ทัวร์หิมาลายา : ตามรอยคงคา ฤาษีเกษ+หุบเขาแห่งดอกไม้ 12 วัน

Air India

ตามรอยคงคา ฤาษีเกษ+หุบเขาแห่งดอกไม้ 12 วัน


ราคา 64,900 บาท

นิวเดลี–หริญทวาร-หริญทวาร-ฤาษีเกษ-รุทรปรายาค ภัทรินาถ-โควินด์ ฆาต-แกงกาเรีย-หุบเขาดอกไม้ โควินด์ ฆาต-อุตตรกาสี-มัสซูรี่-เดห์ราดูน-นิวเดลี

เดินทาง :
• 9 - 20 ก.ย. 60 
tag :
ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์อินเดีย


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – นิวเดลี – หริญทวาร
06.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W เคาน์เตอร์สายการบิน Air India เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
 
08.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI 333 (ใช้เวลาบินประมาณ 5 ชม.)
 
12.00 น. ถึงท่าอากาศยานอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นประเทศอินเดีย ช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางไป สถานีรถไฟเดลี เพื่อขึ้นรถไฟสาย Shatabdi Express ไปเมืองหริญทวาร เมืองหริญทวาร เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ที่แม่น้ำคงคาไหลลงมาจากเทือกเขาหิมาลัย ลงมาสู่ที่ราบในเมืองหริญทวารเป็นที่แห่งแรก ชาวฮินดูจึงเชื่อว่าที่บริเวณนี้เองที่พระศิวะได้นำมวยผมของท่านมารองรับสายน้ำคงคาที่พุ่งตรงลงมาจากเทือกเขาหิมาลัยเพื่อชะลอความเกรี้ยวกราดแห่งพระแม่คงคาตามตำนานในมหากาพย์มหาภารตยุทธ และเนื่องจากพระศิวะสถิตอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ด้วยเหตุนี้เมืองหริญทวารจึงถูกถือว่าเป็นประตูทางเข้าสู่ที่สถิตสถานของพระผู้เป็นเจ้า
 
15.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองหริญทวาร โดย รถไฟสาย Shatabdi Express (ปรับอากาศ)
 
19.45 น. เดินทางถึงเมืองหริญทวาร นำท่านเข้าร่วม พิธีคงคาอารตี (Ganga Aarti) หรือ การบูชาพระแม่คงคาด้วยกระทงที่ทำขึ้นแบบง่ายๆด้วยใบตอง ใส่ดอกไม้และเครื่องหอมจุดประทีป (ที่น่าจะเป็นต้นแบบเทศกาลลอยกระทงในประเทศไทย) ที่ท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำคงคา (Ghats of Ganga) พิธีนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกเย็น เริ่มประมาณ 6 โมงเย็น กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พิธีคงคาอารตีที่หริญทวารนี้ เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์และมีเสน่ห์ที่สุดในอินเดีย ไฟจากกระทงตามประทีปที่ไหลลอยในแม่น้ำ พร้อมเสียงสวดมนตรา และกลิ่นเครื่องหอมจะเติมกลิ่นอายบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ให้เข้มขลังยิ่งขึ้น หลังจากเสร็จพิธี นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หมายเหตุ: บริเวณต้นน้ำคงคานับจากเมืองหริญทวารขึ้นไป จนถึงคังโคตรี ถือว่าเป็นสถานที่ศักสิทธิ์สำหรับแสวงบุญของชาวฮินดู ประชาชนในเขตนี้จะรับประทานอาหารเป็นมังสวิรัติ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด แม้กระทั่งไข่ และจะเคร่งครัดกว่าเขตอื่นในอินเดีย ร้านอาหารทุกแห่ง รวมทั้งโรงแรมทุกแห่งจะไม่มีอาหารที่มีเนื้อสัตว์บริการ ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเขตนี้ (นับจากวันแรกของการเดินทาง ตั้งแต่เมืองหริญทวาร จนถีง วันที่สิบที่เมืองฤาษีเกษ) อาหารที่จัดให้จะเป็นอาหารมังสวิรัติ อาหารที่มีเนื้อสัตว์จะมีบริการในเมืองมัสซูรี่และตั้งแต่เมืองมัสซูรี่เป็นต้นไป นอกจากนี้ตามรีสอร์ทแคมป์ต่างๆในเมืองเล็กๆและหมู่บ้านบนต้นน้ำคงคาก็ไม่มีอาหารให้เลือกมากนัก ส่วนเรื่องที่พักโรงแรมในเส้นทางแสวงบุญของชาวอินเดีย โรงแรมจะเป็นระดับ 2 ดาว หรือรีสอร์ทแคมป์ซึ่งอาจไม่สะดวกสบาย แม้ในเมืองมัสซูรี่ เมืองตากอากาศ โรงแรมระดับ 3-4 ดาว จะเป็นโรงแรมเก่าไม่มีแอร์เนื่องด้วยอากาศหนาว ซึ่งทางการห้ามสร้างโรงแรมใหม่แม้แต่การซ่อมแซมจะต้องขออนุญาตเป็นเวลานาน เพราะเมืองมีขนาดเล็ก ถนนแคบการจราจรติดขัด แต่ทางบริษัทฯ จะจัดหาที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า บริษัทฯ ได้จัดให้มีอาหารสำเร็จรูปจากประเทศไทยเพิ่มเติม เช่น อาหารกระป๋องและบะหมี่สำเร็จรูป ฯลฯ เพื่อบริการลูกค้าตลอดระยะทาง แต่การรับประทานอาหารจำพวกเนื้อ เช่น ปลากระป๋องในที่สาธารณะร่วมกับชาวฮินดูที่มาแสวงบุญ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาได้
 
พักที่ Ganga Lahari Hotel
 

วันที่ 2 หริญทวาร-ฤาษีเกษ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองฤษีเกษ (Rishikesh) (ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองฤาษีเกษ เป็นเมืองศักดิสิทธิ์สำหรับชาวฮินดู ตั้งอยู่ในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์บริเวณเชิงเขาหิมาลัย มีวัดฮินดูและอาศรมมากมายเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำคงคา ในอดีตเป็นเมืองที่มีฤาษีมากมายอาศัยอยู่ และนั่งสมาธิบนโขดหินริมฝั่งแม่น้ำคงคา น้ำในแม่น้ำคงคาที่ไหลผ่านเมืองฤษีเกษนี้เป็นสีเขียวมรกตแปลกตา เมืองฤษีเกษโด่งดังหลังจากคณะเดอะ บีตเทิลส์เดินทางมาในปี 1968 เพื่อฝึกสมาธิร่วมกับโยคีและคุรู นับจากนั้นแต่ละปีมีชาวตะวันตกหลายหมื่นคนเดินทางไปค้นหาความสงบทางจิตใจตามอาศรมและสถานที่สันโดษที่มีอยู่ทั่วอินเดีย เฉพาะช่วงต้นเดือนมีนาคม 2010 ชาวตะวันตกมากกว่า 400 คนไปรวมตัวกันที่เมืองฤาษีเกศ ริมฝั่งแม่น้ำคงคาเพื่อร่วมเทศกาลโยคะนานาชาติครั้งที่ 12 เข้าชั้นเรียนโยคะหรือทำสมาธิตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999 ครั้งนั้นมีคนร่วมงานเพียง 50 คน นำท่านแวะชม ถ้ำฤษีวษิต (Vashist Cave) ซึ๋งถ้ำโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระยะทาง ห่างจากเมืองฤาษีเกษ 25 กิโลเมตร บนถนนเทวะประยาค ถ้ำนี้เป็นสถานที่ปลงอาบัติของท่านฤษีวษิต
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย จากนั้น นำท่านเดินเที่ยวชมเมือง และตลาดเมืองฤษีเกษบริเวณ สะพานรามจุฬา (Ram Chula) ถึง สะพานลักษมันจุฬา (Laxman Chula) สะพานแห่งนี้มีจุดเด่นที่ลักษณะของสะพาน เป็นสะพานแขวนเหล็กที่สร้างขึ้นมาแทนสะพานเก่าที่ทำด้วยเชือกปอกระเจา และได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 1924 ทำให้น้ำพัดสะพานเสียหาย สะพานใหม่สร้างเสร็จในปี 1989
 
เย็น นำท่านเข้าร่วม พิธีคงคาอารตี (Ganga Aarti) ที่อาศรม ปรามาท นิเกตัน (Pramath Niketan Ashram) พิธีคงคาอารตีที่นี่เริ่มต้นเวลา 17.30 น. ของทุกวัน ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ริมตลิ่งจะมีเทวรูปมหาเทพศิวะท่าสมาธิ เสียงสวดมนตราท่ามกลางแสงประทีป และพิธีกรรมช่วยสร้างบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น หลังเสร็จพิธีคงคาอารตี นำท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรมที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ Great Ganga Hotel
 

วันที่ 3 ฤษีเกษ - รุทรปรายาค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองรุทรปรายาค (Rudraprayag) (ระยะทาง 140 กม. ใช้เวลาประมาณ 6 ชม.) เดินทางลัดเลาะชมธรรมชาติสองข้างทางตามไหล่เขาและเส้นทางที่มีแม่น้ำอลัคนันดาเป็นเพื่อนร่วมทาง เมืองรุทรประยาคซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 2,936 ฟุตหรือ 895 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ระหว่างทาง
 
บ่าย เดินทางต่อสู่เมืองรุทรปรายาค แล้วนำท่านเช็คอินเข้าที่พัก ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อปรับสภาพร่างกายในระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น และผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม
 
พักที่ Monal Resort
 

วันที่ 4 รุทรปรายาค - ภัทรินาถ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางสู่ เมืองภัทรินาถ (Badrinath) ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 7 ชม. เมืองภัทรินาถ (Badrinath) เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่สถิตย์ของพระวิษณุ หนึ่งในสี่ทิศของอินเดีย (ได้แก่ ภัทรินาถ ทิศเหนือ, ปูริ ทิศตะวันออก, ราเมศวราม ทิศใต้ และทวารกา ทิศตะวันตก) ซึ่งได้รับการกำหนดในศตวรรษที่ 8 โดยท่านอติ สังฆราจารย์ (Adi Shankaracharya) ซึ่งเป็นปรัชญาเมธีคนสำคัญของฮินดู) เมืองนี้อยู่ในเขาการ์วัล สูง11,204 ฟุต หรือ 3,415 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ท่ามกลางเทือกเขานาร์ (Nar) และนารายณะ (Narayana) โดยมียอดเขานิลกัณฐ์ (Neelkantha Peak) ที่สูง 6,560 เมตรจากระดับน้ำทะเลเป็นฉากหลังที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของยอดเขาที่ต้องแสงแดดในยามเช้า
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ระหว่างทาง
 
บ่าย เดินทางต่อสู่เมืองภัทรินาถ แล้วนำท่านเช็คอินเข้าที่พัก
 
เย็น นำท่านไปชม หมู่บ้านมานะ (Mana village) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ เมืองภัทรินาถ ตั้งอยู่เพียงไม่กี่เมตรภายในชายแดนอินโดทิเบตในเทือกเขาหิมาลัย หมู่บ้านนี้เรียกว่า หมู่บ้านสุดท้ายของอินเดีย เมื่อชายแดนอินโดทิเบตได้กำหนดให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว หมู่บ้านนี้มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน และเราสามารถมองเห็นจริงร่องรอยของมหาภารตะกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านเล็กๆ นี้บางส่วนของสถานที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งที่ต้องดูคือ Bheem Pui Bridge ก้อนหินขนาดมหึมาที่เกิดขึ้นเป็นสะพาน ข้ามแม่น้ำสรัสวดี, ถ้ำฤาษีวยาส (Vyas Cave) และถ้ำพระพิฆเนศวร (Ganesh Cave)
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ Sarovar Portico Hotel
 

วันที่ 5 ภัทรินาถ - โควินด์ ฆาต - แกงกาเรีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโควินด์ฆาต (Govind Ghat) ระยะทาง 24 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถึงเมืองโควินด์ ฆาต จุดเริ่มต้นของการเดินเท้าสู่ แกงกาเรีย (Ghangaria) ระยะทาง 13 กม. เป็นฐานที่ตั้งแคมป์สำหรับจุดเดินทางสู่หุบเขาดอกไม้ โดยนั่งม้าจากสะพานแขวนข้ามแม่น้ำอลัคนันดา แล้วลัดเลาะขึ้นเขาอันคดเคี้ยว ชมวิวป่าสนที่ปกคลุมด้วยทะเลหมอกที่ลอยต่ำใต้ยอดเขา เสมือนได้เห็นสวรรค์อยู่ตรงหน้าเป็นภาพที่สวยสุดใจ เดินทางต่อชมธรรมชาติทัศนียภาพ ระหว่างเดินทางมีเสียงของโตรกธารและสายน้ำใสไหลเย็นเป็นเพื่อนร่วมทางจนถึงแคมป์ ***ท่านสามารถนั่งม้าไปตลอดเส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. (ค่านั่งม้าไม่รวมในค่าทัวร์) หรือเดินเทรคกิ้งเพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด***
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค ระหว่างทาง
 
บ่าย เดินทางถึงแกงกาเรีย นำท่านเช็คอินเข้าที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยหลังจากดินทางไกล
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก
 
พักที่ Deluxe Tents
 

วันที่ 6 แกงกาเรีย-หุบเขาดอกไม้-แกงกาเรีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก นำท่านออกเดินเทรคกิ้งสู่ หุบเขาดอกไม้ (Valley of Flower) ระยะทาง 3-7 กม. (แล้วแต่เส้นทาง) ชมทุ่งดอกไม้ที่ดารดาษไปด้วยดอกไม้ป่าที่หายากหลากชนิดต่างสายพันธุ์ในเทือกเขาหิมาลัย ***ท่านสามารถนั่งเสลี่ยงแบบ 4 คนแบกได้ (ค่านั่งเสลี่ยงไม่รวมในค่าทัวร์)*** หุบเขาแห่งดอกไม้ (Valley of Flower) เป็นอุทยานแห่งชาติและเขตอนุรักษ์ทางชีวภาพ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย ในหุบเขา Bhyundar ที่ระดับความสูง 3,658 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หุบเขาแห่งนี้อุดมไปด้วยความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์และสรรพสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติของอินเดียในปี 1982 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย ด้วยความงามและธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ทำให้หุบเขาแห่งดอกไม้เป็นสถานที่ในฝันของนักเดินทางผู้รักธรรมชาติและการผจญภัย
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก
 
บ่าย ให้เวลาท่านเพลิดเพลินเดินชมทุ่งดอกไม้ที่มีเนื้อที่ถึง 20 ตร.กม. มีดอกไม้ที่หายากมากมาย และชมยอดเขาหิมะที่ล้อมรอบยอดเขา เช่น NILGIRI PONBAT (6,474 ม.) มีลำธาร PUOHPAWAT และลำธารเล็กๆไหลผ่านทุ่งดอกไม้รวมทั้งมีน้ำตกที่สวยงามมาก จนได้เวลาสมควรเดินทางกลับแคมป์แกงกาเรีย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก
 
พักที่ Deluxe Tents
 

วันที่ 7 แกงกาเรีย – โควินด์ ฆาต - รุทรปรายาค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก นำท่านเดินเทรคกิ้ง (หรือนั่งม้า) กลับมายัง เมืองโควินด์ ฆาต ตามเส้นทางเดิม ระยะทาง 13 กม.
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
 
บ่าย เดินทางถึงเมืองโควินด์ ฆาต นำท่านขึ้นรถเดินทางสู่ เมืองรุทรปรายาค ระยะทาง 140 กม. ใช้เวลาประมาณ 6 ชม.
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
 
พักที่ Monal Resort
 

วันที่ 8 รุทรปรายาค - อุตตรกาสี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอุตตรกาสี (Uttarakashi) ระยะทาง 165 กม. ใช้เวลาประมาณ 7 ชม. เมืองอุตตรกาสี เป็นเมืองตากอากาศบนเขาที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่กึ่งกลางเส้นทางขึ้นคังโคตรี ริมฝั่งแม่น้ำ Bhagirathi
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
 
บ่าย แวะชม วัดวิศวนาท (Vishwanath Temple) ซึ่งเป็นวัดโบราณอุทิศให้กับพระศิวะ ตั้งอยู่กลางเมืองอุตตรกาสี ตามตำนานกล่าวว่าวัดแห่งนี้สร้างโดยปรศุราม อวตารปางหนึ่งของพระนารายณ์ และซ่อมแซมโดยมหารานี คเณติ (Maharani Khaneti) พระชายาของมหาราชาสุธารศาน ชาห์ (Maharaja Sudarshan Shah) ในปี 1857 ภายในวัด ประดิษฐานศิวลึงค์ไว้ให้ผู้แสวงบุญชาวฮินดู มานมัสการระหว่างการมาแสวงบุญที่ อุตตรกาสี คังโคตรี และยมุโนตรี หลังจากนั้น แวะชม วัดศักติ (Shakti Temple) มีตรีศูลขนาดใหญ่สูง 6 เมตรไว้ด้านหน้าวัด ด้านบนของตรีศูลสร้างด้วยเหล็ก และส่วนด้ามด้านล่างสร้างจากทองแดง มีตำนานว่าตรีศูลนี้ พระนางทุรคาเทวี ปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี ขว้างสังหารอสูร และยังคงประดิษฐานอยู่หน้าวัดนับจากนั้น
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ Shiv Parivar Hotel
 

วันที่ 9 อุตตรกาสี – คังโคตรี – อุตตรกาสี
เข้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางไปยัง เมืองคังโคตรี (Gangotri) ระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. เมืองคังโคตรี (Gangotri) เป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำคงคาที่แท้จริง หรือที่ชาวฮินดูเชื่อว่าแม่น้ำคงคาไหลจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ที่เมืองนี้ ตั้งอยู่บนต้นแม่น้ำภคีรถี (Bhagirathi River) ที่ความสูง 3,048 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนเทือกเขาการห์วาล หิมาลายา (Garhwal Himalaya) เมืองคังโคตรี (Gangotri) จะเปิดให้ผู้แสวงบุญเข้ามาเยือนได้เพียงปีละ 6 เดือน ระหว่างต้นเดือนพฤษภาคม ถึงปลายเดือนตุลาคม ของทุกปี หลังจากนั้นเมืองนี้จะปิดในช่วงฤดูหนาวที่มักมีหิมะตกหนัก และหิมะถล่ม ชาวเมืองจะย้ายลงไปอยู่ที่เมืองอื่นๆ ด้านล่าง เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิชาวบ้านและผู้แสวงบุญชาวฮินดูจะอัญเชิญเทวรูป พระแม่คงคาขึ้นเสลี่ยงเดินเท้าขึ้นมาจากหมู่บ้านมุกห์วาส ใกล้เมืองฮาร์ซิล และมีพิธีเฉลิมฉลองต้อนรับการกลับมาของพระแม่คงคา หรือ กังกามาตา ทุกๆปี ระหว่างทาง นำท่านเดินทางตามลำน้ำภคีรถีไปสู่หมู่บ้านเล็กๆชื่อ ดาราลี (Dharali) ในเขตเมืองฮาร์ซิล (Harsil) ที่ระดับความสูง 2,620 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ริมฝั่งแม่น้ำภคีรถี แวะเที่ยวชม หมู่บ้านมุคห์วาส (Mukhwas Village) หมู่บ้านตั้งอยู่เพียง 1 กิโลเมตรจากเมืองฮาร์ซิล หมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระแม่คงคาในช่วงฤดูหนาวในขณะที่เมืองคังโคตรีจะปิดเพราะหิมะตกหนัก หมู่บ้านดาราลีเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนจะถึงเมืองคังโคตรี รายล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมะปกคลุมตามยอดรอบด้าน ภูมิทัศน์สวยงามอย่างน่ามหัศจรรย์ เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางและรักธรรมชาติ
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
 
บ่าย นำท่านนมัสการ เทวสถานคังโคตรี (Gangotri Shrine) ที่สร้างจากหินแกรนิตสีขาว โดยผู้บัญชาการทหารกูรข่า อมาร์ สิงห์ ทาพา (Amar Singh Thapa) ในศตวรรษที่ 18 อุทิศให้แก่พระแม่คงคาเทวี เทวสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ก้อนหินใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำชื่อ ภคีรถศิลา ที่เชื่อกันว่าพระราชาภคีรถบำเพ็ญตบะขอให้พระศิวะอัญเชิญพระแม่คงคาลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อล้างบาปให้แก่บรรพบุรุษของพระองค์ หลังจากนั้น ริมฝั่งแม่น้ำนี้เป็นที่สถิตของศิวลึงค์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ศิวลึงค์นี้เป็นหินตามธรรมชาติ และตั้งอยู่ในสถานที่เชื่อว่ามหาเทพศิวะได้นำมวยมุ่นผมของพระองค์รองรับน้ำจากพระแม่คงคาที่ไหลลงมาจากสวรรค์ได้รับ ศิวลึงค์นี้สามารถมองเห็นได้ในฤดูหนาวเมื่อระดับน้ำลดลง จากนั้น นำท่านเดินประมาณ 500 เมตร ขึ้นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำไปชมน้ำตกที่เป็นสัญลักษณ์ของต้นแม่น้ำคงคา ที่แม่น้ำภคีรถีไหลกระโจนตกลงไปจากระดับพื้นสู่เบื้องล่าง โดยแยกออกจากกันเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งมีชื่อว่า Gauri Kund และอีกด้านหนึ่งชื่อว่า Surya Kund ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่มีชื่อเสียงของคังโคตรี เป็นแก่งน้ำตกที่ลักษณะงดงามหาที่เปรียบได้ยาก ลักษณะของโขดหินแกรนิตที่ถูกน้ำกัดเซาะจนมีรูปลักษ์เว้าแหว่งแปลกงามตา ประกอบกับเสียงน้ำตกกระทบโขดหินสดใสเป็นกังวาน ช่วยให้ภูมิทัศน์แห่งนี้สวยงามน่าประทับใจ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับเมืองอุตตรกาสี ระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ Shiv Parivar Hotel
 

วันที่ 10 อุตตรกาสี - มัสซูรี่
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมัสซูรี่ (Mussoorie) ระยะทาง 165 กม. ใช้เวลาประมาณ 9 ชม. เมืองมัสซูรี่ (Mussoorie) เป็นเมืองตากอากาศในฤดูร้อนของชาวอินเดียและเป็นเมืองฮันนี่มูนบนสันเขาในเทือกเขาหิมาลัยที่เขียวขจีด้วยป่าสน ต้นไม้ขนาดใหญ่และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ และทะเลหมอกลอยระเรี่ยตามไหล่เขาตลอดทั้งวัน ทำให้เราเหมือนได้อยู่บนสวรรค์ก็มิปาน ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ราชินีแห่งขุนเขา”(Queen of Hills) เมืองมัสซูรี่ตั้งอยู่บนความสูง 2,000 เมตร หรือ 6,600 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง คำว่า “มัสซูรี่” เข้าใจว่ามาจากคำว่า Mansoor ซึ่งเป็นชื่อต้นไม้พื้นเมืองทรงพุ่มเตี้ยๆ แล้วแผลงคำเป็นมัสซูรี่ Mussoorie ในที่สุด
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
 
บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมัสซูรี่ แล้วเช็คอินเข้าที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม
 
พักที่ Fortune Resort Grace Hotel
 

วันที่ 11 มัสซูรี่ - เดห์ราดูน - นิวเดลี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินชมเมืองมัสซูรี่ ชม สวนสาธารณะของเมือง (Municipal Garden) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Company Bagh ตั้งอยูในบริเวณหุบเขาแห่งความสุข (Happy Valley) ชมและสัมผัสบรรยากาศสดชื่นจากน้ำตกที่สร้างขึ้นท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้และ ต้นไม้นานาพันธุ์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม หลังจากนั้นเดินทางสู่ ยอดเขากันฮิลล์ (Gun Hill) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนี้ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของเมืองมัสซูรี่
 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดห์ราดูน (Dehradun) ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เพื่อขึ้นรถไฟไปกรุงนิวเดลี
 
17.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงนิวเดลี โดยรถไฟปรับอากาศสาย Shatabdi Express
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำบนรถไฟ
 
22.45 น. เดินทางถึงกรุงนิวเดลี นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก
 
พักที่ Holiday Inn Aerocity Hotel
 

วันที่ 12 นิวเดลี - กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ
 
13.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI 332
 
19.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ / กรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : ตามรอยคงคา ฤาษีเกษ+หุบเขาแห่งดอกไม้ 12 วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบิน Air India ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด
 ค่าวีซ่าอินเดียสำหรับคนไทย
 ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ
 ค่าที่พักโรงแรม ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
 ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ
 ค่าเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) บนรถโค้ชวันละ 2 ขวด / ท่าน
 ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง
 ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
 ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
 ค่าประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางส่วนบุคคล จำนวนเงินประกันภัย 1,000,000 บาท

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ ประมาณวันละ 5 ดอลลาร์ คิดเป็น 12 วัน รวม 60 USD /ท่าน ตลอดการเดินทาง
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
 ค่าจัดทำเอกสาร และค่าทำธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์ โดยส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ต และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 40 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 20-29 วัน  หักมัดจำ 10,000 บาท/ท่าน หรือเรียกเก็บตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
 ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 1-19 วัน  เก็บค่าบริการ 100%

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1. หนังสือเดินทาง ที่มีอายุการใช้งานเกิน 6 เดือน
2. รูปถ่ายขนาด 2 x 2 นิ้ว พื้นหลังขาว จำนวน 2 ใบ
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด (ต้องเซ็นต์รับรอง ลายเซ็นเหมือนที่เซ็นต์ในเล่มหนังสือเดินทาง)
4. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด (ไม่จำเป็นต้องเซ็นชื่อรับรอง)
5. แบบฟอร์มกรอกข้อมูลส่วนตัวที่ทางบริษัทฯ จะส่งให้ท่านตอนจองทัวร์

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 10 ท่าน

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter