ทัวร์อาระเบีย : อิสราเอล..ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู 8 วัน

Uzbekistan Airways

อิสราเอล..ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู 8 วัน


ราคา 64,900 บาท

เทล อาวีฟ-เยรูซาเล็ม/เมืองเก่าและเมืองใหม่-เบธเลเฮ็ม-ซีซาเรีย - นาซาเร็ธ-ไทบีเรียส-ทะเลสาบกาลิลี่-มาซาด้า-ทะเลสาบเดดซี-จาฟฟา อิสราเอล ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นแหล่งสำคัญของ 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ความแตกต่างด้านศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และโบราณสถานที่สำคัญทางด้านศาสนา เจรูซาเล็ม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีมรดกทางด้านประวัติศาสตร์ ส่งผลให้เมืองนี้เป็นเมืองที่ดึงดูดชาวโลกให้มาเยือนอย่างล้นหลาม ไม่มีที่ไหนในอิสราเอลมีความแตกต่างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเท่ากับในเมืองนี้ กำแพงในเมืองเก่า และห้างสรรพสินค้าในเมืองใหม่ โครงสร้างเว้าโค้งในยุคโรมัน คูน้ำล้อมรอบปราสาทในสมัยอาณาจักรไบแซนไทน์ กำแพงเก่าในยุคสงครามศาสนา และเขื่อนดินที่ป้องกันปราสาทเมืองในยุคออตโตมาน

เดินทาง :
• 18 - 25 ต.ค. 60 
• 22 - 29 พ.ย. 60 
• 6 - 13 ธ.ค. 60 
• 27 ธ.ค. 60 - 3 ม.ค. 61 
tag :
เทล อาวีฟ-เยรูซาเล็ม/เมืองเก่าและเมืองใหม่-เบธเลเฮ็ม-ซีซาเรีย - นาซาเร็ธ-ไทบีเรียส-ทะเลสาบกาลิลี่-มาซาด้า-ทะเลสาบเดดซี-จาฟฟา


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ทาชเค้นท์
20.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว W เคาน์เตอร์สายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์เวย์ ประตูทางเข้าที่ 10 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง
 
23.05 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ เมืองทาชเค้นท์ โดยสายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HY-534 (ใช้เวลาในการบินประมาณ 6 ชม./รับประทาน อาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 

วันที่ 2 ทาชเค้นท์ - เทล อาวีฟ – เยรูซาเล็ม
03.55 น. ถึง สนามบินนานาชาติกรุงทาชเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน
 
05.55 น. ออกเดินทางจาก เมืองทาชเค้นท์ สู่ เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล โดยเที่ยวบินที่ HY-301(ใช้เวลาในการบินประมาณ 4.30 ชม.)
 
08.30 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเบนกูเรียล เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นของประเทศอิสราเอลช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองเทล อาวีฟ (Tel Aviv) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า พาณิชย์และการท่องเที่ยว ที่มีความนิยมมากที่สุด ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันที่จริงจะมีชื่อว่า เทล อาวีฟ-จัฟฟา แต่ทั่วๆไปจะเรียกว่า เทล อาวีฟ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1909 ที่บริเวณนอกเมืองที่เป็นเมืองท่าของเมืองจัฟฟา (Jaffa) ซึ่งมีความรุ่งเรืองในยุคของอาหรับ แต่เทล อาวีฟมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสองเมืองถูกนำมารวมกันในปี ค.ศ.1950 หลังจากที่ตั้งรัฐอิสราเอลได้สองปี และได้ถูกก่อสร้างให้เป็นเมืองสมัยใหม่ และได้รับเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2003 นำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ที่อยู่ห่างประมาณ 45 กม.ทางด้านตะวันออก และตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทะเลสาบเดดซี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1949 ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอล แต่ในขณะนั้นกรุงเยรูซาเล็มได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งด้านตะวันตกเป็นของอิสราเอล ส่วนฝั่งตะวัน ออกและบริเวณเมืองเก่าจะเป็นของจอร์แดน จนกระทั่งปี ค.ศ.1967 หลังจากเกิดสงคราม 6 วัน (The Six Days War) ระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน อิสราเอลจึงได้เมืองเยรูซาเล็มกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองทั้งหมดเป็นเมืองเดียวกัน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางข้ามเขตแดนเยรูซาเล็ม สู่ เมืองเบธเลเฮ็ม (Bethlehem) เป็นดินแดนที่เก่าแก่ และถูกครอบครองโดยพวกปาเลสไตน์ ตั้งอยู่ห่างจากเยรูซาเล็มทางด้านใต้ ประมาณ 10 กม. ในอดีตเป็นบ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด (King David) ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองเยรูซาเล็ม และยังเป็นเมืองที่พระเยซูมีประสูติกาลจากพระแม่มารี โดยที่โจเซฟและพระนางได้เดินผ่านมา และพักค้างคืนภายในถ้ำเลี้ยงสัตว์ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ โบสถ์แห่งการประสูติ (The Church of Nativity) ที่สร้างครอบสถานที่ประสูติของพระเยซู ถูกสร้างโดย พระนางเฮเลน่า (Helena) ซึ่งเป็นพระมารดาของจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษาให้รอดพ้นจากการถูกทำลายจากผู้ครอบครองของหลายชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งประตูทางเข้าโบสถ์นี้จะเล็กกว่าปกติ และผิดสัดส่วนจากขนาดของตัวอาคาร เพราะว่าภายหลังดินแดนแห่งนี้ถูกครอบครองโดยพวกครูเสดก็ได้มีการต่อเติม และทำประตูให้มีขนาดเล็กลงสำหรับคนต้องก้มเดินเข้าไปได้เพียงคนเดียว เพื่อเป็นการป้องกันมิให้พวกโจรอาหรับขี่ม้าเข้ามาปล้น ภายในโบสถ์มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางเดินที่ประดับลวดลายของโมเสค และภาพสีน้ำมันตามผนังตลอดจนเพดาน นำท่านเดินทางไปยัง ทุ่งหญ้าคนเลี้ยงแกะ (Shepherd’s Field) ที่ทูตสวรรค์มาบอกข่าวการประสูติของพระเยซู ท่ามกลางคนเลี้ยงแกะที่ยากจนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นพวกแรกที่ได้รับข่าวการประสูตินี้
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEONARDO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 เยรูซาเล็ม – โดมแห่งหินผา-โบสถ์ฯ-ยาด วาเช็ม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองเก่าเยรูซาเล็ม (Old City) ให้ท่านได้ชม กำแพงร้องไห้ (Wailing Wall) ซึ่งเป็นกำแพงด้านตะวันตกของพระวิหารหลังที่สองที่เหลืออยู่หลังจากถูกพวกโรมันทำลาย ปัจจุบันชาวยิวทั่วโลกถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา จะมีชาวยิวมากมายเดินทางมาสวดมนต์ อธิษฐานร้องไห้คร่ำครวญกับพระเจ้าอย่างเนืองแน่น และจากลานหน้ากำแพงศักดิ์สิทธิ์นี้ จะมีทางเดินเลาะเลียบทางขวาที่ไต่ระดับสูงขึ้นไปสู่ ภูเขาวิหาร (Temple Mount ) อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหาร ที่ได้ถูกทำลายไปถึง 2 ครั้ง จะเหลืออยู่ก็แค่บางส่วนของกำแพง ฯ ซึ่งในปัจจุบันภูเขาวิหาร เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของศาสนาอิสลาม เพราะว่าในช่วงปี ค.ศ. 688 กาหลิบโอมาร์ ที่เป็นผู้นำชาวมุสลิม ได้นิมิตประหลาดว่าภูเขาวิหารนี้เป็นสถานที่ที่ศาสดาโมหะหมัดได้เสด็จสู่สวรรค์ โดยประทับยืนบนก้อนหินก้อนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเชื่อว่าเป็นก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ ส่วนชาวคริสต์เชื่อว่า พระเยซูได้ถูกซาตานนำมาประทับบนก้อนหินนี้ เพื่อให้ทอดพระเนตรนครเยรูซาเล็ม ในขณะที่จำศีลอดอาหาร และชาวยิวเชื่อว่า อับราฮัมได้นำลูกชายมาฆ่า เพื่อบูชาพระเจ้าบนก้อนหินก้อนนี้ ต่อมาจึงได้สร้างสุเหร่าไม้ขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ โดยคร่อมก้อนหินศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ ซึ่งเรียกว่า สุเหร่าแห่งโอมาร์ (Mosque of Omar) แต่ปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างเป็นสุเหร่าทรง 8 เหลี่ยมที่มีหลังคาทรงกลม ทำด้วยทองบริสุทธ์ 24 กระรัต โดยได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮุสเซนแห่งจอร์แดน และมีชื่อเรียกว่า โดมแห่งหินผา (Dome of the Rock) และบริเวณผนังด้านในประดับด้วยโมเสคลวดลายงดงามมาก (ไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ ) จากนั้น นำท่านเดินเท้าไปตาม ถนนเวีย โดโลโรซ่า (Via Dolorosa) เส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาลปรีโทเรีย จนถูกบังคับให้แบกไม้กางเขนไปสู่โกลโกธา และตรึงพระองค์ไว้บนไม้กางเขน ตามเส้นทางทั้งหมด 14 แห่ง ซึ่งในปัจจุบันเป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์ (Church of The Holy Sepulcher) หรือ สุสานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่สกัดไว้ในศิลาที่ใช้เก็บพระศพของพระเยซูหลังจากเชิญพระศพลงมาจากไม้กางเขน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอีน คาเร็ม (Ein Karem) ที่มีความหมายว่า น้ำธรรมชาติสำหรับไร่องุ่น อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเยรูซาเล็ม และเป็นเมืองที่มีความสำคัญรองลงมาจากเบธเลเฮ็ม คือ เมืองที่จอห์นแห่งแบพติสเกิดและนอกจากนั้นก็ยังมีโบสถ์วิหารที่มีความสำคัญหลายแห่งสำหรับผู้ที่เป็นชาว คริสเตียน ให้ท่านได้ชม อนุสรณ์สถานยาด วาเช็ม (Yad Vashem) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวยิวที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลก รูปภาพต่างๆ ที่ถ่ายจากค่ายกักกันต่างๆ ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทหารนาซี ในความพยายามทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของชนชาติยิว ซึ่งเป็นชนชาติของพระเจ้า ทำให้ตระหนักถึงพระสัญญาของพระเจ้าต่ออับราฮัมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEONARDO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 เยรูซาเล็ม – เซซาเรีย-ไฮฟา-เม้าท์คาเมล-ไทบีเรียส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาโอลีฟ (Mt. of Olives) ท่านจะได้ชมตัวเมืองเยรูซาเล็มทั้งหมด จากนั้น นำท่านเดินตามเส้นทางที่พระเยซูเสด็จสู่กรุงเยรูซาเล็มในวันปาล์มซันเดย์ ไปยัง โบสถ์ปีเตอร์ โนสเตอร์ (Peter Noster Church) เป็นสถานที่พระเยซูทรงสอนให้สาวกรู้จักคำอธิษฐาน “ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย” นำท่านเดินทางไปยัง สวนเกทเสมานี (Gatsemane) ซึ่งเป็นภาษาฮิบรูว์ แปลว่า ต้นมะกอก บริเวณสวนนี้มีต้นมะกอกเก่าแก่อยู่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่าเป็นรากเดิมของต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้า ซึ่งมีอายุประมาณ 2,000 ปี และเป็นสถานที่ที่พระเยซูอธิษฐานกับสาวก ก่อนที่จะถูกพวกทหารโรมันจับตัวไป นำท่านเข้าชมในตัว โบสถ์นานาชาติ (Church of all Nations) ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัวไป หลังจากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาไซออน (Mount Zion) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขาโอลีฟในเยรูซาเล็ม ซึ่งมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เมืองของเดวิด (City of David) นำท่านไปชม โบสถ์ไก่ขัน (St. Peter in Gallicantu) ซึ่งเป็นภาษาลาติน ในอดีตเป็นบ้านของปุโรหิตคายาฟาส ที่เป็นหัวหน้าสมณะในยุคของพระเยซูที่ถูกตัดสินฯ และเป็นสถานที่ที่ปีเตอร์ปฏิเสธพระเยซูก่อนไก่ขัน 3 ครั้ง (Before the cock crows thrice) นำท่านไปชม สุสานกษัตริย์เดวิด (King David’s Tomb) และ ห้องอาหารมื้อสุดท้าย (Room of Last Supper) ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวก
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองโบราณซีซาเรีย (Caesarea) ซึ่งเป็นเมืองเก่ายุคสมัยสงครามครูเสด สร้างโดยกษัตริย์เฮโรดมหาราช ชม คลองส่งน้ำ (Aquaduct) ที่เหลืออยู่ประมาณ 1 กม. พวกโรมันโบราณได้สร้างขึ้นไว้ยาวประมาณ 25 กม. โดยการนำน้ำจืดจากภูเขามาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณริมทะเลได้ เดินทางไปยัง เมืองไฮฟา (Haifa) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาคาร์เมล (Mt. Carmel) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของเขตไฮฟาที่อยู่ทางด้านเหนือและอยู่ติดกับริมทะเลฯ เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นเมืองอันดับที่สามของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 270,000 คน ซึ่งผสมผสานกันระหว่างพวกยิวและอาหรับ นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นถิ่นกำเนิด/ศูนย์กลางของศาสนาบาไฮ (Bahai) ที่ถูกสร้างเป็นสวนที่สวยงามด้วยงบประมาณ 50 ล้านดอลล่าร์และยังได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2008 นำท่านเดินทางสู่ เมืองนาซาเร็ธ (Nazareth) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา นำท่านชมสถานที่ที่ทำการป่าวประกาศ (The Church of the Annunciation) ซึ่งถูกสร้างครอบบ้านนางมารีไว้ สถานที่ซึ่งนางมารีได้รับแจ้งจากทูตสวรรค์ว่านางจะให้กำเนิดพระเยซู และเดินต่อไปยังบ่อน้ำที่มีอายุนานกว่า 2,000 ปี ที่พระนางมารีได้เคยมาตักเอาไปใช้ นำท่านเดินทางไปชม หมู่บ้านคานา (Cana Village) ที่ซึ่งพระเยซูทรงแสดงอัศจรรย์เป็นครั้งแรกในงานแต่งงาน ซึ่งมีพระแม่มารีมาร่วมงานด้วย โดยทรงทำน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น ในเมื่อเหล้าองุ่นไม่พอที่จะเลี้ยงแขกที่มาในงาน หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองไทบิเรียส (Tiberias) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก เป็นเมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของริมทะเลสาบกาลิลี
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEONARDO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 ไทบิเรียส-แม่น้ำจอร์แดน-ทะเลสาบกาลิลี่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ ริมแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งเป็นสถานที่ทำพิธีบัพติศมาในน้ำ (Baptismal Site of Yardenit) ซึ่งสาวกจอห์นได้ทำพิธีล้างบาป และได้ตั้งชื่อให้ กับพระเยซู ท่านสามารถรับบัพติศมาเพื่อเป็นการระลึกถึง หรือสำหรับผู้ที่เพิ่งตัดสินใจรับบัพติศมา (หากท่านใดสนใจกรุณาติดต่อผู้นำทัวร์ เพื่อประสานงานกับศิษยาภิบาลที่นำคณะ สำหรับการใช้เสื้อคลุม และขอใบประกาศนียบัตร) จากนั้น นำท่านเดินทางต่อไปยัง ภูเขาบีทติจูดส์ (Mt. of Beatitudes) ให้ท่านได้ชม โบสถ์ 8 เหลี่ยม เป็นสถานที่ซึ่งพระเยซูสอนสาวกเรื่องการอธิษฐาน ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย …. นำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านทับกา (Tabgha Village) ที่พระเยซูได้เลี้ยงคน 5,000 คนด้วยปลา 2 ตัว และขนมปัง 5 ก้อน หลังจากนั้น นำท่านล่องเรือในทะเลสาบกาลิลี (Cruise of Galilee) ที่อยู่ใกล้กับที่ราบสูงโกลาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความลึกประมาณ 43 เมตร พื้นที่ประมาณ 166 ตร.กม. และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 209 เมตร ให้ท่านได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ และการแสดงต่างๆที่จะทำให้ท่านได้รับความสนุกสนานและเพลิดเพลิน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาเปอร์นาอูม (Capernaum) ชม บ้านของปีเตอร์ ซึ่งเป็นสาวกคนแรก ปัจจุบันถูกสร้างเป็นโบสถ์บนบ้านหลังเดิม ที่ซึ่งพระเยซูทำการอัศจรรย์ในการรักษาโรคให้แก่แม่ยายปีเตอร์ ในบริเวณใกล้ๆกัน มีธรรมศาลาเก่าแก่ที่พระเยซูสั่งสอนและรักษาโรคแก่ประชาชน จากนั้น นำท่านเดินทางไปยังริมชายทะเลสาบฯ ที่ซึ่งพระเยซูปรากฏแก่สาวกหลังฟื้นจากความตาย และทำการอัศจรรย์ช่วยสาวกจับปลาได้ 153 ตัว และทรงเรียกปีเตอร์ให้เลี้ยงลูกแกะของพระองค์ ปัจจุบันมี โบสถ์ St.Peter’s Primacy ถูกสร้างครอบเนินดินที่เชื่อว่าเป็นที่ที่พระเยซูปิ้งปลาคอยสาวกอยู่
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEONARDO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 ไทบิเรียส-เจริโก้-ป้อมมาซาด้า-ทะเลสาบเดดซี-เยรูซาเล็ม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเจริโก้ (Jericho) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือในเขตเวสท์แบ้งค์ ที่ติดกับแม่น้ำจอร์แดนและอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบเดดซี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวอาหรับปาเลสไตน์ เจริโกได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในอดีตได้มีหลักฐานที่ถูกพบว่ามีคนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บริเวณนี้มาแล้วประมาณกว่า 9,000 ปีก่อน คริสตกาล นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ภูเขาเทมพเทชั่น (Mt. of Temptation ) ซึ่งมีความสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ สถานที่แห่งนี้จะมีถ้ำซึ่งเป็นที่ที่พระเยซู ได้เคยมานั่งวิปัสสนาและอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน และ 40 คืน ในระหว่างที่พวกซาตานมารบกวน พร้อมกับขึ้นไปชมโบสถ์ฯ ได้เวลาเดินทางกลับลงมา จากนั้น ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย ซื้อของฝากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโคลน Dead Sea และของที่ระลึกอื่น ๆ (ไม่ต้องเสียภาษี)
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านออกเดินทางเรียบฝั่งทะเลสาบเดดซี เพื่อไปยัง ป้อมปราสาทมาซาด้า (Masada Fortress) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ บนยอดเขาสูงประมาณ 120 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นป้อมปราสาทและอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์เฮโรด มหาราช ที่ได้สร้างขึ้นและเป็นที่สุดท้ายของชาวยิว 950 คนที่ขึ้นไปอาศัยอยู่ เพื่อต่อต้านการรุกรานของพวกโรมันด้วยการขนอิฐและหินขึ้นไปก่อสร้างอาคาร เพื่อเป็นที่พักอาศัยของพวกชาวยิว และยังสามารถนำน้ำขึ้นไปกักเก็บไว้ใช้อีกด้วย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2001 ให้ท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อชมสถานที่สำคัญต่างๆ มีห้องอาบน้ำ ขนาดใหญ่เป็นแบบอบซาวน่า ฯ นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำที่สุดของโลก อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลทั่วไปกว่าประมาณ 400 เมตร และน้ำในทะเลนี้เค็มกว่าทะเลปกติถึง 10 เท่าและยังมีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น สารไอโอดีน 10 เท่า แมกนีเซียม 15 เท่า และโบรมีน 20 เท่า จึงทำให้เกิดความหนาแน่นมาก จนท่านสามารถลอยตัวได้โดยไม่จม แม้ว่าว่ายน้ำไม่เป็น ให้ท่านเล่นน้ำและหมักโคลนตามอัธยาศัย (กรุณาเตรียมชุดเล่นน้ำ ผ้าเช็ดตัวรองเท้าฟองน้ำไปด้วย) ได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเยรูซาเล็ม
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ LEONARDO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 ทะเลสาบเดดซี-เทล อาวีฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปชม เมืองเก่าจาฟฟา (Old Jaffa) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่เก่าแก่ อายุกว่า 3,000 ปี ชื่อเดิมของเมืองคือ ยาโฟ (Yafo) ในภาษาฮิบรูว์ แปลว่า สวยงาม ในประวัติศาสตร์เมืองนี้ถูกครอบครองมาหลายยุคหลายสมัยปัจจุบันรัฐอิสราเอลได้อนุรักษ์เมืองนี้ไว้ แล้วอนุญาตให้ศิลปิน พักอาศัย ทำงานสร้างสรรค์ และขายผลงานของตนเองแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ให้ท่านได้ชม หอนาฬิกา (The Clock Tower) ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมือง จัฟฟา เป็น 1 ใน 7 ของหอนาฬิกาที่ถูกสร้างโดยพวกออตโตมานที่เข้ามาปกครองในบริเวณนี้ ถูกสร้างขึ้น โดยสุลต่านอับดุล ฮามิด ที่ 2 ในราวปี ค.ศ.1900-1903 ส่วนที่เหลืออีก 6 แห่ง คือที่ ซาเฟ็ด, เอเคอร์, นาซาเรธ, ไฮฟา, นาบลุส และเจรูซาเล็ม ซึ่งทั้งหมดได้เสียหมด บนหอนาฬิกาเรือนนี้ยังใช้งานได้ดี และที่ด้านบนจะมีแผ่นหินสลักเป็นที่ระลึกถึงการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้เมืองนี้ในปี ค.ศ.1948
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย จากนั้น ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากที่ตลาดซึ่งมีอยู่หลายแห่งในเมืองนี้ เช่น ตลาดเบซาเลล และที่ตลาดคาร์เมล / ชุค ฮา คาร์เมล ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง เป็นตลาดที่น่าเดินเล่นซึ่งจะเต็มไปด้วยผู้คนและมีสิ่งของจำหน่ายมากมายที่คุณจะหาซื้อสิ่งของได้ในราคาที่ถูก พวกเครื่องเทศ ผลไม้แห้ง น้ำมันมะกอกและลูกมะกอก และสิ่งของต่างๆอีกมากมายหลายอย่าง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเบนกูเรียน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง (ต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. เนื่องจากเป็นสนามบินที่มีการตรวจกระเป๋า และสิ่งของต่างๆ อย่างละเอียด และเข้มงวดมาก)
 
23.20 น. ออกเดินทางจาก เทล อาวีฟ สู่ ทาชเค้นท์ โดยเที่ยวบินที่ HY-304 (รับประทานอาหาร และพักผ่อนบนเครื่องบิน)
 

วันที่ 8 เทล อาวีฟ-ทาซเค้นท์-กรุงเทพฯ
07.20 น. เดินทางมาถึง สนามบินนานาชาติ กรุงทาชเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน
 
09.20 น. ออกเดินทางจากทาชเค้นท์ สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ HY-533
 
17.35 น. เดินทางมาถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ/กรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : อิสราเอล..ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู 8 วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เทลอาวีฟ-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน อุซเบกิสถาน ชั้นประหยัด
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 5 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิสราเอล สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 7 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 6 วัน คิดเป็น 42 USD
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 14 USD
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง (หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 15 ท่าน (10 ท่านขึ้นไป) ราคาทัวร์เพิ่มท่านละ 3,000 บาท )
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter