิสซ่าร์ (Hissar Village) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของดูชานเบ้ ในอดีตบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ที่เริ่มต้นในยุคหิน มีการสร้างที่พักพิงยาวไปตามหุบเขา แต่ต่อมาก็ได้ถูกทำลายโดยพวกที่บุกรุกเข้ามา ซึ่งเริ่มขึ้นในสมัยของกษัตริย์ไซรัสมหาราชแห่งเปอร์เซีย อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซีโดเนีย เจงกีสข่าน อาเมียร์ ตีมูร์ และสุดท้ายก็เป็นพวกกองทัพแดงที่เข้าทำลายล้างจนพินาศราบลงกับพื้นดิน ซึ่งแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลานานในการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ และผลสุดท้ายแทบจะไม่เหลือซากให้ชมมากมายนัก นำท่านชม ป้อมปราการฮิสซ่าร์ (Hissar Fortress) ซึ่งเคยเป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองนครบูคาร่า ที่เข้ามายึดครองในปี ค.ศ. 1924 โดย อิบราฮิม เบค ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ซึ่งมีการสร้างกำแพงที่สูงราว 1 เมตร และมีการเจาะเป็นช่องสำหรับการยิงปืนและปืนใหญ่ ภายในยังมีตกแต่งสระน้ำและสวนอีกด้วย และต่อมาก็ได้ถูกทำลายโดยกองทัพแดง ให้ท่านได้ผ่านชม พระราชวังแห่งการรวมชาติ (Palace of Unity) หรือมีชื่อว่า พระราชวังวาห์ดัท (Vardat Palace) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของตัวเมือง ผ่านชมพระราชวังแห่งชนชาติ (Palace of Nations) สวนแห่งชัยชนะ (Victory Park)
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ LOTUS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 ดูชานเบ้-คาไล คัมบ์
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
 
08.30 น. นำท่านไปชมความสวยงามของ เมืองดูชานเบ ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำไหลมาบรรจบกันสองสาย คือ แม่น้ำวาร์ซอบและแม่น้ำโคฟานิฮอน เมืองหลวงแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 125 ตร.กม. และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 780,000 คน เมืองดูชานเบ้ (Dushanbe) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทาจิกิสถาน คำว่า ดูชานเบ ในภาษาทาจิก มีความหมายว่า วันจันทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากข้อเท็จจริงที่เมืองเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องตลาดวันจันทร์ นำท่านไปชม เสาธงของดูชานเบ้ (Dushanbe Flagpole) เป็นเสาธงที่มีความสูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลกซึ่งมีความสูงถึง 165 เมตร อันดับที่ 1 ซึ่งถูกสร้างขึ้นที่หลังอยู่ที่เมืองเจดด้าห์สูงถึง 170 เมตร และอันดับที่ 3 อยู่ที่เมืองบาคู ในอะเซอร์ไบจานที่มีความสูง 162 เมตร จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคาไล คัมบ์ (Kalai Khumb) ที่อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 370 กม. ระหว่างทางให้ได้ท่านชมความสวยงามของทิวทัศน์ธรรมชาติ เมืองคาไล คัมบ์ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกอร์โน-บาดัคห์ชานซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนอัฟกานิสถาน เมืองนี้มีความสำคัญสำหรับเป็นที่หยุดพักกลางระหว่างที่จะเดินทางไปยังเมืองโครักห์
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน แบบกล่อง ระหว่างทาง นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองคาไล คัมบ์
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ KARON PALACE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 คาไล คัมบ์-เขื่อนดูเร็ค-ดูชานเบ้
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.30 น. นำท่านชมความสวยงามของ เทือกเขาปามีร์ (Pamir Mountains) เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ในเอเชียกลาง ซึ่งมี ยอดเขาคอนกูร์ แทกห์ สูงสุดมีความสูงประมาณ 7,649 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองกอร์โน-บาดัคห์ชาน ด้านตะวันออกของทาจิกิสถาน ซึ่งทางด้านเหนือติดกับเทือกเขาเทียนชานของคีร์กีซสถาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาที่แยกตัวไปจากจุดรวมของเทือกเขา ที่เรียกว่า ปามีร์น๊อต (Pamir Knot/Pamir Dunya) ซึ่งหมายถึง หลังคาโลก เป็นเทือกเขาที่แยกไปทางทิศตะวันออก คือ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาอาระกันโยมา และเทือกเขาที่มี แนวต่อลงมาทางใต้ที่มีบางส่วนที่จมหายไปในทะเล และบางส่วนโผล่พ้นขึ้นมาเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิค ถัดจากเทือกเขาหิมาลัยไปทางเหนือ มีเทือกเขาที่แยกไปทางตะวันออก คือ เทือกเขาคุนลุน เทือกเขานานชาน และแนวที่แยกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ คือ เทือกเขาเทียนชาน เทือกเขาคินแกน เทือกเขายาโบลนอย เทือกเขาสตาโนวอย และเทือกเขาโกลีมา เทือกเขาที่แยกไปทางทิศตะวันตก แยกเป็นแนวเหนือและแนวใต้ คือ เทือกเขาฮินดูกูช เทือกเขาเอลบูรซ ส่วนแนวทิศใต้ คือ เทือกเขาสุไลมาน เทือกเขาซากรอส ที่อยู่ในประเทศอิหร่านด้านตะวันตก เมื่อเทือกเขา 2 แนวนี้มาบรรจบกันที่อาร์เมเนียนนอตแล้ว ยังแยกออกเป็นอีก 2 แนว ในเขตประเทศตุรกี คือ แนวเป็นเทือกเขาปอนติก และแนวใต้เป็นเทือกเขาเตารุส ชม อ่างเก็บน้ำนูเร็ค (Nurek Reservoir) ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำหรับเก็บกักน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 11 ตร.กม. โดยมีความยาวของพื้นที่ประมาณ 70 กม. และพื้นที่สำหรับเก็บน้ำทั้งหมดประมาณ 100 ตร.กม. ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทานสำหรับปลูกพืชในเนื้อที่ประมาณ 700 ตร.กม. นำท่านไปชม เขื่อนนูเร็ค (Nurek Dam) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นการไหลและเก็บกักน้ำของแม่น้ำวาคสห์ ที่ไหลมาจากเทือกเขาปามีร์ เขื่อนนี้ใช้สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งได้ติดตั้งเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังความสามารถ ทำให้เกิดการผลิตได้ประมาณ 3,015 เมกกะวัตต์
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางกลับเมืองดูชานเบ้
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ LOTUS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 ดูชานเบ้- เทอร์เมซ
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองพรมแดน ซาริโอซิโย ระยะทางประมาณ 80 กม.เพื่อ ข้ามพรมแดนอุซเบกิสถานไปยัง เมืองเทอร์เมซ ระยะทางประมาณ 180 กม. (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.)
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ระหว่างทาง เมืองเทอร์เมซ เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดเซอร์ซอนดาริโอ ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของประเทศที่มีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งชื่อของเมืองนี้มาจากภาษากรีกที่มีความหมายว่า ร้อน (Thermos) นำท่านไปชมความสวยงามของตัวเมือง ที่ในอดีต พวกแบคเทรียน (Bactrians) เป็นชนชาติอินโด-ยูโรเปียนที่ได้อพยพลงมาตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่แถวบริเวณทางด้านเหนือของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกกันดาเรียน และกัมโบจา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ทางด้านทิศเหนือของอิหร่าน อยู่ติดกับอัฟกานิสถาน ทาจิกิสถาน และ อุซเบกิสถาน พวกแบคเทรียนมีภาษาพูดเป็นของตนเอง และบางทีก็พูดภาษาอินโด-อิหร่าน ซึ่งในอดีตนับถือลัทธิศาสนาโซโรแอสเตรียนที่บูชาไฟ นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดี (Archaeological Museum) พิพิธภัณฑ์สถานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2001 และเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี ค.ศ. 2002 เพื่อให้เป็นเกียรติแก่เมืองเทอร์เมซที่มีอายุครบ 2,500 ปี บริเวณภายในมีวัตถุโบราณเก่าแก่ที่มีมากกว่าประมาณ 27,000 ชิ้น ซึ่งเป็นสิ่งของที่หายากและยังมีคุณค่ามากที่สุดในเอเชียกลางแห่งนี้ ซึ่งภายในได้ถูกแบ่งออกเป็น 9 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน รวมถึงด้านระเบียงด้วย คือ ยุคหินและบรอนซ์ ยุคเฮเลนิสติค และแบคเทรียโบราณ ยุคของกุสานะ และวัฒนธรรมตอนเหนือของแบคเทรียน ทางเหนือของโทคาริสถานในต้นยุคกลาง ทางด้านเหนือของยุคกลาง ยุคของข่านนิดส์ พวกเหรียญต่างๆ และเอกสารต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ รูปแกะสลักต่างๆ อันสวยงามในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซียกลาง นำท่านไปชม สะพานมิตรภาพ (Friendship Bridge) เป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำอะมู ดาร์ยา และใช้เชื่อมต่อกันระหว่างเมืองเทอร์เมซ และไฮราทาน ที่อยู่ทางด้านเหนือของจังหวัดบอล์คของอัฟกานิสถาน สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยโซเวียตและเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 1982 สำหรับสนับสนุนกองทหารในอัฟกานิสถาน สะพานแห่งนี้เป็นที่เดียวเท่านั้นที่เป็นประตูไปสู่ยังอัฟกานิสถาน และยังใช้ประโยชน์สำหรับวางท่อน้ำที่มีความยาวประมาณ 120 กม. สะพานแห่งนี้เคยถูกปิดเมื่อปี ค.ศ.1997 เมื่อกองกำลังทาลีบันได้โจมตีเมืองมาซาร์ อี ชารีฟ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนของอุซเบกิสถาน และได้เปิดใช้อีกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2001 เพื่อเริ่มทำการก่อสร้างรางรถไฟที่มีความยาวประมาณ 75 กม. ในเดือน มกราคา ปี 2010 สำหรับใช้การขนถ่ายสินค้าเข้าไปยังอัฟกานิสถาน นำท่านไปชม ตลาดยูบิไลนี่ (Yubileiny Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดขายสินค้าของชาวเทอร์เมซที่มีพืชพันธุ์ต่างๆหลายอย่าง
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ MERIDIAN HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 เทอร์เมซ-ทาซเค้นท์-กรุงเทพฯ
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.30 น. นำท่านไปชม สิ่งก่อสร้างของศาสนาพุทธ (Buddhist Complex) ในอดีตดินแดนพื้นที่แห่งนี้เคยเป็น อาณาจักรกุษาณะ (Kushana Empire) ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย (เมืองหลวงของอาณาจักรนี้ปัจจุบัน คือ เมืองเปชะวาร์ในปากีสถาน และเกี่ยวข้องกับแคว้นคันธาระ(Gandhara) ที่อยู่ในหุบเขาเปชะวาร์/ ปากีสถาน ซึ่งอยู่ระหว่างเทือกเขาสุไลมานติดพรมแดนของอัฟกานิสถาน และมีแม่น้ำสินธุไหลขนาบข้างด้วย ดินแดนนี้ได้รับวัฒนธรรมอินเดีย และผสมกับวัฒนธรรมกรีก ซิทเทียน ปาร์เทียน และกุษาณะ ซึ่งอยู่รอบคันธาระ เป็นเหตุให้เกิดศิลปะแบบคันธาระ และภาษาคันธารี ดังนั้นแคว้นนี้จึงถือเป็น ศูนย์กลางการศึกษา พุทธศาสนาสมัยโบราณ ซึ่งมีการค้นพบธรรมบทภาษาคันธารีที่ค้นพบในเมืองโขตาน เขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ของจีน นอกจากนั้นยังพบคัมภีร์ใบลานและเปลือกไม้ ขณะนี้เก็บไว้ที่ภาควิชาตะวันออกศึกษา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในรัสเซีย และมีบางส่วนเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติปารีส ประเทศฝรั่งเศส คัมภีร์ที่พบในอัฟกานิสถานว่าด้วยเรื่องปฐมเทศนา คำสวดมนต์ เป็นต้น เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงคาบูล ในอัฟกานิสถาน จากนั้นตามฝาผนังถ้ำก็ มีรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจริญสมาธิภาวนา ห่มผ้าสีขาวอมเหลืองด้วย นำท่านไปชม หอคอยเซอร์มาล่า (Zurmala Tower) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูง12 เมตร ที่มีรูปลักษณ์ของพระสถูปเจดีย์ของชาวพุทธ ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยของยุคอาณาจักรกุษาณะราวศตรวรรษที่ 1-2 ก่อนคริสตกาล เมื่อศาสนาพุทธได้แผ่ขยายเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของเอเชียกลางในยุคกลาง และเมื่อเวลาได้ผ่านไปหลายร้อยปี พระสถูปเจดีย์นี้ได้เปลี่ยนรูปทรงไปกลายเป็นกองเนินดินสูง แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายปี พระสถูปเจดีย์นี้ก็ยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญของผู้คนที่นับถือทางด้านพิธีกรรมของศาสนา อย่างเช่นในที่แห่งอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นรูปแบบของพระพุทธเจ้าสำหรับปรินิพาน และการเก็บในพระสถูปเจดีย์ นำท่านไปชม วัดฟายาซ เทป้า (Fayaz Tepa Temple) สถานที่แห่งนี้ได้ถูกขุดค้นพบโดยนักโบราณคดี ชื่อว่า อาร์.เอฟ.ฟายาซอฟ ในปี ค.ศ.1963 เลยตั้งชื่อเพื่อให้เป็นเกียรติแด่ท่าน ประกอบไปด้วยห้อง 13 ห้อง และบริเวณสนามหญ้า มีวิหารสำหรับทำพิธี โรงอาหาร และ พระสถูป ซึ่งบริเวณทางเข้าด้านซ้ายจะมีรูปพระ 2 องค์ และภายในจะมีอีกหลายส่วนที่เป็นรูปปั้นดินเหนียว รูปพระพุทธเจ้านั่งอยู่พร้อมด้วยพระสององค์อยู่ที่พื้น นำท่านไปชม คาร่า เทป้า (Kara Tepa) ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำอะมู ดาร์ยาของบริเวณเนินเขาสามลูก ซึ่งคนพื้นเมืองเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า คาร่า เทป้า ซึ่งมีความหมายว่า เนินเขาสีดำ (Black Hill) จากทางด้านใต้ของเนินเขาสูงจะเป็นที่ตั้ง ของวิหารที่มีกำแพงล้อมรอบ และรายล้อมด้วยเมืองโบราณที่ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีในปีค.ศ. 1936 ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอายุเก่าแก่มากและต้องเป็นวิหาร ที่อยู่อาศัยของพระที่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระของชาวพุทธในตอนปลายของศตวรรษที่ 1
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
 
13.00 น. ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าของฝาก
 
14.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 
17.55 น. ออกเดินทางจาก เทอร์เมซ สู่ กรุงทาซเค้นท์ โดยเที่ยวบินที่ HY-078 (เวลาบินประมาณ 1.50 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 
19.35 น. เดินทางมาถึงสนามบินทาซเค้นท์ ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของประเทศ
 
20.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
21.00 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 
23.00 น. ออกเดินทางจาก ทาซเค้นท์ สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ HY 531 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน
 

วันที่ 8 กรุงเทพฯ
07.15 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : เยือนทาจิกิสถาน 8 วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ทาชเค้นท์-กรุงเทพฯ และตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โดยสายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน (1 ลิตร)
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าอุซเบกิสถาน และทาจิกิสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 35 USD
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 16 USD
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter