ทัวร์อเมริกาใต้ : บราซิล-เปรู-โบลิเวีย-ชิลี 16วัน

Qatar Airways

บราซิล-เปรู-โบลิเวีย-ชิลี 16วัน


ราคา 349,900 บาท

ครั้งหนึ่งต้องไปเยือน 3 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นพระเยซูคริสต์แห่ง ริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล เมืองที่นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสชายหาดโคปาคาบาน่าที่โด่งดัง ชมวิวสวยของยอดเขาชูการ์โลฟ และยอดเขาโคโควาโดที่ตั้งรูปปั้นพระเยซู ให้ท่านได้ตื่นตากับ น้ำตกอิกวาสุฝั่งบราซิล น้ำตกที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอมริกาใต้ ชม มาชู พิกชู นครลึกลับแห่งอาณาจักรอินคาที่หายสาบสูญ กรุงลิม่า เมืองหลวงของประเทศเปรู คูซโก นครหลวงโบราณของ อินคา ซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,400 เมตร ชมทะเลสาบเกลือแห่งโบลิเวียเป็นทะเลสาบแห้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบ Colorada ทะเลสาบสีแดงสดราวกับอัญมณี ที่ส่องแสงเป็นประกายใต้แสงอาทิตย์ พร้อมกับฝูงนกฟลามิงโก้สีชมพู ทะเลสาบ Laguna Verde ทะเลสาบน้ำเค็ม ที่มีสีเขียวเทอควอยส์ เที่ยวชมเมืองซานติอาโก้ เมืองหลวงของประเทศชิลี.

เดินทาง :
• 13 - 28 ก.ย. 60 
• 11 - 26 ต.ค. 60 
• 8 - 23 พ.ย. 60 
tag :
บราซิล-เปรู-โบลิเวีย-ชิลี


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ
22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ ชั้น4 ประตูทางเข้าที่8 แถว Q
 

วันที่ 2 กรุงเทพฯ-โดฮา-เซาเปาโล
02.05 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR837 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
 
04.45 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์
 
08.40 น. “เหิรฟ้าสู่เซาเปาโล” โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR773 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
 
16.45 น. เดินทางถึงสนามบินกัวรุลฮอส เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ BLUE TREE SAO PAULO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 เซาเปาโล-ริโอเดอจาเนโร
06.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทางรับประทานอาหารเช้าบนรถ
 
09.00 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองริโอ เดอจาเนโร” โดยเที่ยวบินที่ JJ3912
 
10.00 น. เดินทางถึงสนามบิน ริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ กรุงริโอเดอจาเนโร (Rio De JaneIro) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งพระเจ้า” สำหรับเมือง ริโอ เดอ จาเนโร ถูกเอ่ยถึงอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อ 500 กว่าปีก่อน ในเดือนมกราคม ปี 2045 นักสำรวจชาวโปรตุเกสนาม กาสปาร์ เลมอส ล่องเรือมาถึงอ่าวแห่งนี้และได้เรียกเมืองแห่งปากแม่น้ำนี้ว่า “ ริโอ เดอ จาเนโร” ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำแห่งเดือนมกราคม” นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดเลื่องชื่อ โคปาคาบานา ยอดเขาแห่งนี้ มีความสูง 1,400 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าว กวานาบารา และตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด ท่านสามารถชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ เดอจาเนโร จากมุมสู่ของยอดเขาชูการ์โลฟ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านนั่งรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (ทั้งนี้การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่ช้อปปิ้งมอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ริโอ เดอจาเนโร “Barra Shopping Center” อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์การแสดงพื้นเมือง
 
พักที่ WINDSOR PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 ริโอเดอจาเนโร-อิกวาสุ
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านผ่านชม สนามกีฬามารากาน่า (Maracana stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิก 2016 ได้เวลานำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค (Flamengo Park) สะพาน Niteroi นำท่านเดินเล่นลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบานา (Copacabana Beach) ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร ผ่านชมมหาวิหารใหญ่ย่านใจกลางเมือง สวนสาธารณะอันร่มรื่น
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
 
15.00 น. “เหิรฟ้าสู่ อิกวาซู” โดยเที่ยวบินที่ O 66288
 
17.15 น. เดินทางถึงสนามบิน ฟอส ดู อิกวาซู ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารในโรงแรม
 
พักที่ VIALE CATARATAS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 อิกวาสุ-ลิม่า
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาสุ (Iguazu Fall) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษากวารานี (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่” ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 น้ำตกอิกวาสุตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกโดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกา น้ำตกอิกวาสุเกิดจากแม่น้ำอิกวาสุซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกใหญ่น้อยอีกกว่า 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม นำท่านสัมผัสบรรยากาศ น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งเป็นฝั่งที่ท่านสามารถมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงามที่สุด ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ กว่า 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำสีสวยสดใส ซึ่งท่านสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับพลังของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย จากนั้นนำท่าน นั่งรถจิ๊ปตะลุยป่าดงดิบ ท่านจะได้ชมไม้ป่านานาชนิดที่หายาก และเพลิดเพลินกับธรรมชาติของป่าที่งดงามยิ่ง จากนั้นนำท่านล่องเรือเจทมาคูโค (Macuco Safari Boat) ชมความสวยงามของแม่น้ำอิกวาสุ และชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้แบบใกล้ชิด (กรุณาเตรียมเสื้อผ้า 1 ชุด สำหรับเปลี่ยนหลังล่องเรือแล้ว) (ทางบริษัทจัดเตรียมเสื้อกันฝนให้ลูกค้าทุกท่าน) นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน อาหารค่ำในสนามบิน (Allowance 20 USD.)
 
19.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงลิม่า” โดยเที่ยวบินที่ LA2442
 
22.10 น. เดินทางถึงสนามบินลิม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 
พักที่ CASA ANDINA SELECT MIRAFLORES HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 กรุงลิม่า
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชมกรุงลิมา (Lima) เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของ ประเทศเปรู เป็นศูนย์กลางการขนส่ง การเงิน อุตสาหกรรม และ วัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย ตั้งอยู่บริเวณที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขา ชียอง แม่น้ำรีมัก และแม่น้ำลูริง เมืองลิมาตั้งขึ้นโดย ฟรานซิสโก ปี ซาร์โร ผู้พิชิต ชาวสเปน เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2078 โดยให้ชื่อว่า นครแห่งเหล่า กษัตริย์ (City of Kings) เนื่องจากเป็นเขตนครหลวงสำคัญที่สุดในทวีป อเมริกาใต้มานานกว่าสามศตวรรษ ชมบริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมือง ลิมา (Historic Centre of Lima) ปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุด แห่งหนึ่งในประเทศเปรูซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี1988 บริเวณศูนย์กลาง ประวัติศาสตร์เมืองลิมา ประกอบไปด้วยเหล่าอาคาร รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญหลายแห่ง นำท่าน เยือนพลาซ่า ซาน มาติน (Plaza San Martín) จัตุรัสเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1921 โดยรอบ จัตุรัสนั้นเรียงรายไปด้วยเหล่าอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศมากมาย อาทิเช่น อาร์คบิชอป พาเลซ (Archbishop Palace) ถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงปี1535 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ ท่องเที่ยวยอดนิยมในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ ทำท่านแวะชม พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต (Chocolate Museum) ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับโกโก้และช็อคโกแลต จุดประสงค์หลักคือการแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตช็อคโกแลต รวมถึงให้ท่านได้ทดลองการทำช็อคโกแลตอีกด้วย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ของนักโบราณคดีคนสำคัญของเปรู ราฟาเอล ราโก้ เฮอร์เรร่า (Larco Hera Museum) ที่เก็บรักษา ศิลปะก่อนยุคโคลุมเบีย (Pre Columbian Art) ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัวกว่า 45,000ชิ้น นำท่านเดินชมย่าน มิราฟลอเรส (MIRAFLORES) เป็นย่านทันสมัยของกรุงลิม่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยหลายอย่าง และมีชายหาดที่สวยงาม มีเวลาให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
พักที่ CASA ANDINA SELECT MIRAFLORES HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 กรุงลิม่า-คูซโก้-ซาเครทวัลเล่ย์
05.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทางรับประทานอาหารเช้าบนรถแบบกล่อง
 
08.10 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองคูซโก้” โดยเที่ยวบินที่ LA2023
 
09.45 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองคูซโก้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้(Cusco) เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ นำท่านเดินชมความสวยงามของเมืองคูซโก้ นำท่านสู่จัตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จัตุรัสนักรบ (Square of the warrior) และเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้ นำท่านชม ป้อมปราการซาคซายอัวมาน (THE FORTRESS OF SACSAYHUAMAN) ป้อมซึ่งสร้างขึ้นจากหินแกรนิตเพื่อป้องกันข้าศึกจากฝั่งตะวันออก ซึ่งบางส่วนของก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างตึกสไตล์โคโลเนียลในเมืองคูซโก จัดเป็นสถาปัตยกรรมอินคาที่มีความโดดเด่นมาก สร้างด้วยก้อนศิลาขนาดมหึมา บางก้อนหนักถึง 125 ตัน มีกําแพงสองชั้นสร้างเป็นแนวซิกแซก นักโบราณคดีประมาณว่าการสร้างป้อมแห่งนี้ต้องใช้แรงงานหลายหมื่นคน ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า70ปี
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บริเวณที่เรียกว่า หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (SACRED VALLEY) ที่เมืองปิซัก (Pisac) เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กมาก จนเกือบเรียกว่าเป็นหมู่บ้านก็ว่าได้ เพื่อชมโบราณสถาน ซากปรักหักพังของชาวอินคา นำท่านชมเหมืองเกลือโบราณ Maras ความลับของการอยู่รอดของอาณาจักรที่มีคนอยู่มากกว่า1ล้านคน ห่างไกลทะเล กลางเทือกเขาแอนดีส แหล่งเกลือแร่สำคัญในการประกอบอาหารมาตั้งแต่ครั้งโบราณจนปัจจุบัน บ่อเกลือสีขาวนับร้อยๆบ่อ ท่ามกลางหุบเขาสำคัญของเทือกเขาแอนดีส จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อไปชมซากโบราณสถานของชาวอินคาอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ถือว่าเป็นซากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคาที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ซากโบราณแห่งนี้ก่อด้วยหินล้วนๆ เรียงเป็นขั้นบันไดซ้อนกันขึ้นไปบนภูเขา ดูสวยงามจนน่าอัศจรรย์ใจ และทึ่งในความสามารถของชาวอินคาอย่างยิ่ง เนื่องจากรอยต่อของก้อนหินแต่ละก้อนวางเรียงแนบสนิทชิดกันจนไม่สามารถนำกระดาษแผ่นเดียวสอดเข้าไปตรงรอยต่อนั้นได้ อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ CASA ANDINA SELECT MIRAFLORES HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 8 เมืองซาเครทวัลเลย์-มาชู พิกชู-คุซโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางไปยัง สถานีรถไฟ นำท่านขึ้น รถไฟขบวนพิเศษหลังคากระจกใสมองวิวมุมสูงได้ ออกจากสถานีไต่ขึ้นเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ สู่ มาชู พิกชู (Machu Picchu) หรือเรียกอีกชื่อว่า เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ความสูงประมาณ 2,350 เมตร... ถึง มาชู พิกชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007 ที่ถูกสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ บรรจงเรียงซ้อนกันอย่างลงตัวทุกเหลี่ยมมุม และตั้งตระหง่านกลางหุบเขาสูงเหนือระกับน้ำทะเลถึง 2,400 เมตร อัจฉริยะทางสถาปัตยกรรมที่ไม่สามารถหาคำตอบได้จนทุกวันนี้ นำท่านเที่ยวชม ประตูแห่งแสงอาทิตย์ (The Sun Gate) คือเส้นทางที่ชาวอินคาสร้างขึ้นเพื่อเดินทางจากสวนเกษตรขั้นบันไดขึ้นสู่ มาชู พิกชู (Machu Picchu) ในตอนเช้าขณะที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นเส้นทางนี้จะมีความงดงามตามธรรมชาติอย่างยากจะหาที่เปรียบได้ นำท่านเที่ยวชม วิหารสุริยะ (The Temple of Sun) มหาวิหารที่เป็นที่บรรจุพระศพของกษัตริย์อินคา วิหารนกแร้ง (The Temple of Condor) มีหินที่แกะเป็นรูปนก เป็นสัญลักษณ์ของนกที่พาวิญญาณของมัมมี่ไปมอบให้เทพเจ้า เพื่อจะได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชมสินค้าพื้นเมืองของชาวอินคา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองคุซโก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพร้อมชมโชว์
 
พักที่ NOVOTEL CUSCO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 9 เมืองคุซโก้-เมืองลาปาซ
05.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทางรับประทานอาหารเช้าบนรถแบบกล่อง
 
07.50 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองลาปาซ” โดยเที่ยวบินที่ P9 331
 
09.50 น. เดินทางถึงสนามบินลาปาซ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศมุ่งหน้าสู่กรุงลาปาซ(Lapaz) เมืองหลวงประเทศโบลิเวีย ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 เมือมหัศจรรย์ แห่งใหม่ของโลกในปี2014 ทั้งนี้กรุงลาปาซ เป็นเมืองที่ตั้งสูงที่สุดในโลก ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส สูงเหนือกว่า ระดับน้ำทะเล 3,650 เมตร นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้า (Cable car) เพื่อชมกรุงลาปาซ จากมุมสูง ให้ท่านได้สัมผัสความสวยงามของเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าสูงที่สุดในโลกและเป็นเมือมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของโลก เป็นเมืองหลวงที่สร้างโดยมนุษย์ มีเทือกเขาแอนดีสโอบล้อม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าประทับใจจากมุมสูง ได้เวลานำท่านเที่ยวชมกรุงลาปาซ
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดแม่มด (Witches Market) พร้อมช้อปปิ้ง ชมไลฟ์สไตล์ของชาวโบลิเวีย ที่เรียกว่าเต็มไปด้วยไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง ภายในตลาดมีสินค้ามากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเก็บไปเป็นที่ระลึกไม่ว่าจะเป็น ซากลูกลามะตากแห้งซึ่งเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้ ซากกบตากแห้งสำหรับใช้ในพิธีกรรม รูปสลักจากหินสบู่ ขนนกฮูก ยาสมุนไพรท้องถิ่น ซากงูแห้ง โดยสินค้าที่ขายดีที่สุดในตลาดคงหนีไม่พ้นซากลามะตากแห้ง ที่มักซื้อไปเพื่อฝังไปกับอาคารสร้างใหม่ใช้เป็นเครื่องรางสำหรับธุรกิจเป็นการสักการะต่อเทพธิดาPachamama เพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองและความโชคดีมาให้ นอกจากนี้คุณจะได้พบกับแม่มดหมอผีที่สวมหมวกสีดำที่มาพร้อมกับการดูหมอดูอีกด้วยรับรองว่านี่จะเป็นประสบการณ์เดินตลาดที่คุณหาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน
 
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
พักที่ HOTEL EUROPA HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 10 กรุงลาปาซ-อูยูนิ
06.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง รับประทานอาหารเช้าบนรถแบบกล่อง
 
08.10 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองอูยูนิ” โดยเที่ยวบินที่ OB 302
 
09.05 น. เดินทางถึงสนามบินอูยูนิ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบน้ำเค็มอูยูนิ(Uyuni) เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม หรือ ทะเลสาบแห้ง (salt flat หรือ dry lake) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย พื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร และอยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 3,600 เมตร บนเทือกเขาแอนดีส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโบลิเวียด้วยความสูงถึงเพียงนี้ จึงราวกับว่า Uyuni เป็นดินแดนที่อยู่ท่ามกลางฟากฟ้าและก้อนเมฆ ยามปกติจะเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ที่มีน้ำทะเลขังอยู่เพียงตื้นๆ ส่วนในบางฤดู น้ำอาจระเหยออกจนกลายเป็นทะเลเกลือขาวโพลนซึ่งให้ความสวยงามไปอีกแบบ อิสระให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มาเยือนทะเลเกลือหรือทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเก็บภาพผืนน้ำสะท้อนอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของทะเลเกลือแห่งนี้ระหว่างทางนำท่านแวะชม ศูนย์ผลิตเกลือโคลชานิ (Colchani) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใช้กรรมวิธีดั้งเดิมของชาวโบลิเวีย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่อินคาฮัวซิ (Incahuasi Island) หรือที่รู้จักในนามเกาะปลา (Fish Island) เป็นเกาะหินที่เกิดขึ้นใจกลางทะเลเกลือแห่งนี้เกิดจากการทับถมของซากปะการังเป็นเนินขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นเนินหินเดียวที่เกิดขึ้นในบริเวณทะเลสาบเกลือแห่งนี้และเป็นเนินที่เต็มไปด้วยต้นกระบองเพชร นำท่านถ่ายรูปความมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติอีกแห่งของทะเลเกลือ นำท่านชม Pre Columbian Pucara de Ayque Fort ได้เวลานำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก *** หมายเหตุ : โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ***
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม
 
พักที่ PALACIO DE SAL HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 11 เมืองอูยูนิ-เมืองโคลชานิ-ทะเลทรายซิลอลลี่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมือง Colchani เป็นหมู่บ้านผลิตเกลือดูกรรมวิธีในการทำงาน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของหมู่บ้านที่น่าอัศจรรย์ นำท่าน แวะชมสุสานรถไฟ หรือ รถไฟสายแรก ขบวนแรกที่ทำขึ้นมาเพื่อเข้ามายังโบลิเวีย โดยชาวสเปน ที่เคยใช้ขนแร่ธาตุเชื่อมต่อพื้นที่ราบสูงกับชายฝั่งมหาสมุทรมาก่อน เพราะในอดีตที่นี่คือเส้นทางคมนาคมทางรถไฟที่ดีที่สุดของประเทศเลยทีเดียวเชียว แต่ดันเกิดปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์เกี่ยวกับการวินาศกรรมทำให้ต้องปิดไป และเปลี่ยนนำรถไฟเหล่านี้ไปใช้ในกิจการเหมืองแร่แทนจนถึงปี 1940 เศรษฐกิจตกต่ำมากๆ ธุรกิจเหมืองแร่ก็ขาดทุน บรรดารถไฟเหล่านี้เลยถูกทิ้งร้างให้อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีใครเข้าไปดูแล ไม่มีการบูรณะหรือจัดสร้างอะไรทั้งสิ้น ทำให้มันยังคงสภาพเดิม
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค นำท่านเดินทางสู่เมืองซานคริสโตบอล (San Cristobal) หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบเกลือแห่งนี้ นำท่านถ่ายรูปความสวยงามของโบสถ์เล็กๆประจำหมู่บ้านแห่งนี้ โบสถ์ซานคริสโตบอล (San Cristobal Church) หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางการทำเหมืองของโบลิเวีย ตลอดสองข้างทางท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองข้างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่นทะเลสาบและภูมิประเทศแบบทะเลเกลือ และเนินดินอันเป็นที่อยู่ของต้นกระบองเพชร
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม
 
พักที่ TAYKA DEL DESIERTO HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 12 TAYKA DEL DESIERTO HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคโลราดา (Laguna Colorada) หรือที่รู้จักในชื่อ ทะเลสาบแดง (Red Lagoon)เนื่องจากบริเวณทะเลสาบแห่งนี้มีสาหร่ายสีแดงขึ้นเป็นจำนวนมากจึงทำให้มองดูเหมือนน้ำในทะเลสาบเป็นสีแดง นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของฝูงนกฟลามิงโกกว่า 3 สายพันธุ์และเป็นทะเลสาบที่เรียกได้ว่า ตั้งอยู่บนที่สูงที่สุดเนื่องจากตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,800 เมตร ให้ท่านได้เก็บภาพความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งโบลิเวีย ที่สวยงามยิ่งและเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดชมหากได้มาเยือนโบลิเวีย อิสระให้ท่านเก็บภาพความสวยงามของทะเลสาบโคโลราดา และฝูงนกฟลามิงโกตามอัธยาศัย นำท่านชมน้ำพุร้อน Sol De Manana ที่พวยพุ่งเอาไอน้ำหมอกควันเต็มไปทั่วทั้งบริเวณ และอากาศภายนอกที่หนาวเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อ ผ่านทะเลทราย Salvadore Dali Desert
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบเวอเด (Laguna Verde) หรือทะเลสาบมรกต (Green Lake) ทะเลสาบสีเทอควอยส์ อีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่รังสรรค์ความแตกต่างและความมหัศจรรย์กับโบลิเวีย ทะเลสาบที่สะท้อนผิวน้ำ สีเขียวมรกตสวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าประทับใจได้เวลา นำท่านเดินทางข้ามชายแดนสู่เมืองซานเปโตร เดอ อาตาคามา (San Pedro de Atacama) ประเทศชิลี นำท่านเดินทางสู่สนามบินคาลามา เพื่อเช็คอิน
 
17.33 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองซานติอาโก้” โดยเที่ยวบินที่ LA 347
 
19.37 น. เดินทางถึงสนามบินซานติอาโก้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
พักที่ GALERIAS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 13 เมืองซานติอาโก้-เมืองบัลปาร่าอีโซ-วิลนาเดลมา-เมืองซานติอาโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่หุบเขาคาซาบลังกา (Casablanca Valley) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมของชิลี ณ ที่แห่งนี้ ท่านจะได้ลิ้มชิมรสไวน์ หลากหลายรูปแบบที่ผลิตและส่งออกนอกประเทศ นำท่านชม ไร่องุ่น และสาธิตวิธีทำไวน์อินโดมิต้า (Indomita Winery) และการผลิตเหล้าองุ่นที่เป็นสินค้าชื่อดังของชิลี พร้อมให้ท่านได้ทดลองชิมไวน์ และเลือกซื้อสินค้าเป็นที่ระลึก ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso) เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุดและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อยๆ ของประเทศชิลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองหลักของแคว้นบัลปาราอีโซ ในขณะที่ซานติเอโก้ เป็นเมืองหลวงของประเทศ ในปี ค.ศ. 2003 รัฐสภาชิลีได้มีมติประกาศให้บัลปาร่าอีโซเป็น "เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของชิลี" และเป็นที่ตั้งของสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ บัลปาราอีโซมีบทบาทสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยเป็นที่พักกลางทางของเรือที่เดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านทางช่องแคบแมกเกนแลน ชาวยุโรปได้อพยพเข้ามาอย่างมาก บัลปาราอีโซในขณะนั้นได้รับการขนานนามจากกะลาสีจากชาติต่างๆ ว่าเป็น "ซานฟรานซิสโกน้อย" หรือ "อัญมณีแห่งแปซิฟิก" ซึ่งช่วงนี้เองที่ถือเป็นยุคทองของเมือง จนกระทั่งการเปิดใช้คลองปานามาและความซบเซาของการเดินเรือได้ทำให้ควาเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองชะงักลง นำท่านเที่ยวชมเมืองบัลปาราอีโซ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2007 เนื่องจากเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคทองทางการค้าในสมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านเที่ยวชมความแปลกตาของบ้านเมืองที่ทาสีสัน สดใสตลอดแนวชายฝั่งทะเล และหมู่อาคารที่สะท้อสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล สมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านผ่านชมสวนอิตาลี จัตตุรัสวิคตอเรียและสภาแห่งชาติ
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองวิลนาเดลมา (Vina Del Mar) ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งสวน” นอกเหนือจากสวนสวยที่เพิ่มภูมิทัศน์ของเมือง ยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาตร์ของชิลีอีกด้วย นำท่านชมหาดสวยงาม และรีสอร์ทริมทะเล เป็นที่พักผ่อนและใฝ่ฝันของชาวอเมริกาใต้ทุกคนที่จะได้มีบ้านตากอากาศสวยงามแบบนี้ รวมทั้งมีคาสิโนสวยงามทันสมัยหลายแห่ง เปรียบเหมือนมอนติคาร์โลในฝรั่งเศสก็ว่าได้ นำท่านแวะถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ (Flower Clock) เปรียบได้กับสัญลักษณ์ของเมืองแห่งสวนนี้ นอกจากนั้นนำท่านชมความน่ารักของเมืองริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซานติอาโก้
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
พักที่ GALERIAS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 14 เมืองซานดิเอโก้-เมืองเซาเปาโล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินชม เมืองหลวงของประเทศชิลี ซานติอาโก้ เดอ ชิลี (Santiago de Chile) เริ่มต้นที่ถนนสายหลักของเมือง AvenidaLibertador General Bernardo OHiggins Avenue หรือเรียกว่า “Alameda” ที่แบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่งใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนราชการ และย่านพาณิชย์ และสวนสาธารณะผ่านชม Balmaceda Park, Forestal Park จากนั้นนำท่านเข้าสู่ จัตุรัสพลาซ่า เดออาร์มัส (Plaza de Armas) ที่รายล้อมไปด้วยอาคารสถานที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (Museo Historico Nacional),โบสถ์หลักประจำเมือง (The Cathedral), ศาลาว่าการ (Municipalidad) และพระราชวังหลวง (Palacio Arzobispal) ใจกลางจัตุรัสมีน้ำพุและเก้าอี้ตั้งเรียงรายใต้ร่มไม้ให้คนนั่งพักผ่อนหย่อนใจ จากนั้นนำท่านเที่ยวชมย่านโบฮีเมียนของชิลี หรือ รู้จักในนาม “บาริโอ เบลล่า วิสต้า” (Barrio Bellavista) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำมาโปโค (Mapocho River) และ เนินเขา ซาน คริสโตบอล (San Cristobal Hill) ย่านนี้เป็นที่เรียกว่า “ฮิป” ที่สุดในชิลี เนื่องจากเป็นย่านที่เต็มไปด้วย ร้านค้า, แกลลอรี่, ร้านกาแฟสไตล์เก๋ๆ, รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่คงสถาปัตยกรรมหลากสีสันสวยสะดุดตา นอกจากนี้ยังเป็นย่านที่วางขายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองมากมาย จนกระทั่ง งานศิลปะ ของศิลปินหน้าใหม่ ที่ต้องการโชว์งานฝีมือ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเพลินเพลินกับทั้งบรรยากาศของเมืองริมแม่น้ำและผลงานศิลป์ที่จัดแสดงใน แกลลอรี่ หรือร้านค้าต่างๆ และแน่นอนสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการเก็บภาพอาคารหลากสีสันที่แต่งแต้มด้วยผลงานสีสันแปลกตาและสวยงามมาก
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
13.30 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบินฯ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
 
16.55 น. “เหิรฟ้าสู่เมือง เซาเปาโล” โดยเที่ยวบินที่ JJ8027
 
20.40 น. เดินทางถึงสนามบินเซาเปาโล ประเทศบราซิล
 

วันที่ 15 เมืองเซาเปาโล-กรุงโดฮา
03.15 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยเที่ยวบินที่ QR774 (บริการเสิร์ฟอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
 
23.05 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์
 

วันที่ 16 กรุงโดฮา-กรุงเทพฯ
01.55 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพ” โดยเที่ยวบินที่ QR834 (บริการเสิร์ฟอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
 
12.40 น. ถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : บราซิล-เปรู-โบลิเวีย-ชิลี 16วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โดฮา-เซา เปาโล-โดฮา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาต้าร์
แอร์เวย์
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศโบลิเวีย) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โดฮา-เซา เปาโล-โดฮา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาต้าร์
แอร์เวย์
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศโบลิเวีย) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 100,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 100,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 100,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

 หนังสือเดินทาง อายุใช้งานเกิน 6 เดือนขึ้นไป และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
 รูปถ่ายสีตรง ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น
 สำเนาสมุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลือง

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter