ล่องเรือ : ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน MSC Splendida (เอ็มเอสซี สเปลนดิด้า) 10 วัน

Etihad Airways

ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน MSC Splendida (เอ็มเอสซี สเปลนดิด้า) 10 วัน


ราคา 85,000 บาท

MSC Splendida (เอ็มเอสซี สเปลนดิด้า) โรม – ชิวิคตาเวคเคีย – ปาแลร์โม (ซิซิลี) – กาลยารี (ซาร์ดิเนีย) – ปัลมา เดอ มายอร์ก้า บาเลนเซีย – โพรวองซ์ – เจนัว – โรม โปรโมชั่นพิเศษ... สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส (EY) (บินเข้า – ออก โรม - FCO) (พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศ ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น) เรือมีขนาด 138,000 ตัน จุผู้โดยสารได้กว่า 4,400 คน มีทั้งหมด 18 ชั้น ขอสงวนสิทธิ์หากเรือมีการปรับเปลี่ยนท่าเทียบเรือ ซึ่งทางทัวร์จะทำการแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าต่อไป

เดินทาง :
• 14 - 23 ต.ค. 60 
• 21 - 30 ต.ค. 60 
tag :
โรม, ชิวิคตาเวคเคีย, ปาแลร์โม, (ซิซิลี), กาลยารี, (ซาร์ดิเนีย), ปัลมาเดอมายอร์ก้า, บาเลนเซีย, โพรวองซ์, เจนัว, โรม


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพมหานคร – อาบูดาบี
17.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส แถว Q (Row Q) ประตูทางเข้าที่ 8 อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
 
20.35 น. ออกเดินทางสู่นครอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบิน EY401 (ใช้เวลาบินประมาณ 6.45 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ บริการ อาหารค่ำ ระหว่างเที่ยวบินสู่อาบูดาบี
 

วันที่ 2 อาบูดาบี – โรม – ชิวิคตาเวคเคีย
00.10 น. เดินทางถึงสนามบินอาบูดาบี แวะเปลี่ยนเครื่องเที่ยวบิน EY7065 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน ตามอัธยาศัย
 
02.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินอาบูดาบี (AUH) สู่สนามบินโรม (FCO) โดยเที่ยวบิน EY7065 (ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารเช้า บนเครื่องบิน (กระเป๋าเดินทางทำการส่งต่อไปยังสนามบินโดยอัตโนมัติ Check through)
 
06.55 น. เดินทางถึงสนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่เมืองชิวิคตาเวคเคีย นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทไมเคิลแองเจโล (Michelangelo Castle) และป้อมปราการไมเคิลแองเจโล (Forte Michelangelo) เป็นปราสาทยุคโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมีการสร้างกำแพงล้อมรอบปราสาท เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกในอดีต ปราสามแห่งนี้สร้างขึ้นใกล้กับท่าเรือและใช้เป็นป้อมปราการด่านหน้าในการเรียกเก็บระวางเรือและภาษีในสมัยก่อน โดยหอคอยตรงกลางป้อมปราสาทแห่งนี้ออกแบบโดยไมเคิล แองเจโล สร้างในสมัยโรมันโบราณ โดยผนังของป้อมปราการแห่งนี้มีความหนากว่า 6 เมตร นำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทไมเคิงแองเจโล และชมความยิ่งใหญ่ในการสร้างป้อมปราการที่ยังคงตั้งตระหง่านในเมืองชิวิคตาเวคเคียแห่งนี้
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองชิวิคตาเวคเคีย ชมกำแพงเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม นำท่านชมน้ำพุ เบเนดิกท์ที่ 14 (Benedict XIVs fountain) นำท่านชมจัตุรัสใจกลางเมืองอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นบริเวณช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และ สินค้าพื้นเมือง ของฝากและของที่ระลึกมากมาย จากนั้นนำท่านเข้าชมโบสถ์ ซานฟรานซิสโก เดอ อาซิสซี่ (San Francesco d Assisi) เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และได้รับการบูรณะใช้เป็นอารามหลวงในศิลปะแบบ บาโรค นิโอคลาสสิค ในสมัยศตวรรษที่ 17 และโป๊ป เกรกอรี่ ที่ 9 ได้นำหินก้อนแรกวางลาดเพื่อใช้เป็นหินสร้างโบสถ์แห่งนี้ในปี 1228 โบสถ์แห่งนี้สร้างแล้วเสร็จในปี 1253 ภายในมีการตกแต่งด้วยกระจกสสวยงามและมีภาพวาดปูนเปียก หรือ เฟรสโก้ เช่นกัน จากนั้นนำท่านเดินเล่นภายในเมือง อันเป็นที่ตั้งของหมู่อาคารหลากสีมากมาย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองชิวิคตาเวคเคีย หรือจะเลือกช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย
 
14.00 น. นำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญ MSC Splendida
 
17.00 น. เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองปาแลร์โม
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
 

วันที่ 3 ปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
09.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ เมืองปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี) เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบู๊ตของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปจึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆเริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลออกมาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่ หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป นำท่านเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการของโมเสกทอง ซึ่งว่ากันว่าใช้ทองในการประดับประดาทั้งหมด 2,200 กก.เลยทีเดียว นับเป็นโบสถ์โมเสกที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสกที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Palazzo dei Normanni อดีตราชวังของกษัตริย์นอร์แมน ปัจจุบันใช้เป็นสภาท้องถิ่นประจำเมือง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูป Cappella Palatina โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสกทองรูปพระเยซูและเทวดาทั้งแปด นำท่านชม น้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์ไฮเรเนอซองส์ซึ่งสั่งทำจากเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ La Matorana โบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ประดับประดาด้วยโมเสกทอง แต่บริเวณทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ San Cataldo โบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1160 แต่การก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อผู้ลงทุนทรัพย์ เสียชีวิตลง จึงมีสภาพเปลือยเปล่าดูคลาสสิกตามสไตล์โบสถ์ท้องถิ่น
 
14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือปาร์แลโม่
 
15.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเรือปาร์แลโม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือวัลเลตตา ประเทศมอลต้า
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
 

วันที่ 4 กาลยารี (หมู่เกาะซาร์ดิเนีย)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
09.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเทียบเรือกาลยารี Cagliari (หมู่เกาะซาร์ดิเนีย)
 
10.00 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองบารูมินิ (Barumini) ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งอารยธรรมเก่าแก่กว่า 3,800 ปีของชาวนูรากี ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีมาตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ ชนเผ่านี้มีสร้างที่อยู่อาศัยจากหิน จึงทำให้ซาร์ดีเนียนมีหอหินอยู่กระจัดกระจายทั่วเกาะ นำท่านเข้าชมป้อมปราการ ซู นูรากี (Fortress of Su Nuraxi) ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นสถานที่อันทรงคุณค่าแห่งเกาะซาร์ดิเนีย นำท่านเที่ยวชมความมหัศจรรย์ในการดำรงชีพของชาวนูรากียุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้เวลาอันสมควร นำท่านกลับสู่เมืองกาลยารี
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านเที่ยวชมความงามของเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia) เกาะใหญ่เป็นอันดับสองในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รองจากเกาะซิซิลี เป็นหนึ่งในรัฐอิสระที่ปกครองตนเองของอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคอร์ซิกา ซึ่งเป็นเกาะอาณานิคมของฝรั่งเศส เกาะซาร์ดิเนียเรียกได้ว่าเป็นอีกเกาะสวรรค์ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเมืองหลวงคือ กาลยารี (Cagliari) นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงกาลยารี ที่ได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” นำท่านเข้าชมมหาวิหารซานตามาเรีย (Cathedral of Santa Maria) ซึ่งเป็นมหาวิหารใหญ่ประจำเมืองกาลยารี จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Bastione di Saint Remy และ ถ่ายรูปกับ Torre dell Elefante อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและเดินเล่นในเมืองกาลยารี
 
17.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือกาลยารี
 
18.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือ กาลยารี มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
 

วันที่ 5 ปัลมา เดอ มายอร์ก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นใน คลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น Public Room : บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนต Entertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆ หลากหลาย สไตล์ คาสิโน ดิสโก้เธค ห้องเล่นเกม Sport and Activities : สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟ Spa and Wellness : ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมายเรือ
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย
 
15.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือปัลมา เดอ มายอร์กา (Palma de Mallorca) หมู่เกาะมายอร์กา (Mallorca) หมู่เกาะแสนสวยในประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแบลีแอริก เมืองหลวงของเกาะคือเมืองปัลมา เมืองซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในวันหยุดที่ได้รับความนิยมมาก นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารเลอซู (La Seu, Cathedral of Palma) โบสถ์สไตล์โกธิคโรมันคาทอร์ลิค คู่บ้านคู่เมืองของเกาะมายอร์กา สร้างขึ้นตามบัญชาของกษัตริย์เจมส์ที่ 1 แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1229 และเสร็จสิ้นใน ปี ค.ศ.1601 โดยใช้เวลาร่วม 370 ปีในการก่อสร้าง และได้มีการปรับปรุงตามแบบฉบับของอันโตนิโอ เกาดี้ สถาปนิกและผู้ออกแบบผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองบาร์เซโลน่าในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1901-1914 นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งปัลมา ชมความงามของสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคโรมันที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ตกแต่งด้วยกระจกลายสีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 
18.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือปัลมา เดอ มายอร์กา
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ ***สำหรับท่านที่ประสงค์จะลงจากเรือเพื่อเดินเล่นที่ปัลม่า*** อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมเมืองในยามราตรี บริเวณใกล้ท่าเรือจะมีถนนเลียบหาด ย่าน Paseo Maritimo ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสียามค่ำคืน บริเวณรอบๆท่านจะพบกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานบันเทิงยามค่ำคืน
 
23.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือปัลมา เดอ มายอร์ก้า เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงบาเลนเซีย ประเทศสเปน
 

วันที่ 6 บาเลนเซีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
09.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน
 
10.00 น. นำท่านเที่ยวชม เมืองบาเลนเซีย หรือ เมืองวาเลนเซีย (Valencia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซียและจังหวัดบาเลนเซีย เป็นแคว้นปกครองตนเองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลาง ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน เมืองบาเลนเซีย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำตูเรีย (Turia River) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสเปน และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคือ สโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย (Valencia Club de Futbol) รู้จักกันในชื่อ บาเลนเซีย หรือ ไอ้ค้างคาว เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของประเทศสเปนที่มีชื่อเสียง ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 เมืองบาเลนเซียได้กลายเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของสเปน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่ง ในอดีตเมืองบาเลนเซียเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในสเปน ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในสมัยโรมันภายใต้ชื่อ "Valentia Edetanorum" นำท่านเข้าชม หอคอยตอร์เรส เด เซอรานอซ (Torres de Serranos) เป็นป้อมปราการเมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่ประมาณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตเมืองเก่า หนึ่งในสิบสองประตูของกำแพงเมืองโบราณเมืองบาเลนเซีย ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงสองประตูเท่านั้น เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ดีที่สุด และยังเป็นเส้นแบ่งระหว่างเขตเมืองเก่าและเมืองใหม่ จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cathedral) มหาวิหารที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสมาเรียในเมืองเก่าที่ถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าอาคารสำคัญๆมากมาย สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1238 เป็นสไตล์ผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์, เรอเนอซองส์, นีโอคลาสสิก, และบาโรค เข้าด้วยกัน ด้านในตัววิหารจะมีรูปวาดบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซู ซึ่งวาดขึ้นโดยศิลปินชื่อดังจากกรุงวาติกัน ฟรานเชสโก้ โกย่า ส่วนด้านข้างวิหารจะเป็น เอล มิกูเลต (El Miguelete) หอระฆังที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1381 ติดกันเป็นโบสถ์แม่พระ นักบุญอุปถัมภ์ประจำเมือง ตลอดสองข้างทางมี ภัตตาคาร, บาร์, ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย กลางจัตุรัสจะมีน้ำพุผู้หญิง 8 คน และรูปปั้นผู้ชายอยู่ตรงกลาง ซึ่งหมายถึงคลองทั้ง 8 และแม่น้ำ 1 สายซึ่งอยู่รายล้อมเมืองนี้นั่นเอง อิสระให้ท่านเดินเล่นและเก็บภาพความสวยงามของเมืองเก่าตามอัธยาศัย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (เมนูข้าวผัดสเปน)
 
บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูปกับสนามกีฬาของสโมสรชื่อดังแห่งเมืองบาเลนเซีย สโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย (Valencia Club de Futbol) หรือจะเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกจากสโมสรฟุตบอลตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่ย่านถนนช้อปปิ้ง (walking street) อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าได้ตามอัธยาศัย
 
14.00 น. นำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือบาเลนเซีย
 
15.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเรือบาเลนเซีย เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
 

วันที่ 7 โพรวองซ์ – พาร์ค ลองชอมป์ - สนามฟุตบอลสต๊าด เวโลโดรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นใน คลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น Public Room : บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนต Entertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆ หลากหลาย สไตล์ คาสิโน ดิสโก้เธค ห้องเล่นเกม Sport and Activities : สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟ Spa and Wellness : ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมายเรือ
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
13.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศส
 
14.00 น. นำท่านชมพาร์ค ลองชองป์ (Parc Longchamp) สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการขุดคลองมาร์กเซย์ (Canal de Marseille) เพื่อการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำดูแลนซ์ (Durance River) เข้ามาใช้ในเมืองมาร์กเซย์ โดย ดยุคแห่งออรีน ได้วางรากฐานหินก้อนแรก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 1893 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 30 ปี พระราชวัง(Palais Longchamp) ที่ตั้งในสวนแห่งนี้ ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า อังเร เอสพีรานดี (Henry Esperrandieu) โดยการมีออกแบบสร้างน้ำพุอยู่กลางพระราชวัง จึงได้รับการขนามนามว่า “ปราสาทน้ำพุ” (Water Castle) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสวน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บงานศิลปะต่างๆในอดีตนำท่านเข้าชมสนามฟุตบอล สต๊าด เวโลโดรม (Stade Velodrome) เป็น 1 ใน 10 สนามแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 รอบสุดท้าย ตั้งอยู่ในเมืองมาร์กเซย์ เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้ชมได้ 67,000 คน ในปัจจุบันมีทีมฟุตบอลโอลิมปิก มาร์กเซย์ เป็นทีมเจ้าถิ่นที่ใช้สนามแห่งนี้แข่งขันอยู่เป็นประจำ ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ครั้งนี้ จะจัดแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 6 แมตช์ โดยจะเป็น 4 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม, 1 เกมในรอบก่อนรองฯ, และรอบรองชนะเลิศ ได้เวลานำท่านสู่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ Les Terrasses du port ในเมืองมาร์กเซย์ อิสระให้ท่านเลือกช้อปปิ้งสินค้า เสื้อผ้าแฟชั่น และของฝากตามอัธยาศัย
 
18.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
 
20.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเจนัว
 

วันที่ 8 เจนัว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
09.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเจนัว (อิตาลี)
 
10.00 น. นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชื่อดังก้องโลก และเป็นชาวยุโรป คนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา ซึ่งถือกำเนิด ณ เมืองเจนัวแห่งนี้ นำท่านชมบริเวณอ่าวเจนัว อันเป็นท่าเทียบเรือสำราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาวละลานตา และยังคงมีเรือโบราณจำลองขนาดยักษ์ สลักเสลาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรคล้ายย้ำเตือนให้ระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองเจนัวคนนี้ นำชมประภาคาร Lanterna สูงตระหง่าน ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1543 เป็นฉากหลัง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
 
บ่าย นำท่านเข้าชมโบสถ์ประจำเมือง หรือ ดูโอโม่ (Genoa Duomo) ที่สร้างขึ้นในแบบโรมันเนสค์และโกธิคสมัยศตวรรษที่ 12-14 และน้ำพุกลางเมือง จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมและช้อปปิ้งที่ เปียซซ่า เฟร์รารี่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบริเวณที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งตอนเด็กๆ จากนั้น อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม Louis Vuitton, GUCCI และของที่ระลึกตามอัธยาศัย
 
17.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือเจนัว
 
18.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือเจนัว เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือซิวิตาแวคเซีย ประเทศอิตาลี
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ วันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยง Gala Dinner ให้ท่านได้แต่งตัวสวยงามร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ หมายเหตุ ก่อนเรือกลับเทียบท่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลง จากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ
 

วันที่ 9 โรม – จัตุรัสนาโวนา – วิหารแพนธีออน – ช้อปปิ้งเอาท์เลต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
 
07.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี
 
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) นำท่านเที่ยวชม จตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) จตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรม ที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ทั้งโบสถ์ น้ำพุ และอาคารโดยรอบที่ล้วนส่งเสริมความงดงามให้แก่กัน จัตุรัสแห่งนี้ในยุคโรมันโบราณเคยใช้เป็นสนามกีฬาที่ไว้ใช้แข่งม้า แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน โดยบริเวณกลางจตุรัสเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิสก์จากอียิปต์ ตั้งอยู่เบื้องหน้าโบสถ์เซนต์แอกเนสอินอะโกนี นำท่านเข้าชมวิหารแพนธีออน (Pantheon) วิหารขนาดใหญ่อายุ 2,000 กว่าปีมาแล้ว และยังถือเป็นอาคารในยุคโรมันที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบันอีกด้วย แต่เดิมวิหารแพนธีออน สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าของชาวโรมัน แต่ในช่วงที่คริสตจักรเรืองอำนาจ วิหารแห่งนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโบสถ์ในคริสต์ศาสนาจนถึงทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมของตัววิหารด้านหน้ามีลักษณะเป็นเสาสูงต้นใหญ่ รับกับหลังคาหน้าจั่วสามเหลี่ยม ส่วนอาคารด้านหลังมีหลังคาทรงโดมครอบอาคารทรงกลม ส่วนบนสุดของโดมมีช่องแสงรูปวงกลมขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า "โอคูลัส" ช่องแสงนี้เชื่อว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า เมื่อแสงแดดส่องกระทบลงมาก็ทำให้เกิดภาพที่งดงาม อีกทั้งอาคารแห่งนี้ยังมีความน่าทึ่งตรงที่ไม่ต้องมีเสาค้ำกลางทั้งที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ภายในวิหารแห่งนี้ยังได้ใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์ บุคคลในราชวงศ์และบุคคลสำคัญ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ราฟาเอล จิตรกรชื่อดังผู้สร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นงามเอาไว้ที่โรมจำนวนมาก
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ช้อปปิ้งเอาท์เลตขนาดใหญ่ใกล้กรุงโรม Castel Romano Designer Outlet ช้อปปิ้งเอาท์เลตที่รวมเอาแบรนด์สินค้าจากดีไซน์เนอร์ชั้นนำมาลดราคาตลอดทั้งปี อิสระให้ท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากหรือเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆได้ตามอัธยาศัย
 
19.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน (FCO) เพื่อเชคอินและทำ Tax Refund
 
22.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน (FCO) กลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY84 (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง) บริการอาหารค่ำ เครื่องดื่ม และพักผ่อนบนเครื่องบิน
 

วันที่ 10 กรุงเทพมหานคร
06.05 น. เดินทางมาถึงอาบูดาบี แวะเปลี่ยนเครื่อง
 
08.40 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EY408 (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารอาหารเช้า บนเครื่องบิน
 
18.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)
 


Gallery : ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน MSC Splendida (เอ็มเอสซี สเปลนดิด้า) 10 วัน

ค่าบริการรวม

 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน Etihad Airways (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 23 กก./ท่าน)
 ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
 ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
 ค่าภาษี (Port Fee) ในทุกประเทศ
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
 เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าวีซ่าเชงเก้น
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 ยูโร)
 ค่าบริการเรือ (Service Fee) ท่านละ EUR 70
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

ชื่อบัญชี นายอภิวัฒน์ จิตต์ปรารพ (หรือสั่งจ่ายเช็ค)
ธนาคาร เลขที่บัญชี สาขา ประเภทบัญชี
 กรุงเทพ 118-5-07988-4 สีลม ออมทรัพย์
 ไทยพาณิชย์ 404-8-41630-8 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กสิกรไทย 616-2-08610-1 อาคารสาทร สแควร์ ออมทรัพย์
 กรุงไทย 022-0-12592-9 สีลม ออมทรัพย์

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

* ยกเลิก 120 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
* ยกเลิก 90-119 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำ 50%
* ยกเลิก 30-89 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำเต็มจำนวน
* ยกเลิก 08-29 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
* ยกเลิก น้อยกว่า 7 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเก้นประเทศอิตาลี
(ใช้เวลาในการขอวีซ่าประมาณ 10-15 วันทำการ)
สถานฑูตไม่อนุญาตให้ดึงเล่มพาสปอร์ต หากได้ยื่นเข้าไปแล้ว ดังนั้นถ้าท่านรู้ว่าต้องใช้เล่มกรุณาแจ้งบริษัททัวร์ฯ เพื่อขอยื่นวีซ่าล่วงหน้าก่อนกรุ๊ป และให้แนบตั๋วเครื่องบินในช่วงที่ท่านจะเดินทางมาด้วย

(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ และกรุณาอย่าดื้อและยึดติดกับการยื่นในสมัยก่อน )
หากท่านต้องการเปลี่ยนแปลงคิวกรุ๊ปที่ได้มีการจองแล้ว ท่านอาจต้องชำระค่าคิวยื่นวีซ่า 2,200 บาทให้กับศูนย์ยื่นคำร้อง

1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้เกิน 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณาแนบมาด้วย
2. รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัดห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 2 รูป

3. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / เอกสารเพิ่มเติมกรณีอื่น ๆ
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. สูติบัตร (สำหรับเด็กต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์)
7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น บิดามารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เดินทางกับใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
- เด็กเดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
- เด็กเดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
- กรณีพ่อและแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ต้องแนบใบหย่า หรือ ใบมรณะบัตร เพื่อเป็นการยืนยัน
- ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของพ่อ และ แม่ (หากไม่มีให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่)
8. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ) ฉบับจริงเท่านั้น**
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต)
โดย ไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- กรณีเป็นแม่ค้า, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง เป็นภาษาอังกฤษ
9. หลักฐานการเงิน (สำคัญมาก เพราะสถานฑูตแจ้งกฎใหม่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557)
9.1 สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น พร้อมหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) เป็นภาษาอังกฤษ **ต้องเป็นบัญชีเดียวกันเท่านั้น**
- เงินฝากออมทรัพย์/ เผื่อเรียก/ สะสมทรัพย์
(ยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ต่อการยื่นวีซ่า 1 ท่าน และ ต้องมีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ ห้ามทำการโอนเงินเข้าไปในครั้งเดียวเป็นยอดใหญ่ก่อนการยื่นวีซ่าเด็ดขาด!!)

- การปรับสมุดบัญชีธนาคาร ท่านต้องปรับสมุดถึงเดือนปัจจุบัน และ ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน โดยการปรับยอดสมุดในบัญชี ต้องปรับสมุดก่อนวันที่จะยื่นวีซ่า 7 วัน เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 3 กันยายน 2556 สำเนาสมุดบัญชีที่ท่านต้องใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องปรับสมุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2556 หรือ หลังจากนั้น หากท่านปรับสมุดบัญชีก่อนหน้านั้น จะใช้เป็นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินไม่ได้ สถานฑูตจะขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถส่งเอกสารมาทางบริษัททัวร์ฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า และ ส่ง Fax สมุดบัญชีหน้าสุดท้ายที่ได้ทำการปรับสมุดมาให้ทางบริษัททัวร์ เพื่อใช้ในการแนบเป็นเอกสารยื่นวีซ่าต่อไปได้
- การขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร ต้องมีอายุไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ได้คิวยื่นวีซ่า พร้อมทั้งต้องระบุ จำนวนเงินเป็นตัวเลขลงในหนังสือรับรองด้วย เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 3 กันยายน 2556 หนังสือรับรองการเงินจากทางธนาคารที่ใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องออกให้ ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2556 หรือ หลังจากนั้นเท่านั้น จดหมายรับรองจากธนาคารให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) โดยไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง
(สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี)

Thank you for contacting VFS Italy Visa Application Centre.
เนื่องจากสถานทูตได้แจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารด้านการเงินของผู้สมัครวีซ่าทุกประเภทโดย ผู้สมัครทุกคนที่ต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าฯต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน 2 ประเภทคู่กันคือ หนังสือรับรองทางการเงินจากทางธนาคาร ( Bank Certificate ) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันยื่นคำร้องวีซ่า พร้อมกับสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงยอดเงินล่าสุดไม่เกิน 7 วันนับจากวันยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น
10. ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (พ่อ, แม่ สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้บุตรได้ / สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส รับรองให้กันและกันได้ / (ปู่, ย่า, ตา, ยาย ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้หลานได้)
- กรณีเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ได้จดทะเบียน และรับรองค่าใช้จ่ายกัน ต้องใช้เอกสารดังนี้
o เขียนจดหมาย decare เป็นภาษาอังกฤษ มาว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
o กรณีมีลูกด้วยกัน ให้ใช้ใบเกิดของลูก แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับแนบภาษาไทย
o กรณีไม่มีลูกด้วยกัน ให้ใช้ทะเบียนบ้านทั้งของสามีและภรรยา แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับแนบภาษาไทย โดยทะเบียนบ้านของทั้งสองต้องอยู่บ้านเดียวกัน
- กรุณาแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากตามข้อกำหนดในข้อ 9 ที่จะใช้ยื่นวีซ่า 1 ชุดของผู้รับรองค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งใน หนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองค่าใช้จ่าย ด้วย

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางใน กรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
 การท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ การใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้น ท่านได้ทำการตกลงหรือแจ้งให้ทราบก่อนเดินทาง
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธวีซ่าและจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระ มาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการ หลบหนีเข้าเมือง ฯลฯ
 สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า และไม่คืนทุกกรณี
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะ ไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่งเพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคธรรมดา

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง (Land Only)
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น




โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
 สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
 สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
 ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
 กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)




การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter