ทัวร์อาระเบีย : อุซเบกิสถาน - เติร์กเมนิสถาน 9 วัน *ปิดกรุ๊ปก่อนเดินทาง 1 เดือน

Uzbekistan Airways

อุซเบกิสถาน - เติร์กเมนิสถาน 9 วัน *ปิดกรุ๊ปก่อนเดินทาง 1 เดือน


ราคา 75,900 บาท

ดินแดนอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรปาร์เทียน

เดินทาง :
• 17 - 25 ต.ค. 60 
• 21 - 29 พ.ย. 60 
• 5 - 13 ธ.ค. 60 
• 29 ธ.ค. 60 - 6 ม.ค. 61 
tag :
ดินแดนอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรปาร์เทียน


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ทาซเค้นท์
08.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว W เคาน์เตอร์สายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ (HY) ประตูทางเข้าที่ 8 หรือ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
 
10.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาซเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยเที่ยวบิน HY 532 (ใช้เวลาบินประมาณ 06.30 ชั่วโมง) (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 
15.30 น. เดินทางมาถึง สนามบินเมืองทาซเคนท์ ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองทาซเค้นท์ (Tashkent) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคนเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล นำท่านไปชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่ยังคงเหลืออยู่ หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1966 เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมจากจีนสู่ยุโรป และหลังจากการปฏิวัติเมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยออกแบบในสไตล์ของโซเวียต นำท่านไปยังสวนสาธารณะเพื่อชม หอคอยทีวีแห่งทาซเค้นท์ (Television Tower of Tashkent) ซึ่งมีความสูงประมาณ 365 เมตร ได้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1978 และได้เสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1985 โดยการออกแบบดัวยสถาปัตยกรรมของเทอร์ซิเอฟแห่งบริษัท ซารูค๊อฟและเซมาสห์โค ซึ่งในขณะนั้นได้ชื่อเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเอเซียกลาง และได้ชื่อว่า เป็นหอคอยที่มีความสูงที่สุดของโลกในอันดับที่ 3 จนถึงปี ค.ศ.1991 และต่อมาก็ได้ตกอับดับมาอยู่ที่ 8
 
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ RAMADA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 2 ทาซเค้นท์
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.30 น. นำท่านชม จัตุรัสอิสรภาพ (Independence Square) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองของทาซเค้นท์ เริ่มมีการขึ้นในปี ค.ศ.1991 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของอุซเบกิสถาน มีพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินทองอันกว้างใหญ่มีคุณค่าในการเพาะปลูก ถึงแม้ว่าจะมีภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกนี้ และยังเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนแห่งใหม่ที่เป็นส่วนร่วมของชุมชนบนโลกใบนี้ ชม อนุสาวรีย์ของแม่ที่มีความสุข (Happy Mother) ที่เป็นรูปปั้นแกะสลักที่มีความสูง 6 เมตร และตัวเด็กมีความยาว 3.5 เมตร ที่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของแม่ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนได้กอดลูกที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป ใบหน้าของแม่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณาและดวงตาที่มีความสุขของชีวิต ที่ได้ให้กับเด็กน้อยที่เปรียบเสมือนกับชาวอุซเบหนุ่มสาวทุกคนที่ได้อยู่ในประเทศที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งมีแม่ที่คอยให้ความปกป้องและคุ้มกันเหมือนกับสมบัติอันล้ำค่าที่จะต้องเติบโตต่อไปในอนาคต นอกจากนั้น บริเวณรอบๆยังมีสถานที่ราชการทีสำคัญและที่ทำงานของประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างๆหลายกระทรวง (สถานที่สำคัญแห่งนี้ไม่สามารถถ่ายรูปได้) นำท่านเดินชมส่วนต่างๆ ของบริเวณนี้และต่อไปยังอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องผ่านชม คือ วังที่พักของเจ้าชายแห่งโรมานอฟ (Prince Romanov Residence) คือ นิโคไล คอนสแตนติโนวิช ซึ่งเป็นหลานชายของจักรพรรดิแห่งนิโคไล ที่ 1 ที่ได้เสด็จหนี ออกมาอยู่ที่เมืองทาซเค้นท์ในปี ค.ศ.1877 เป็นวังที่ถูกสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.1891 และอยู่ในวังแห่งนี้จนเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1918 ซึ่งเป็นที่พักชั้นเดียวแต่ถูกสร้างขึ้น อย่างมีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมในการออกแบบของ เบน๊อตและเกย์ท เซลแมน ที่ได้ออกแบบสร้างด้วยศิลปะอันทันสมัยที่ล้ำยุคแห่งกาลเวลา และภายใน ยังเต็มไปด้วยการตกแต่งด้วยภาพแกะสลักภาพที่มีความสวยงาม นำท่านชมภายนอก โรงละครอลิสเชอร์ นาวอย (Alisher Navoi Opera and Ballet Theatre ) เป็นอนุสรณ์สถานที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งของอุซเบกิสถาน เพื่อระลึกถึงนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีผลงานทางด้านการประพันธ์ ศิลปะ และดนตรี และที่สำคัญยังมีบทบาททางด้านการเมืองด้วย ถูกออกแบบสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1947 โดยสถาปนิกชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงอยู่ในกรุงมอสโคว์ ชื่อ อเล็กเซย์ ชูเซฟ (Aleksey Shchusev) ซึ่งเคยเป็นผู้ออกแบบที่ฝังศพของเลนิน มาก่อน และต่อมาได้ถูกสร้างจนเสร็จเรียบร้อยในกลางศตวรรษที่ 20 โดยใช้แรงงานชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกจับเป็นเชลยศึกในสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในโรงละครแห่งนี้มี 6 ห้องโถง ซึ่งแต่ละห้องได้ถูกสร้างขึ้นตามวัฒนธรรมของเมืองต่างๆ และได้ตั้งชื่อตามเมืองนั้นๆ เช่น ห้องทาซเค้นท์ ห้องบูคาร่า ห้องโคเรซม ห้องซามาร์คานด์ ห้องเฟอร์กาน่า และห้องเทอร์เมซ นำท่านชม อนุสาวรีย์และจัตุรัสอาเมียร์ ตีมูร์ (Amir Timur Monument and Square) เป็นบริเวณที่สวยงามเต็มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้และล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสุดที่จะบรรยาย สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นอนุสาวรีย์ของรัฐบุรุษของชาติที่เป็นผู้ก่อสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมา ในสมัยของจักรวรรดิตีมูริด นอกจากนั้น บริเวณนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยตึกต่างๆ ซึ่งถูกสร้างสมัยต่างๆในระยะเวลา 300 ปี
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านชม โรงเรียนสอนศาสนาคูเคลดาสห์ (Kukeldash Madrassah) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคของศตวรรษที่ 16 โดยข้าหลวงคูเคลดาสห์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจและยังเป็นพี่น้องร่วมแม่นมกับบารัค ข่าน ผู้ปกครองแห่งเมืองทาซเค้นท์ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสของการค้าขายของพวกที่เป็นกองคาราวาน และได้เป็นศูนย์กลางของชีวิตผู้คนในเมืองนี้ เป็นศูนย์กลางของพวกที่ใช้ฝีมือในการทำงาน เป็นศูนย์กลางการประกาศแจ้งข่าวของเจ้าเมือง เป็นศูนย์รวมแหล่งข่าวและข่าวลือ ที่สำคัญที่สุดเป็นสถานที่ที่ประหารชีวิตคนด้วย นำท่านชม สุเหร่าจูมา (Juma Mosque) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า สุเหร่าของซาร์ (Tsar’s Mosque) สุเหร่าแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1451 โดยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเชคห์ อูเบย์ดุลลา โคจา อาคห์เรอร์ (Sheikh Ubaydulla Khoja Akhror) ผู้เป็นมหาบุรุษแห่งลัทธิซูฟี ที่สืบสกุลมาจากผู้เผยแพร่ศาสนามุคฮามัด ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงและได้ทำลายสิ่งก่อสร้างเสียหายไปมากมาย แต่ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยคำสั่งของจักรพรรดิของรัสเซีย อะเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ที่ได้แบ่งเงินจากคลังสมบัติของพระองค์เอง นำมาเป็นค่าก่อสร้างให้มีรูปลักษณ์สุเหร่าที่เป็นแบบดั้งเดิมทุกอย่าง จนกระทั่งในเวลานั้นสุเหร่านี้ได้ถูกเรียกว่า สุเหร่าของซาร์ แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1997 ก็ได้พังลงมาอีก และก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้เป็นสุเหร่าอันดับที่สามของประเทศฯ รองมาจากบีบีคานุมที่ซามาร์คาน และหอคาลยานที่บูคาร่า นำท่านไปชม สถานีรถไฟใต้ดิน (The Tashkent Metro) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยตามรูปแบบที่สมบูรณ์ ที่เด่นชัด คือ สวยงาม ยั่งยืนทนทาน และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด รถไฟใต้ดินนี้ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาภายหลังจากที่ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1966 ทำให้เมืองทาซเค้นท์ได้รับความเสียหาย และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับการก่อสร้างและต้องพร้อมที่รับมือกับการเกิดแผ่นดินไหว การก่อสร้างสถานีรถไฟใต้ดินจึงถูกสร้างไม่ให้มีความลึกมากนัก และผู้โดยสารก็สามารถเดินลงบันไดไปได้ด้วยความสะดวกสบาย นำท่านไปชม ตลาดคอร์ซู (Chorsu Bazaar) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียกลางและบนเส้นทางสายไหม ที่อยู่ภายใต้โดม 7 โดม ซึ่งได้ถูกแบ่งเป็นแหล่งสินค้าต่างๆจากพ่อค้า เกษตรกรที่ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสกับบรรยากาศแบบย้อนยุคอย่างที่เป็นในสมัยโบราณ แต่ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ให้ท่านได้พักผ่อน และสนุกกับการซื้อสินค้าในตลาดบาซาร์ที่มีผ้าแพรพรรณ พรม เครื่องทองเหลือง ผ้าขนสัตว์ เครื่องหนัง และสินค้าพื้นเมืองมากมาย
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ RAMADA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 ทาซเค้นท์ -อูร์เก้นช์-ดาโชกุซ-ดาร์ซาว่า-อัสห์กาบัท
05.00 น. นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 
07.15 น. ออกเดินทางจาก ทาซเค้นท์ สู่ เมืองอูร์เก้นช โดยเที่ยวบินที่ HY-051 (รับประทาน อาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 
08.55 น. เดินทางมาถึง สนามบินอูร์เก้นช ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโคราซม์ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ
 
10.00 น. รับประทานอาหารว่างที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนเติร์กเมนิสถาน ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เดินทางไปยัง เมืองดาโชกุซ (Dashoguz) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 60 กม. เมืองดาโชกุซ เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางของจังหวัดดาโชกุซด้วย ตังอยู่ทางด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 88 เมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 170,000 คนโดยมีหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ด้วยกัน พวกเติร์กเมน อุซเบก คาราคาลปัค ตาต้าร์ พวกรัสเซียน และเกาหลีที่มีจำนวนน้อย นำท่านชมความเป็นอยู่ของชาวเมือง และความสวยงามของเมือง ที่มีความหมายของชื่อว่า น้ำพุที่เป็นธรรมชาติของหิน (Stone Spring) ซึ่งมีประวัติการค้นพบและเป็นสถานที่ที่นิยมสำหรับหยุดพักค้างแรมของกองคาราวานสำหรับเส้นทางสายไหม และได้มีการตั้งป้อมปราการที่เรียกว่า ทาชาอุซ (Tashauz) และต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น ดาชโควุซ และต่อมาก็เป็น ดาโชกุซ โดยคำสั่งของประธานาธิบดี
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองอีซมุคเชอร์ (Izmukshir) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 25 กม. ซึ่งท่านจะพบกับซากปรักหักพังของป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายและปกคลุมไปด้วยผืนทราย ป้อมปราการแห่งนี้ซึ่งบางแห่งได้ถูกสร้างขึ้นมีลักษณะใหญ่โตและถูกล้อมรอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่ยังเหลืออยู่ในขณะนี้มีความยาวประมาณ 1,500 เมตร ทางด้านขวามือของทางเข้าป้อมยังมีคูน้ำซึ่งเรียกว่า กาล่า เคนเดกี สถานที่แห่งนี้คาดว่าถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านดาร์วาซ่า (Darvaza Village) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 310 กม. เดินทางมาถึง หมู่บ้านดาร์วาซ่า พร้อมด้วยการรับประทานอาหารค่ำ/บาร์บีคิวที่ในแค้มป์ นำท่านไปชม หลุมยักษ์ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีเปลวเพลิงลุกสว่างไสวต่อเนื่อง จึงได้สมญานามว่า ประตูสู่นรก (Door to Hell) ซึ่งเป็นหลุมก๊าซกว้าง 70 เมตร ที่อยู่บนพื้นที่บนทะเลทรายคาราคัมอันโล่งกว้าง ใกล้กับหมู่บ้านดารวาซ่า จากลักษณะหลุมที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ ซึ่งเดิมทีแล้วเป็นทะเลทรายโล่ง กว้าง กระทั่งเมื่อปี ค.ศ.1971 วิศวกรของโซเวียตได้มาตั้งแคมป์ขุดเจาะน้ำมันบริเวณนี้ แต่หลังจากที่พวกเขาเริ่มการขุดเจาะเพื่อหาน้ำมัน กลับพบว่าที่ที่เขาขุดเจาะนั้นมีแต่ก๊าซมีเทน และต่อมาหน้าดินก็เกิดทรุดตัวเป็นหลุมก๊าซกว้าง ด้วยความ กังวลว่าก๊าซมีเทนอาจจะทำอันตรายกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างออกไปไม่ไกล วิศวกรจึงตัดสินใจจุดไฟเผาก๊าซในหลุมนี้ โดยคาดว่ามันจะดับภายในไม่กี่สัปดาห์เมื่อก๊าซถูกเผาจนหมด นับตั้งแต่วิศวกรจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นในหลุมยักษ์แห่งนี้ ไฟก็ไม่เคยมอดดับลงอีกเลย มันโชติช่วงร้อนระอุอยู่อย่างนั้นมายาวนาน 10 ปีผ่านไปก็แล้ว 20 ปีผ่านไปก็แล้ว จนถึงวันนี้ 40 กว่าปีผ่านไป ไฟในหลุมก็ยังคงเผาไหม้อยู่เหมือนเดิม ในปัจจุบันประตูนรกแห่งนี้ได้ดึงดูดใจให้ผู้คนที่ชื่นชอบการไปชมสถานที่อันท้าทาย น่าตื่นเต้นแวะมาเที่ยวชมตลอดเวลา ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอัสห์กาบัด ที่อยู่ห่างประมาณ 260 กม. ซึ่งจะถึงเมืองหลวงประมาณเวลา 23.00 น เมืองอัสห์กาบัด (Ashgabat) ในภาษาเปอร์เซียมีความหมายว่า เมืองแห่งความรัก เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเติร์กเมนิสถาน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลทรายดำคาราคุม (Kara Kum) และเทือกเขาโคเพต แด๊ก(Kopet Dag) เป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาล และศูนย์กลางการบริหารประเทศ ถึงแม้จะเป็นเมืองที่ก่อตั้งขึ้นใหม่บนรากฐานของหมู่บ้านที่ชื่อเดียวกันโดยขุนนางรัสเซียในปี ค.ศ.1881 ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนิซา(Nisa) เมืองหลวงของจักรวรรดิปาร์เทียนโบราณที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ของคอนจิกาลา(Konjikala) ที่ได้ล่มสลายและเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road)
 
พักที่ GRAND TURKMEN HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 อัสห์กาบัท/พิพิธภัณฑ์ฯ-นิซ่า
09.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
 
10.00 น. นำท่านไปชมความทันสมัยของเมืองหลวง หลังจากหลุดพ้นจากการปกครองของสหภาพโซเวียตรัสเซีย สิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนดูทันสมัยสะอาดแต่สไตล์ของสถาปัตยกรรมนั้น สะท้อนถึงอิทธิพลที่ได้รับจากรัสเซีย และการตกแต่งประดับประดาที่บ่งบอกถึงมรดก อิทธิพลจากเปอร์เซียและอาหรับ นำท่านไปชม สุเหร่าเติร์กเมนบาชี (Turkmenbashi Ruhy Mosque) ที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 2002 - 2004 เหมือนกับสุเหร่าทั่วๆไป มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 18 ล้านตรม. มีสถานที่จอดรถได้ 400 คัน และผู้ที่เข้าทำพิธีได้ประมาณ 10,000 คน โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนทั้งหมดจาก ฝรั่งเศส ตัวสุเหร่ามีโคมยอดสูง 55 เมตร และประกอบด้วย เสาหอคอยมินาเรท 4 หอที่มีความสูงหอละ 91 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปี ค.ศ.1991 ที่ได้อิสรภาพจากโซเวียต นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองนิซ่า(Nisa) ในอดีตคือเมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซียและปาร์เทียน ที่ทรงอำนาจ และได้ครอบครองภูมิภาคแถบนี้ระหว่าง 300 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงศตวรรษที่เป็นปราการป้องกันการรุกรานของกองทัพโรมันที่ได้แผ่อำนาจเข้าไป ซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่ให้เห็นสามารถสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมในยุคสมัยนั้น รวมถึงทักษะความสามารถ ความชำนาญด้านสถาปัตยกรรม และได้รับการขึ้นให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007 ให้ท่านได้ชมโบราณสถานที่มีความสำคัญทางโบราณคดี ปราการปาร์เทียนแห่งเมืองนิซา (Parthian Fortress of Nisa) ชมส่วนที่หลงเหลืออยู่ของสิ่งก่อสร้างทางโบราณคดีที่อาจระบุจากสัณฐานรูปทรงว่าบริเวณนั้นควรเป็นราชวัง อารามหรือท้องพระคลัง สืบเนื่องจากโครงสร้างของห้องเก็บไวน์ที่ใหญ่โต และโกดังเก็บผลผลิตฐานรากของอาคารป้อมปราการมีความแข็งแรงหนาราว 8-9 เมตร และหอรบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าราว 43 หอ นอกจากนั้น เมืองนีซา ยังเป็นเมืองที่สำคัญในเส้นทางการค้า วัฒนธรรมประเพณีระหว่างเปอร์เซีย กรีก และเอเชียกลางในยุคนั้น
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านไปชม อนุสาวรีย์แห่งความเป็นกลาง (Monument of Neutrality Arch) ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1996 เสมือนหนึ่งเป็นประภาคารมีความสูงประมาณ 95 เมตร ซึ่งตั้งอยู่บน หินอ่อนสีขาว เป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสูงที่สุดของประเทศนี้ ประกอบ ด้วยความสูงที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในด้านความแข็งแกร่งของประเทศนี้ด้วย สูงขึ้นไปประมาณ 21.50 เมตร จะเป็นร้านบาร์และกาแฟ สำหรับให้ นักท่องเที่ยวขึ้นมาชมวิวทิวทัศน์รอบๆตัวเมืองอัสห์กาบัท นำท่านออกเดินทางไปยัง สนามแข่งม้าเบเดฟ (Bedev Hippodrome) ชมการเลี้ยงม้าสายพันธุ์ยอดเยี่ยมของเติร์กเมน นับแต่อดีตกาลที่ชายชาวเติร์กเมนมีความผูกพันกับม้า สัตว์พาหนะที่เคลื่อนที่เร็วแห่งเอเชียกลาง จนเป็นที่เกรงขามและกล่าวขานว่าเป็นชายผู้ถืออาวุธบนหลังม้า และ ม้ายอดสายพันธ์อัคฮาล เตเก้ (Akhal-Teke) ของเติร์กเมนนั้นประวัติศาสตร์ ได้พิสูจน์ให้โลกได้รับรู้แล้วว่าเป็นม้าที่มีฝีเท้าจัดและเร็วที่สุดในโลก จนมีคำตลกเล่ากันขำขันกล่าวไว้ว่า พวกอาหรับมาถึงเติร์กเมนิสถานบนหลังอูฐ แต่กลับไปบนหลังม้า
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ GRAND TURKMEN HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 อัสห์กาบัต
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
 
08.30 น. นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Turkmenistan) ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าชมในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.1998 เป็นแหล่งรวมสมบัติสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นผลงานทางโบราณคดีที่หายาก ผลงานทางศิลปะตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยกลางที่ถูกค้นพบในประเทศ ประมาณ 500,000 ชิ้น ภายในห้องจัดนิทรรศการ 8 ห้อง ห้องจัดนิทรรศการด้านโบราณคดี และชาติพันธุ์ ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจมากที่สุด มีการจัดแสดงการแต่งกาย อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนแบบดั้งเดิม เครื่องดนตรี เครื่องประดับ อาวุธ เอกสารทางประวัติศาสตร์ และเหรียญกษาปณ์โบราณ งานศิลปะการแกะสลักเรือจากงาช้าง รูปปั้นเทพีหรือเทพธิดาของปาร์เทียนเปอร์เซีย แจกันโรโดกูน่า(Rodoguna) ที่มีสีสันเป็นตัวแทนแห่งชีวิตและความตาย ที่ควรค่าแก่การเข้าชมยิ่งนัก นำท่าน ผ่านชม ทำเนียบประธานาธิบดี (The Presidential Palace) อาคารในสถาปัตยกรรมร่วมสมัยสะท้อนให้เห็นถึงมรดกทางสถาปัตยวัฒนธรรมที่สืบทอดจากเปอร์เซียโบราณ ผ่านชม อาคารรัฐสภา (Turkmen Parliament Building) ชม มัสยิดอาร์โตกรูลเกซี่(Artogrul Gazy Mosque) ซึ่งถูกตั้งชื่อตามชื่อบิดาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ออสมาน กาซี เป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิออตโตมาน ชม อนุสรณ์สถานแห่งเอกราชและสันติภาพ (Independence and Peace Monument) พร้อมเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก (การนำกล้องถ่ายภาพเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่าย ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ)
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านไปชม พิพิธภัณฑ์พรมแห่งชาติ (National Carpet Museum) เป็นสถานที่ที่แสดงพรมประมาณ 1,000 ผืนในยุคศตวรรษที่ 18-19 ให้เห็นถึงความสามารถของชาวเติร์กเมนที่มีฝีมือในการทอพรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ที่ทำพรมผืนใหญ่และผืนเล็กได้ในรูปแบบของสีสันต่างๆ ในการตกแต่งและจะต้องตื่นตาตื่นใจ เมื่อได้สัมผัสกับ พรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีความยาวถึง 21.20 เมตร และกว้าง 14 เมตร รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 301 ตารางเมตร โดยใช้ผู้หญิงสาวที่มีฝีมือและความสามารถถึง 40 คน ในการทอพรมนี้ที่ใช้เวลาถึงสามปีครึ่งจึงเรียบร้อย วัตถุประสงค์ในการทอพรมผืนนี้ขึ้นมาก็เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ที่ได้ประกาศเอกราชออกจากภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต ซึ่งได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คว่า เป็นพรมทอมือที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำท่านเที่ยวชม ตลาดรัสเซียน (Russian Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถูกออกแบบก่อสร้างโดย สถาปนิกของรัสเซีย วลาดีเมียร์ วิโซติตในราวปี ค.ศ.1972-1982 เป็นแหล่งนัดพบระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อ ที่ชาวเมืองรู้จักกันในนาม กูลิสถาน (Gulistan) มีสินค้าตามความนิยมของชาวเติร์กเมน กล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเยี่ยมอีกแห่งหนึ่ง ในปี ค.ศ.2001 ได้ถูกปรับปรุงโดยบริษัทอีโคลของตุรกี ทำให้มีสินค้าตามความนิยมของเติร์กเมนหลายชนิดที่เป็นสินค้าที่ผู้คนสนใจที่ถูกนำมาวางขายจากแหล่งผลิตทั่วสารทิศของประเทศ ซึ่งท่านจะได้รับความสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของ ตลาดนัดตามแบบฉบับของชาวเมือง
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ GRAND TURKMEN HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 อัสห์กาบัด-มารี-มาร์กัส
05.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง สนามบินอัสห์กาบัต เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 
06.15 น. ออกเดินทางจาก อัสห์กาบัต สู่ เมืองมารี โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines เที่ยวบินที่ T5-129
 
06.55 น. เดินทางมาถึง เมืองมารี(Mary) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก เป็นเมืองหลวงของแคว้นที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเติร์กเมนิสถาน หรือที่เคยรู้จักกันในนามของ เมิร์ฟ, มารู และมาร์เยียน่า มารี เป็นเมืองโอเอซิสในทะเลทรายคาราคุม (Kara Kum Desert)
 
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านออกเดินทางไปยังพื้นที่ กอนูร์ เดพี (Gonur Depe) เป็นพื้นที่ในยุคสำริดในเติร์กเมนิสถาน ในครึ่งแรกของพันปีก่อนคริสตกาล ร่วมสมัยกับอารยธรรมสินธุและเมโสโปเตเมีย ในด้านเกษตรที่บริเวณแม่น้ำเมอร์กาบ ในภายหลังถูกเรียกว่า มาร์กัสห์ (Margush) ในพื้นที่ 3,000 ตร.กม. ประกอบด้วยมากกว่า 70 โอเอซิสและการตั้งหลักแหล่ง 150 แห่ง นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองโบราณมาร์กัช (Margush) เป็นสถานที่ทางโบราณคดีที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ระยะทางประมาณ 40 กม. ในอดีตเป็นพื้นที่ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานทางการเกษตรเป็นแห่งแรกในพื้นที่สามเหลี่ยมแม่น้ำมูร์ ดายาร์กับแม่น้ำมูร์กาบ ในราว 3,000 ปีก่อนคริสต์กาล ตะกอนจากภูเขาและน้ำท่าอันอุดม สมบูรณ์ รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศที่อำนวย ทำให้การเพาะปลูกได้พืชผลที่เจริญงอกงามส่งให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง ชื่อของเมืองมาร์กัชนั้น ปรากฎอยู่ในบันทึกโบราณของเปอร์เซีย แต่หลายศตวรรษต่อมากรีกได้เปลี่ยนไปเรียกขานชื่อเมืองว่า มาร์เยียน่า มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 3,000 ตร.กม มีโอเอซิสกว่า 78 จุด และกว่า 150 ชุมชน (เป็น 1 ใน 5 ศูนย์กลางของอารยธรรมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งอีก 4 แห่งที่เหลือนั้น ได้แก่ เมโสโปเตเมีย อียิปต์ อินเดีย และจีน) มีการขุดพบซากปรักหักพังของปราสาท และอารามที่มีขนาดเทียบเคียงกันที่พบที่อัสซีเรีย (Assyria) และที่บาบีโลน (Babylone) และมีระบบการป้องกันเมืองด้วยป้อมปราการที่มีกำแพงล้อมรอบ
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ได้เวลา นำท่านออกเดินทางกลับเมืองมารี นำท่านชม มัสยิด ทาลฮาทาน บาบา (Talhatan Baba Mosque) ที่ถูกสร้างขึ้นในราวต้นศตวรรษที่ 12 ยุคกลาง สมัยอาหรับเซลจูก (Seljuk) ชมมรดกของงานศิลปะทางสถาปัตยกรรมอิสลามชั้นเยี่ยมอีกแห่งหนึ่ง เป็นอาคารสิ่งก่อสร้างในสถาปัตยกรรมสไตล์เซลจูก หากท่านสังเกตให้ดี จะพบว่าโครงสร้างของอาคารและ การวางเรียงอิฐแต่ละก้อน รวมถึงการตกแต่งภายใน ได้รับการออกแบบอย่างลงตัวตามหลักเรขาคณิต สภาพความเก่าแก่ได้ทรุดโทรมลงด้วยกาลเวลานับร้อย นับพันปีผ่านมา จึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมในปี ค.ศ. 1987-1988 จึงทำให้ได้เห็นความสวยงามทางสถาปัตยกรรมโบราณอย่างที่ปรากฏอยู่
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ MARY HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 มารี – เมิร์ฟ – เติร์กเมนาบัท - บูคาร่า
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.00 น. นำท่านเดินทางไปชม เมืองโบราณเมิร์ฟ (Merv) เป็นเมืองโอเอซิสเก่าแก่บนเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี บริเวณซากที่เหลือในโอเอซิสอันกว้างใหญ่นี้ แสดงให้เห็นประวัติศาสตร์ของมนุษย์ยาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นสถานที่สำคัญทางโบราณคดี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1999 นำท่านชมซากโบราณสถาน ที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาสั้นๆ ในศตวรรษที่ 12 ชมอนุสรณ์ของเมืองในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากยุคที่ถูกปกครองโดยราชวงศ์อะเคเมนิดแห่งเปอร์เซียโบราณ ราว 530 ปีก่อนคริสตกาลที่มาปกครองใช้ชื่อว่า สะทราฟี (Satrapy) ต่อมาเมื่อกองทัพอันเกรียงไกรของอเล็กซาน เดอร์มหาราช เดินทัพผ่านเพื่อมุ่งพิชิตดินแดนในเอเชีย เมืองนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มาร์เกียน่า (Margiana) นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเติร์กเมนาบัท (Turkmenabat) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะห่างประมาณ 240 กม.
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองฟาราฟ (Farab) ของเติร์กเมนิสถาน เพื่อข้ามพรมแดนไปยังอุซเบกิซสถาน ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองบูคาร่า (Bukhara) ระยะทางห่างประมาณ 100 กม. เมืองบูคาร่า(Bukhara) เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของแคว้นบูคาร่า ตั้งอยู่ทางตะวันตก ในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาสำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ และยังเป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ เป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนาฯ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองในเทพนิยาย และที่สำคัญเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่มีชื่อว่า เส้นทางสายไหม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1993
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ ASIA BUKHARA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 8 บูคาร่า – ทาซเค้นท์
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
08.30 น. นำท่านชม ป้อมดิอาร์ค (The Ark Fortress) ซึ่งเป็นป้อมเก่าแก่สร้างในศตวรรษที่ 5 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเมื่อขึ้นไปด้านบนของป้อมจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจน และกล่าวกันว่าครั้งหนึ่งในอดีตมีผู้อาศัยอยู่ในป้อมแห่งนี้ถึง 3,000 คน ตัวป้อมสามารถใช้เป็นเกาะกำบังสำหรับป้องกันศัตรูที่จะเข้ามารุกราน ป้อมแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 25 ไร่ มีกำแพงล้อมรอบ มีความยาวประมาณ 800 เมตร ส่วนของกำแพงมีความสูงถึง 16-20 เมตร ถูกสร้างด้วยอิฐหนาทึบและสูงใหญ่ ส่วนประตูมีซุ้มโค้งและหอคอยทั้งสองด้าน ซึ่งในอดีตภายในถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง นำท่านชม ที่ฝังพระศพของอีสมาอีสซามานิดส์ (Ismail Samanids Mausoleum) ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าบริเวณสวนสาธารณะซามานี สร้างโดยกษัตริย์ซามานิดส์ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ได้เคยปกครองอยู่ที่นครนี้ ในสมัยของอาณาจักรเปอร์เซียที่รุ่งเรือง ที่ ปกครองเอเซียกลาง ที่ฝังศพนี้สร้างในปี ค.ศ. 892 และสำเร็จในปี ค.ศ. 943 ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านเลือกซื้อสินค้าที่โดมอันยิ่งใหญ่มาก คือ ทากิ (Taqi Trading Domes) มีอยู่ 3 ส่วน คือ ทากิ ซาร์การอน(Taqi Zargaron) ซึ่งเป็นโดมที่พวกอินเดียทำการค้าขายและแลกเงินตรา ทากิ ซาร์ราฟอน (Taqi Sarrafon) เป็นโดมที่ค้าขายเกี่ยวกับสิ่งมีค่า อัญมณีต่างๆ และ ทากิ เทลปัก ฟูรูโช่น (Taqi Telpak Furushon) เป็นโดมที่ค้าขายของที่เป็นสินค้า สำหรับทั่วๆไป รวมทั้งของที่ระลึก เช่น ชาหอม หมวกขนแกะ พรม ผ้าที่เย็บด้วยมือ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
 
14.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง สถานีรถไฟบูคาร่า
 
15.30 น. ออกเดินทางจาก เมืองบูคาร่า ไปยัง เมืองทาซเค้นท์ โดยรถไฟความเร็วสูงสาย 761
 
19.10 น. เดินทางมาถึง สถานีรถไฟกรุงทาซเค้นท์
 
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
 
พักที่ RAMADA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 9 ทาซเค้นท์ - กรุงเทพฯ
06.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
 
07.30 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
 
10.20 น. ออกเดินทางจากทาซเค้นท์ สู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ HY 533 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน
 
18.15 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : อุซเบกิสถาน - เติร์กเมนิสถาน 9 วัน *ปิดกรุ๊ปก่อนเดินทาง 1 เดือน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ทาชเค้นท์-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด และตั๋วเครื่องบินภายใน สายการบิน เติร์กเมนิสถาน ชั้นประหยัด
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าอุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 9 วัน คิดเป็น 45 USD
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 9 วัน คิดเป็น 27 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง (หากจำนวนลูกค้าในคณะ มีตั้งแต่ 10 ท่านแต่ไม่ถึง 15 ท่าน ราคาทัวร์เพิ่มท่านละ 4,000 บาท )
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter