ล่องเรือ : ล่องเรือสำราญอลาสก้า 11 วัน

Cathay Pacific Airways

ล่องเรือสำราญอลาสก้า 11 วัน


ราคา 129,900 บาท

(พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศแล้ว) แวนคูเวอร์, เทรซี่อาร์ม อินเลท, จูโน่, สแกกเวย์, กลาเซียร์เบย์, เคทชิแกน (พร้อม พักแวนคูเวอร์ 1 คืน เตรียมความพร้อมก่อนลงเรือสำราญ) ห้องพักเรือสำราญ ฮอลแลนด์ อเมริกา (Holland America)

เดินทาง :
• 7 - 17 ก.ค. 60 
• 4 - 14 ส.ค. 60 
• 15 - 25 ก.ย. 60 
tag :
แวนคูเวอร์, เทรซี่อาร์ม อินเลท, จูโน่, สแกกเวย์, กลาเซียร์เบย์, เคทชิแกน


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพ – แวนคูเวอร์ – สะพานแขวนคาปิลาโน
08.00 น. คณะฯพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ประตูหมายเลข 7-8 เคาน์เตอร์ M 6- M16 สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส
 
11.05 น. ออกเดินทางสู่ฮ่องกง โดยสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ CX750 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารเช้าบนเครื่องบิน พร้อมเพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง
 
15.00 น. เดินทางถึง สนามบินเช็คแล๊ปก๊อก ประเทศฮ่องกง เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องสู่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
 
16.20 น. ออกเดินทางจากสนามบินเช็คแล๊ปก๊อก (HKG) สู่ สนามบินแวนคูเวอร์ (YVR) โดยเที่ยวบิน CX838 (ใช้เวลาบิน 11.55 ชั่วโมง) ********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ******* สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารค่ำบนเครื่องบิน
 
13.15 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองแวนคูเวอร์ มลรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ฝั่ง นอร์ท แวนคูเวอร์ (North Vancouver) ซึ่งเป็นเมืองอีกฝากฝั่ง โดยมีอ่าวเบอร์ราดคั่นกลางระหว่างตัวเมืองแวนคูเวอร์ และ นอร์ท แวนคูเวอร์ นำท่านเที่ยวชมทัศนียภาพของป่าสนอันอุดมสมบูรณ์ และไม่พลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์การเดินข้าม สะพานแขวนคาปิลาโน ซึ่งเป็นสะพานไม้แขวนที่ยาวที่สุดของแคนาดา มีความยาวถึง 230 ฟุต ทอดข้ามเหวลึก เดินข้ามแล้วตื่นเต้นน่าดู อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของป่าสนอันอุดมสมบูรณ์และสูดอากาศบริสุทธิ์ตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเชคอิน อิสระให้ท่านพักผ่อน ก่อนรับประทานอาหารค่ำ
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน (พร้อมลิ้มลองเมนูกุ้งมังกร) นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Empire Landmark Hotel **** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 2 แวนคูเวอร์– สแตนลีย์ พาร์ค – แกสทาวน์ – เชคอินลงเรือสำราญ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเที่ยวชมสวนสแตนลีย์ ปาร์ก (Stanley Park) ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองแวนคูเวอร์ เป็นเหมือนเกาะยื่นลงไปในเบอร์ราดอินเลท มีพื้นที่กว่า 10,000 เอเคอร์ ในสวนมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุนับ 100 ปี ลอร์ด สแตนลีย์ ผู้ว่าการเขตปกครองแคนาดา เป็นผู้ริเริ่มให้สร้างสวนแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1888 สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวแคนาดาทุกเพศทุกวัยและทุกสีผิวได้มาใช้ประโยชน์บนพื้นที่สีเขียวกลางเมือง เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ และออกกำลังกาย จุดเด่นของสวนนักท่องเที่ยวมาชมกันมากที่สุด คือ กลุ่มเสาโทเทม (Totem) เสาสัญลักษณ์ที่ตั้งไว้เพื่อระลึกว่าบริเวณนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมืองอินเดียน มาก่อน ซึ่งในสมัยก่อนชนพื้นเมืองใช้เสาโทเทม เล่าเรื่องราวความเป็นมาของเผ่าและเป็นที่เก็บอัฐิของคนตาย หรือสถานที่ประจานศัตรู กลุ่มเสาแห่งนี้ได้ถูกนำมาจากที่ต่างๆ เป็นการรวมเอาเสาโทเทมแบบต่างๆ ที่ชาวพื้นเมืองทำขึ้น จากนั้น นำท่านถ่ายรูปกับ แคนาดาเพลส (Canada Place) สถาปัตยกรรมหลังคารูปใบเรือสีขาว คล้ายโรงโอเปร่าเฮาส์ของนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย หลังคาใบเรือนี้เดิมสร้างขี้นเป็นหลังคาของ Canada Pavilion ในงาน Worlds Fair ที่จัดขึ้นที่แวนคูเวอร์เมื่อปี ค.ศ. 1986 ได้เวลานำท่านชมอาคารที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมโดดเด่นอันน่าสนใจ คือ สถานีรถไฟแคนาเดียนแปซิฟิก (Canadian Pacific Railway Station) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1880 เป็นสถานีชุมทางรถไฟสายข้ามทวีป ปัจจุบันเป็นสถานีรถลอยฟ้ากับเรือข้ามฟากของเมืองแวนคูเวอร์ จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ย่านแกสทาวน์ (Gass Town) เป็นชุมชนแรกของคนที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐบริติชโคลัมเบียก่อนที่จะมาเป็นแวนคูเวอร์ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาเยี่ยมชมแหล่งกำเนิดของเมืองแวนคูเวอร์ สำหรับเมืองแกสทาวน์มีบรรยากาศของเมืองเก่าสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนที่ได้รับการบูรณะใหม่และรักษาให้อยู่ในสภาพดี จุดที่น่าสนใจ คือ รูปปั้นของแกสซี แจ็คที่ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสกลางเมือง จากนั้นนำท่านชมนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่เดินได้ด้วยพลังไอน้ำ โดยนาฬิกาไอน้ำ จะตีเสียงดังบอกเวลาทุก 15 นาที เป็นเสียงดนตรีเสียงเดียวกับนาฬิกาบิ๊กเบนในกรุงลอนดอนและนาฬิกาจะพ่นไอน้ำพวยพุ่งออกมาทุก 1 ชั่วโมง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
 
13.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือแวนคูเวอร์ เพื่อเชคอินลงเรือสำราญ Holland America (ms Nieum Amsterdam)
 
16.30 น. เรือสำราญออกจากท่าเทียบเรือแวนคูเวอร์ มุ่งหน้าสู่ เทรซี่อาร์ม ฟยอร์ด ท่านสามารถรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม (ชา, กาแฟ) ภายในเรือ ซึ่งมีบริการตลอด 24 ชม. ตามห้องอาหารต่างๆ โดยเรือจะแจ้งให้ท่านทราบผ่าน Cruise Newsletter ทุกวัน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 

วันที่ 3 Inside Passage (Cruising)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อนบนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆ มากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น Public Room : บาร์และเลาจน์, ห้องสมุด, ห้องอินเตอร์เน็ต Entertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดง (ไม่ซ้ำกันในทุกค่ำคืน) หรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายสไตล์, คาสิโน, ดิสโก้เธค, ห้องเล่นเกม Sport and Activities : สระว่ายน้ำ, สปอร์ทคอร์ท, ฟิตเนต, มินิกอล์ฟ Spa and Wellness : ห้องสปา, ห้องสตรีม, บิวตี้ ซาลอน, โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย ท่านสามารถรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม (ชา, กาแฟ) ภายในเรือ ซึ่งมีบริการตลอด 24 ชม. ตามห้องอาหารต่างๆ โดยเรือจะแจ้งให้ท่านทราบผ่าน Cruise Newsletter ทุกวัน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ (ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารกลางวันในห้องอาหารหลากหลายในเรือสำราญแห่งนี้) ทางเรือจัดกิจกรรมซ้อมขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย ซึ่งต้องขอให้ลูกค้าและผู้โดยสารทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เพื่อเป็นการเตียมตัวในการเดินทางทางเรืออย่างปลอดภัย (เวลาในการซ้อมประมาณ 30 นาที และไม่น่าเบื่อ) จากนั้นอิสระให้ท่านพักผ่อนในเรือสำราญตามอัธยาศัย แนะนำ.....ให้ท่านเตรียมชุดว่ายน้ำและรองเท้าผ้าใบเพื่อออกกำลังกายในห้องฟิตเนสซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกเรือผ่านกระจกใส
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหาร อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือมากมาย
 

วันที่ 4 เทรซี่อาร์มฟยอร์ด – จูโน่ – เมนเดลฮอลล์ กราเซียร์ – โอลด์ทาวน์ – เคเบิ้ลคาร์ เมาท์โรเบิร์ต
เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆ มากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ
 
10.00 น. เรือสำราญล่องเข้าสู่ เทรซี่อาร์ม ฟยอร์ด (Tracy Arm Fjord) ซึ่งเป็นบริเวณฟยอร์ดที่สวยงามและขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของอลาสก้า เรือจะค่อยๆล่องผ่านบริเวณนี้ ท่านสามารถเก็บภาพทัศนียภาพอันสวยงาม หรือหากโชคดี อาจสามารถพบเห็นปลาวาฬ, โลมา หรือ แมวน้ำ ออกมาแหวกว่ายให้ได้ยลโฉมกัน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
13.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือจูโน่
 
13.30 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองจูโน่ เมืองหลวงของมลรัฐอลาสก้า ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์อันงดงามยากที่จะหาที่ใดเปรียบ ด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน จูโน่ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาและทะเล ทำให้เป็นเมืองที่เข้าถึงได้ยากในทางบก ถูกค้นพบในช่วงยุคตื่นทองปี ค.ศ. 1880 ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งเหมืองทอง ก่อนจะกลายเป็นเมืองหลวงอันมั่งคั่งของรัฐอลาสก้า นอกจากนี้ยังเป็นที่ที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่งของอลาสก้า ซึ่งมีธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ (Mendenhall Glacier) เป็นธารน้ำแข็งที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่ง นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ (Mendenhall Glacier National Park) เพื่อนำท่านเข้าชมธารน้ำแข็งยักษ์ เมนเดลฮอลล์ กราเซียร์ (Mendenhall Glacier) ซึ่งมีความกว้างประมาณ 1 ไมล์ มีน้ำแข็งปกคลุมหนากว่า 100 ฟุต ท่านจะได้สัมผัสกับทุ่งน้ำแข็งที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี สัมผัสบรรยากาศทุ่งน้ำแข็งขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านกลับสู่ท่าเรือเมืองจูโน่ นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่ เมาท์ โรเบิร์ต (Mt. Robert Tramway) โดยจุดขึ้นกระเช้าอยู่บริเวณท่าเรือเลย และจะไปจบ ณ จุดยอดสุดของ เมาท์ โรเบิร์ต ณ จุดสูงสุดของยอดเขาแห่งนี้พบกับทิวทัศน์ของจูโน่ที่ล้อมรอบด้วยขุนเขา นอกจากนี้ยังมี ศูนย์นักท่องเที่ยว ร้านอาหาร บาร์ โรงภาพยนตร์ ร้านขายของที่ระลึก ไว้คอยให้บริการอีกด้วย อิสระให้ท่านเดินเล่นบนยอดเขาและเก็บภาพเมืองจูโน่ตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านนั่งกระเช้ากลับลงมา ณ ท่าเรือ อิสระให้ท่านเดินเล่นภายในตัวเมืองจูโน่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเมืองท่าและเมืองหลวงที่สำคัญของมลรัฐอลาสก้า ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณตีนเขาที่ตั้งตระหง่านสูงถึง 4,000 ฟุต ถ้าไปเยือนในช่วงต้นๆของฤดูกาลล่องเรือสำราญ ท่านจะได้เห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำตกอันสวยงาม เมืองจูโน่ ถูกก่อตั้งขึ้นในยุคตื่นทองอลาสก้า ดังนั้นที่นี่จึงมีตึกรามบ้านช่องประวัติศาสตร์มากมาย และเปี่ยมไปด้วยสีสันสดใส
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในเรือ ท่านต้องขึ้นเรือก่อนเวลา 21.15 น. เนื่องจากท่าเทียบเรืออยู่ใกล้บริเวณเมือง ท่านสามารถเดิน เล่นได้ตามอัธยาศัย หรือ จะเลือกพักผ่อนบนเรือก็ได้
 
22.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือจูโน่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือสแกกเวย์
 

วันที่ 5 เมืองสแกกเวย์
เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ภายในเรือ
 
07.00 น. เรือจอดเทียบที่ ท่าเรือสแกกเวย์ นำท่านเดินทางสู่เมืองสแกกเวย์ ซึ่งเป็นเมืองท่าและเป็นปากประตูต้อนรับผู้ที่จะเดินทางไปแสวงโชคที่ “ทุ่งทองคลอนไดค์”(Klondike Gold Fields) ในเขตประเทศแคนาดาเมื่อราว 100ปีก่อน โดยมีทางรถไฟสายไวท์พาสและยูคอนรูต (White Pass and Yukon Railway) ที่พานักแสวงโชคเดินทางตัดข้ามขุนเขา และหุบเหว เข้าสู่มณฑล ยูคอน ของแคนาดา ซึ่งทุกวันนี้เหลือเพียงความทรงจำ นำท่านขึ้นสู่ฝั่งเพื่อออกเดินทางโดย รถไฟสายไว้ท์พาส (The White Pass and Yukon Railroad) ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1898 - 1900 เชื่อมต่อระหว่างเมืองสแกกเวย์และเมืองไวท์ฮอร์ส และมุ่งหน้าสู่เหมืองทองในอดีต นำท่านขึ้นรถไฟที่จอดเทียบอยู่บริเวณท่าเรือ ซึ่งจะพาท่านย้อนยุคศึกษาประวัติเส้นทางรถไฟโบราณสายนี้ที่ตัดข้ามขุนเขาและหุบเหว เพื่อพานักแสวงโชคเดินทางเข้าสู่มณฑลยูคอนของแคนาดาเพื่อแสวงหาทองแทนการใช้ม้าหรือเดินเท้าผ่านธรรมชาติอันทุรกันดาร และโหดร้ายทารุณ โดยรถไฟจะวิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดที่เกือบ 3,292 ฟิต ซึ่งตลอดสองข้างทางที่ท่านจะได้พบคือความงดงามแห่งธรรมชาติเหนือคำบรรยาย ได้เวลานำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือสแกกเวย์ อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวันบนเรือสำราญ
 
บ่าย นำท่านชมตัวเมืองสแกกเวย์ ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเทียบเรือเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น เมืองเล็กๆ ที่ให้บรรยากาศแบบคาวบอยตะวันตก แม้เวลาจะผ่านไปนานแต่เมืองสแกกเวย์ยังคงรักษาสภาพเมืองในยุคตื่นทองได้เป็นอย่างดี ให้ท่านได้ชม บ้านไม้สองชั้น ร้านค้า ร้านอาหาร ที่ทาสีสันสดใส อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย (ท่านจะต้องขึ้นเรือประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเรือออกจากท่า)
 
21.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือสแกกเวย์เพื่อมุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติธารน้ำแข็งกลาเซียร์เบย์
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือ
 

วันที่ 6 ธารน้ำแข็งกลาเซียร์เบย์ (Inside Passage)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ เรือเริ่มล่องเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติกลาเซียร์เบย์ (Glacier Bay – Inside Passage) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก วันนี้เป็นอีกวันที่ท่านจะได้สัมผัสกับความงดงาม ความมหัศจรรย์ของภูเขาน้ำแข็งที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในอลาสก้า หากโชคดีท่านจะได้ยินเสียงการแยกตัวเป็นแผ่นตกลงสู่พื้นน้ำ เป็นเสียงอันกึกก้องราวเสียงฟ้าร้องคำราม และเป็นช่วงเวลาที่จะสะกดทุกท่านไว้กับก้อนน้ำแข้งมหึหาที่พังถล่มลงสู่พื้นน้ำเสียงดังกังวาล เรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ธรรมชาติได้ปั้นแต่งขึ้นมาให้ท่านได้ชม และจะหาที่ใดเปรียบมิได้อีกแล้วในโลก อิสระให้ท่านได้สัมผัสกับทัศนียภาพและความงดงามของทุ่งน้ำแข็ง พร้อมเก็บภาพความประทับใจอันมิอาจลืมเลือนได้ตามอัธยาศัย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันภายในเรือ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับกิจกรรมอันหลากหลายที่มีบนเรือ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายในห้องฟิตเนส หรือวิ่งออกกำลังกายรอบๆ ตัวเรือ ผ่อนคลายอิริยาบถที่ Stream room / Sauna เพลิดเพลินกับการแสดง กิจกรรมและเกมส์ต่างๆ หรือเลือกพักผ่อนที่ห้องสมุดและมุมสงบต่างๆ พร้อมสัมผัสกับความสดชื่นของธรรมชาติ ริมฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนอายุนับร้อยปี ทั้งนี้บนเรือยังมีอาหารเลิศรสบริการท่านอย่างต่อเนื่อง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในเรือ เรือมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมือง เคทชิแกน
 

วันที่ 7 เมืองเคทชิแกน – ชมเมือง – ตกปูอลาสก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
10.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือเคทชิแกน นำท่านเที่ยวชมย่านไฟแดงที่โด่งดังในอดีต “ครีก สตรีท (Creek Street)” เป็นที่ชุมนุมของนักแสวงโชค และนักเดินเรือในยุคตื่นทอง เป็นย่านอาคารเก่าที่ทางเดินและบ้านเรือนสร้างอยู่เหนือลำธารหรือเชิงเขา มีสถานที่ประวัติศาสตร์ “บ้านของดอลลี่” สถานที่หาความสำราญของชายหนุ่มในอดีต อิสระให้ท่านได้ขึ้นฝั่งชมเมืองเคทชิแกน และซื้อของพื้นเมืองตามอัธยาศัย พร้อมเก็บภาพความน่ารักและความสวยงามของเมืองเคทชิแกน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
บ่าย นำท่านสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการนั่งเรือประมงเพื่อไปตกปูอลาสก้า (Alaska King Crab) เรือจะนำท่านสู่บริเวณอันเป็นที่อยู่อาศัยของปูอลาสก้า และให้ท่านได้เห็นพร้อมสัมผัสวิธีการ และภูมิปัญญาของชาวประมงในการจับปูอลาสก้า อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าประทับใจตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านกลับสู่ท่าเรือ
 
18.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือ เคทชิแกน เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 

วันที่ 8 Inside Passage (Cruising)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อนบนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆ มากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น Public Room : บาร์และเลาจน์, ห้องสมุด, ห้องอินเตอร์เน็ต Entertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดง (ไม่ซ้ำกันในทุกค่ำคืน) หรือจะเลือกนั่งเล่นใน คลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายสไตล์, คาสิโน, ดิสโก้เธค, ห้องเล่นเกม Sport and Activities : สระว่ายน้ำ, สปอร์ทคอร์ท, ฟิตเนต, มินิกอล์ฟ Spa and Wellness : ห้องสปา, ห้องสตรีม, บิวตี้ ซาลอน, โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย ท่านสามารถรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม (ชา, กาแฟ) ภายในเรือ ซึ่งมีบริการตลอด 24 ชม. ตามห้องอาหารต่างๆ โดยเรือจะแจ้งให้ท่านทราบผ่าน Cruise Newsletter ทุกวัน
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ (ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารกลางวันในห้องอาหารหลากหลายในเรือสำราญแห่งนี้)
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหาร อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือมากมาย หมายเหตุ ก่อนเรือกลับเทียบท่าที่เมืองแวนคูเวอรื ในเย็นวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลงจากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ
 

วันที่ 9 แวนคูเวอร์ – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ – ช้อปปิ้งเอาท์เลต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
07.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแวนคูเวอร์ นำทุกท่านรอประกาศจากเจ้าหน้าที่เรือเกี่ยวกับเวลาขึ้นเรือ นำท่านขึ้นจากเรือสำราญและนำท่านผ่านพิธีการตรวจลงตราหนังสือเพื่อเดินทางเข้าเมืองแวนคูเวอร์ ณ ท่าเรือ พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งท่านต้องมายืนยันระบุรับด้วยตนเอง ณ บริเวณห้องโถงของท่าเรือ นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Sea Aquarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอเมริกาเหนือ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสัตว์น้ำมากกว่า 8,000 ชนิด เป็นศูนย์ศึกษาด้านสมุทรศาสตร์ที่น่าสนใจด้านในมีสัตว์น้ำตัวเด่นๆ ที่ไม่ควรพลาดชมอย่าง ปลาวาฬเพชฌฆาตที่ว่ายมาจูบจมูกอาสาสมัครอย่างน่าตื่นเต้น มีปลาฉลามขาวยักษ์เขมือบเนื้อชิ้นใหญ่หมดไปในชั่วพริบตาอย่างน่าตกตะลึง และมีนากทะเลและแมวน้ำกำลังเล่นอยู่อย่างน่ารักน่าเอ็นดู นอกจากนี้ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ยังมีมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ปลาวาฬเบลูก้าอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสัตว์น้ำแปลกตาตามอัธยาศัย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ติ๋มซำ)
 
บ่าย นำท่านสู่แมกอาเธอร์เกลน ช้อปปิ้งเอาท์เลต (McArthurglen Shopping Outlet) ซึ่งเป็นเอาท์เลตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในแวนคูเวอร์ มีร้านค้ากว่ามากมาย อิสระให้ท่านเลือกซื้อของอย่างจุใจ อาทิ BODY SHOP, HUGO BOSS, H&M, COACH, BANANA REPUBLIC, GUESS, ESPRIT, AMERICAN EAGLE, OLD NAVY, TOMMY HILFIGER เป็นต้น
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
 
20.30 น. หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองแวนคูเวอร์ เพื่อเชคอิน
 

วันที่ 10 แวนคูเวอร์
02.00 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบิน CX837 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.20 ชั่วโมง) ********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ******* สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวันบนเครื่องบิน
 
19.15 น. เดินทางถึงสนามบินเช็คแล๊ปก๊อก ประเทศฮ่องกง (Hong Kong)
 
22.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส เที่ยวบิน CX713 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.45 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน
 
00.10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (Bon Voyage)
 


Gallery : ล่องเรือสำราญอลาสก้า 11 วัน

ค่าบริการรวม

 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน CX (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 23 กก./ท่าน)
 ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
 ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
 ค่าภาษี (Port Fee) ในทุกประเทศ
 ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุ
 ค่าวีซ่าเข้าประเทศแคนาดา
 เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการไม่รวม

 ค่า Service fee ของทางเรือ ประมาณ 100 USD ต่อท่าน ซึ่งทางเรือจะชาร์ตเข้า Cruise card ของแต่ละท่าน
 ค่าวีซ่าเข้าประเทศอเมริกา (ท่านต้องทำการยื่นวีซ่าด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องสแกนลายนิ้วมือ)
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

ชื่อบัญชี นายอภิวัฒน์ จิตต์ปรารพ (หรือสั่งจ่ายเช็ค)
ธนาคาร เลขที่บัญชี สาขา ประเภทบัญชี
 กรุงเทพ 118-5-07988-4 สีลม ออมทรัพย์
 ไทยพาณิชย์ 404-8-41630-8 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กสิกรไทย 616-2-08610-1 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กรุงไทย 022-0-12592-9 สีลม ออมทรัพย์

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

* ยกเลิก 90 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
* ยกเลิก 60-89 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำ 30%
* ยกเลิก 30-59 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำ 50%
* ยกเลิก1- 29 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำและค่าใช้จ่ายตามจริง

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารยื่นวีซ่าอเมริกา และ แคนาดา
สำหรับการยื่นวีซ่าประเทศอเมริกา ทางผู้เดินทางจะต้องดำเนินการยื่นขอด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกฎของทางสถานฑูต ท่านสามารถเข้าไปทำการสมัครเพื่อขอยื่นวีซ่าได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov/visas.html
วีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว : ประเทศแคนาดา
(ทางบริษัททัวร์ดำเนินการยื่นให้และรวมค่าวีซ่าแล้ว)
เอกสารใช้ประกอบการขอวีซ่า
1. หนังสือเดินทาง: ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทย ผู้มีรายชื่ออยู่บนคำร้องต้องยื่นหนังสือเดินทางของแต่ละท่านด้วย ( ถ้ามีหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม ท่านต้องยื่นเล่มเก่าด้วย
2. พาสปอร์ตต้องมีหน้าประทับตราว่างตั้งแต่ 2 หน้าขึ้นไป
3. รูปถ่าย: ขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 4 ใบ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ถ้าขนาดของรูปถ่ายไม่ถูกต้อง สถานทูตจะไม่รับคำร้อง
4. หลักฐานการเงิน: จดหมายรับรองจากธนาคาร หรือสมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภท
5. หลักฐานการงาน:
- จดหมายรับรองจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง อายุการทำงานและ เงินเดือน
- ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นเอกสารการอนุมัติให้ลางาน
- ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องยื่นเอกสารการจดทะเบียนการค้าพร้อมสำเนา
- ในกรณีที่นักเรียน/ผู้เยาว์มีอายุเกิน 6 ปี ต้องยื่นเอกสารจากสถาบันการศึกษา อนุมัติการหยุดเรียน
- ในกรณีที่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 16 ปี และเดินทางกับผู้อื่น ต้องยื่นเอกสารมอบอำนาจจากบิดามารดา อนุญาตให้เดินทางกับผู้อื่นได้ หรือในกรณีที่ผู้เยาว์เดินทางกับผู้ดูแล/ผู้ที่มีอำนาจในการปกครอง ท่านต้องยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าท่านมีอำนาจปกครองผู้เยาว์นั้นแต่เพียงผู้เดียว

เงื่อนไขอื่นๆ

• บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางใน กรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
• เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถ ที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธ หรือ สละสิทธิ์ ในการใช้บริการ ที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้น ท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบก่อน
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธวีซ่าและจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระ มาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการ หลบหนีเข้าเมือง
• สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า และไม่คืนทุกกรณี
• ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธ การเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกติ นักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
 สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
 สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว )
 ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
 กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)

การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน


   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter