ทัวร์อาระเบีย : จอร์แดน – อิสราเอล 10 วัน

Royal Jordanian

จอร์แดน – อิสราเอล 10 วัน


ราคา 92,900 บาท

อัมมาน-เจราช-มาดาบา-เพตรา-ทะเลทรายวาดิรัม-อาคาบา-ทะเลเดดซี- อัจลุน-เจริโค (อิสราเอล)-เยรูซาเล็ม-อีน คาเร็ม-เบธเลเฮ็ม จอร์แดน (JORDAN) : มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปหลายพันปีก่อนคริสตกาล เป็นหมู่บ้านเกิดขึ้นที่เจริโค รัฐฮีบรูว์ และได้พัฒนาบ้านเรือนไปบนภูเขาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ขณะที่รัฐอื่นๆ และอัมมานตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก ต่อมาได้ถูกรุกรานโดยพวกต่าง ๆ รวมทั้งพวกเปอร์เซียนด้วย และทางตอนใต้ถูกครอบครองโดยชนเผ่าอาหรับที่มีเพตราเป็นเมืองหลวง ตลอดจนพวกโรมันได้เคยครอบครอง และมุสลิมอาหรับเป็นพวกสุดท้าย อิสราเอล (ISRAEL) : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดของ 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาคริสต์ ศาสนายูดาย และศาสนาอิสลาม ความแตกต่างด้านศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ The Holy Land และโบราณสถานที่สำคัญทางด้านศาสนา มีมรดกทางด้านประวัติศาสตร์ และความศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีที่ไหนในอิสราเอลมีความแตกต่างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เท่ากับในเมืองเยรูซาเล็ม

เดินทาง :
• 7 - 16 ต.ค. 60 
• 27 ธ.ค. 60 - 5 ม.ค. 61 
tag :
อัมมาน-เจราช-มาดาบา-เพตรา-ทะเลทรายวาดิรัม-อาคาบา-ทะเลเดดซี- อัจลุน-เจริโค (อิสราเอล)-เยรูซาเล็ม-อีน คาเร็ม-เบธเลเฮ็ม


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)
21.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9 แถว s
 

วันที่ 2 กรุงอัมมาน-เจราช-ประตูแห่งชัยชนะ-โรงละครโรมัน-วิหารอาร์ทีมีส
00.30 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอัมมมาน" โดยสายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน เที่ยวบิน RJ183
 
05.25 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติควีน อเลีย กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาล ซอลท์ (AL SALT) เมืองโบราณตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับหุบเขาจอร์แดน เป็นที่ตั้งของป้อมปราการที่ถูกทำลายในศตวรรษที่ 13 เป็นที่ตั้งถิ่นฐานที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ระหว่างหุบเขาจอร์แดนและทะเลทรายตะวันออก เนื่องจากประวัติความเป็นมาของการเชื่อมโยงการค้าระหว่างทะเลทรายตะวันออกและตะวันตกจึงเป็นสถานที่สำคัญสำของภูมิภาคนี้ สร้างขึ้นโดยกองทัพมาซิโดเนียในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดมหาราชถูกทําลายโดย Mongol
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย ชม เมืองเจราช (JERASH) เมืองโบราณยุคกรีก-โรมัน ถูกสร้างขึ้นราว 200 ปีก่อน คริสตศักราชอดีตเคยเป็นหนึ่งในสิบของหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ชมซากปรักหักพังที่ยังคงมีกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมัน และมีความสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินผ่านประตูทางทิศใต้หรือประตูแห่งชัยชนะ เป็นประตูที่ใช้เข้าสู่เมืองต่อเมื่อกองทัพรบชนะกลับมาในอดีต ชมโรงละครโรมัน ที่จุผู้ชมได้ถึง 5,000 คน เชิญทดสอบกับความมหัศจรรย์ของการคิดค้นการวางจุดให้เกิดเสียงเอ็คโคได้ เพียงพูดเบาๆ ตรงจุดกึ่งกลางของโรงละครแล้วจะได้ยินทั้งโรงละคร ชม วิหารอาร์ทีมีส เทพีแห่งความรักและความสงบสุข ชมความมหัศจรรย์ของก้อนหิน 3 ก้อนที่เรียงกันไม่ล้ม หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวตลอดเวลาของก้อนหินบนนิ้วมือ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
พักที่ IMPERIAL HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 อัมมาน-มาดาบา-เมาท์เนโบ-เครัค-เพตรา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบา (Madaba) หรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก -ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอห์น ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทางชม เมาท์ เนโบ (Mount Nebo) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจาก อียิปต์มายังเยรูซาเลม ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่างๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่ โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000 ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญ ลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่เมือง เครัค (Kerak) ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทาง ระหว่างทางขึ้นสู่เขาโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” ชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK) สร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครอง PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสด และสร้างเพื่อควบคุมเส้นทางทั้งทางเหนือและใต้และใช้ในการต่อสู้ในสงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ถูกเข้าทำลายโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN) ได้เวลาสมควรเดินทางสู่เมือง เพตรา [PETRA]
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
 
พักที่ PANORAMA HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 เพตรา-ทะเลทรายวาดิรัม-อาคาบา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ชมเมืองเพตร้า (Petra) (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดิน แดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล–ปี ค.ศ.100 และได้เข้ามาสร้างอาณา จักรบ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ.106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตราถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพัง ทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ.1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ “TRAVEL IN SYRIA” จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน นำท่านขี่ม้า เข้าเมืองเพตรา (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว และเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีค่าทิปให้แก่เคนขับรถม้าท่านละ 2 USD ต่อท่าน ต่อเที่ยว /แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ,นั่งรถม้า ฯลฯ สนใจกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์) ประมาณ 800 เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 ก.ม. ที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่ 1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประ กอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา เดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์ แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้าวิหารแห่งนี้ ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นตรงกันว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง, ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นสุสานฝังศพของผู้ ปกครองเมืองและเครือญาติ เดิมชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน สุสานกษัตริย์ ฯลฯ ชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่งสันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน / อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตรา
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญที่เมืองเพตร้า)ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และ เจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดน และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” (และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย Peter OToole, Omar Sharifฯลฯ) นำท่านนั่งรถ Jeep 4×4 รับบรรยากาศท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีชมพูอมส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์) ชมน้ำพุแห่งลอว์ เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พัก และคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน นำท่านท่องทะเลทรายต่อไปยังภูเขาคาซารี ชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ ที่เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ และรูปภาพต่าง ๆ ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ฯลฯ นำท่านเดินทางสู่ เมืองอคาบา (Aqaba) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ MARINA PLAZA BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 เมืองอคาบา-ทะเลเดดซี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ชม เมืองอคาบา (Aqaba) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประ เทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี นำท่านแวะถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ “ทะเลแดง” ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือประเทศจอร์แดน อิสราเอล อิยิปต์ และซาอุดิ อาระเบีย (ทะเลแดงทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ครั้งนึงได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่า ทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์แหวกทะเลแดงพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของอียิปต์เพื่อเดินทางไปสู่แผ่น ดินแห่งพันธสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล โดยการชูไม้เท้าของโมเสส ) นำท่านลงเรือท้องกระจก (BIG GLASS BOAT) แล่นในทะเลแดง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์ และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล, ปะการัง, ปลาทะเลหลากชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ จากนั้น ให้ท่านได้เดิน ช้อปปิ้งสินค้าต่างๆมากมาย ณ ตลาดของเมืองอาคาบา
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี (Dead Sea) ใช้เวลาในการเดินทาง 4 ชม.
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ DEAD SEA SPA HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 ทะเลเดดซี-อัจลุน-อัมมาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี Dead Sea ทะเลสาบเดดซีที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำ ทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์) แวะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก เดดซี เช่น โคลนพอกตัว พอกหน้า สบู่ และสินค้าอื่นที่ทำจากเดดซีอีกมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงอัมมาน
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน (Ajloun) อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจราชไปเล็กน้อย เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุน ถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ.1184-1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสดและในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลได้เวลาสมควรเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ IMPERIAL HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 อัมมาน-เจริโค-ยอดเขามะกอก-มัสยิดอัลอักซอ-โดม ออฟ เดอะ ร๊อค-คริสเตียน ควอเตอร์-โบสถ์พระคริสถ์-อเมเนียน ควอเทอร์-พิพิธภัณฑ์เดวิด
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางไปยังด่านที่ตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างประเทศจอร์แดนและประเทศอิสราเอล โดยจะต้องตรวจเอกสารเพื่อที่จะข้ามประเทศไปยังประเทศอิสราเอลโดยท่านสามารถเดินทางข้ามประเทศได้โดยใช้สะพาน ALLENBY BRIDGE อันมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศและเมื่อข้ามไปยังประเทศอิสราเอลแล้วท่านจะต้องผ่านการตรวจเอกสารอีกรอบเพื่อยืนยันในการเข้า จากนั้นนำท่านไปยังเมืองเจริโค (Jericho) หรือ รู้จักกันในนามว่า Tel AL – Sultan เขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์ เยริโค ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก นำท่านชมความเก่าแก่ของเมือง ซึ่งคงเหลือให้เห็นเป็นกำแพงป้องกันเมือง ท่านจะได้รับถึงบรรยากาศความโบราณที่ไม่อาจหาที่ไหนได้จากเมืองนี้ จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของเมืองที่ยอดเขามะกอก (Olive Mountain)ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์และวิวที่สวยงามจากบนเขานี้ จากนั้นนำท่านเดินตามเส้นทางที่พระเยซูเสด็จสู่กรุงเยรูซาเล็มในวันปาล์มซัน เดย์ ไปยังโบสถ์ข้าแต่บิดา (Pater Nostor Church) เป็นที่พระเยซูทรงสอนให้สาวก รู้จักคำอธิษฐาน ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ต่อไปยัง สวนเกทเสมนี (Gatsemane) ที่พระเยซูอธิษฐานกับสาวกและถูกทหารโรมันจับตัว ในสวนนี้ยังมีต้นมะกอกเก่าแก่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่ารากเดิมเป็นต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้า ชมโบสถ์นานาชาติ (Church Of All Nations) มี ก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัว จากนั้นนำท่านไปยัง มัสยิดอัลอักซอ (Al-Aqsa Mosque ) มัสยิดที่ นบีสุไลมานสร้างขึ้นและถูกใช้เป็นกิบลัต(ทิศที่มุสลิมหันหน้าไปเวลาละหมาด) แห่งแรก นอกจากนี้แล้วมัสยิดอัลอักซอยังเป็นศาสนสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์อิสลามอันเนื่องมาจากการที่มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ท่านนบีมุฮำมัด ได้ละหมาดก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นสู่ชั้นฟ้าเบื้องสูงในเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า”อิสรออและเมี๊ยะรอจญ์” แต่ปัจจุบันนี้ ไม่อนุญาตให้เราละหมาดหันไปทางกรุงเยรูซาเล็มและมัสญิดอัลอักซอแล้ว หลังจากนั้นนำท่านไปยัง Dome of the Rock เป็นศาสนสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดในเยรูซาเล็ม เพราะความใหญ่โต และสวยงามน่าประทับใจ ที่สามารถมองเห็นได้จากทุกทิศในเยรูซาเล็ม นอกจากนั้นยังเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของมุสลิมอีกด้วย Dome of the Rock ไม่ใช่มัสยิด แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิม โดยสถานที่นี้สร้างครอบหินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งท่านศาสดา ขึ้นสู่สวรรค์ในค่ำคืนเดียว หินศักดิ์สิทธิ์นี้ กล่าวกันว่ามีมาตั้งแต่ก่อนการมาของอิสลาม ชาวยิวเชื่อว่าบนหินก้อนนี้แหละ ที่นบีอิบรอฮีม เตรียมการบูชายัญบุตรชาย (ในส่วนของมุสลิม เหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในมักกะฮฺ) นอกจากนั้นยังเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่า โดม ออฟ รอค สร้างอยู่บนสถานที่ที่เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 2 แห่งของยิว คือ อารามแห่งโซโลมอน และ อารามแห่งเฮรอต (Solomons Temple and Herods Temple)
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางต่อไปยังส่วน ของเมืองเก่าที่เรียกว่า คริสเตียน ควอเตอร์ (CHRISTIAN QUARTER) ซึ่งในเมืองเก่าแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันและสามส่วนที่เหลือได้แก่ Jewish Quarter, Muslim Quarter และ Armenian Quarter นำท่านไปสู่ โบสถ์พระคริสต์ (Church of the holy sepulcher) สถานที่เชื่อว่าเป็นที่ที่พระเยซูถูกตรึงพระองค์ไว้บนไม้กางเขน นำท่านชมบริเวณโดยรอบ เดินเท้าต่อสู่โบสถ์ St. Anne Church และชมสระเบธไซดา ( Pool of Bethsaida ) ในอดีตมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาโรคได้ / เดินเท้าไปตามถนนเวียโดโลโรซา ( Via Dolorosa ) ถนนแห่งนี้มีความสำคัญคือเพราะเป็นสถานที่เชื่อกันว่า เป็นเส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาลปรีโทเรีย จนถูกบังคับให้แบก ไม้กางเขนไปสู่โกลโกธา นั่นเอง จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังส่วน Armenian Quarter ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เล็กที่สุดของ 4 Quarters โดยมีผู้ อาศัยอยู่น้อยที่สุดเช่นกัน (ในปี 2001 มีชาว Armenian อาศัยอยู่เพียง 2,500 คน )นำท่านชมโดยรอบ บันทึกภาพความเก่าแก่และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Armenian ไว้ หลังจากนั้นนำท่านไปยัง Western wall หรือที่รู้จักกันว่ากำแพงร้องไห้กำแพงด้านตะวันตกของพระวิหารหลังที่สองที่เหลืออยู่หลังจากถูกโรมันทำลายปัจจุบันชาวยิวทั่วโลกถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาจะมีชาวยิวมากมายเดินทางมาสวดมนต์อธิษฐานกันอย่างเนืองแน่น หลังจากนั้นใกล้เคียงกัน นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เดวิด David Museum ซึ่งด้านในจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอิสราเอลได้อย่างชัดเจน เมื่อสมควรแก่เวลาก็กลับสู่ที่พัก
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
พักที่ PRIMA KINGS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 8 อีน คาเร็ม-เบธเลเฮ็ม-บ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองอีน คาเร็ม (Ein Karem) หมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตก เฉียงใต้ของประเทศ เพื่อเยี่ยมชม Yad Vachem สถานที่ที่บันทึกถึง ความสูญเสียของชนชาติยิวในอดีต ในนี้จะมีประวัติศาสตร์ของชนชาติยิวอยู่มากมายให้ท่านเยี่ยมชมได้เต็มที่ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ภูเขาศักดิ์สิทธ์ไซออน (Zion Mountain ) ภูเขาลูกหนึ่งในเยรูซาเลมโบราณ ชาวยิวเชื่อว่า ศาสดาเดวิด (David) หรือ David Faryar Veshkini ได้สร้างสักการะสถานหลังหนึ่งไว้บนนั้น จึงถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยมชม วัดนักบุญเปโตร (St Pietro in Gallicantu ) วัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 ณ สถานที่ที่ถือกันว่าเคยเป็นบ้านของมหาสมณคายาฟาส
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางข้ามเขตแดนเยรูซาเล็มสู่เมืองเบธเลเฮ็ม (Bethlehem) เมืองเล็ก ๆ ในแคว้นยูเดียทางตอนใต้ของอิสราเอลในปัจจุบัน อยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร เยี่ยมชม บ้านเกิดของNABINA ISSA และบ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด (King David”s Tomb) กษัตริย์องค์ที่สองของอาณาจักรอิสราเอล กล่าวกันว่ามีคุณธรรมและเป็นนักการทหารที่มีความสามารถ เป็นนักดนตรี กวี (เชื่อกันว่าเป็นผู้เขียนเพลงสดุดี (Psalms) หลายเพลง) ชมห้องอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) สถานที่ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวก เดินทางไปยัง ทุ่งหญ้าคน เลี้ยงแกะ(Sheperd´s Field ) ที่ทูตสวรรค์มาบอกข่าวการประสูติของพระเยซูแก่คนเลี้ยงแกะ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ The Church of Nativity ซึ่งสร้างครอบสถานที่ประสูติของพระเยซู เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษาให้รอดพ้นจากการถูก ทำลายจากผู้ครอบครองชาติแล้วชาติเล่าอย่างน่าอัศจรรย์ สมควรแก่เวลา นำท่านกลับสู่เยรูซาเล็ม เดินทางไปยัง Garden Tomb อุโมงค์ที่สกัดไว้ในศิลาที่ใช้เก็บพระศพของพระเยซูหลังจากเชิญพระศพลงมาจากกางเขน อุโมงค์ที่ว่างเปล่า ร่วมพิธีบัพติศมาระลึกถึงการทรงเป็นพระผู้ไถ่ที่ทรงมีชัยชนะเหนือความตาย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
 
พักที่ PRIMA KINGS HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 9 เยรูซาเล็ม-อัมมาน-ซิตี้ทัวร์-ตลาดเก่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชม ตลาดเก่า (Old Market) และ ตลาดสดเยฮูด้า(Yehuda Market )ให้ ท่านเยี่ยมชมบรรยากาศพื้นเมืองของตลาดและให้อิสระแก่ท่านในการช๊อปปิ้งของฝาก ของที่ระลึก ให้เต็มที่ นำท่านเดินทางกลับสู่ประเทศจอร์แดน โดยผ่านด่านที่ตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศจอร์แดน และจะต้องตรวจเอกสารอีครั้งเพื่อที่จะข้ามประเทศไปยังประเทศจอร์แดน โดยเดินทางข้ามประเทศได้โดยใช้สะพาน ALLENBY BRIDGE อันมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศและเมื่อข้ามไปยังประเทศจอร์แดน แล้วท่านจะต้องผ่านการตรวจเอกสารอีกรอบเพื่อยืนยันในการเข้า หลังเสร็จขั้นตอนต่างๆแล้ว จากนั้นเดินทางกลับสู่อัมมาน
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมานเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก กว่า 6,000 ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า, เมืองใหม่, ย่านธุรกิจ, ตลาดใจกลางเมือง, ย่านคนรวย ฯลฯ ขึ้นชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITADEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆ รอบเมือง ชมบริเวณภายในป้อมปราการ มีสิ่งปลูกสร้างมากมายด้วยกันศิลปแบบโรมัน และอิสลาม ชมบ่อเก็บน้าขนาดใหญ่ซึ่งถูกใช้ในช่วงที่ชาวโรมันเข้ามามีบทบาทในประเทศจอร์แดน อยู่ภายในบริเวณป้อมปราการอีกเช่นกัน และนำชมพิพิธภัณฑ์ เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้โดยโดยมีบ้านเรือนของชาวบ้านที่สร้างอยู่บนเทือกเขาเป็นฉากหลัง นำชมโรงละครโรมัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดน จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และ ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนัก นำชมพิพิธภัณฑ์ Folklore Museum มีการจัดแสดงวิถีชีวิตและการแต่งกายความเป็นไปและประเพณีต่างๆของชาวอาหรับในยุคต้นๆ อิสระในการช้อปปิ้งภายในห้างสรรพสินค้า MECCA MALL ซึ่งมีสินค้าให้ท่านเลือกมากมายเป็นของฝากจากจอร์แดน
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
 
23.30 น. ท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
 

วันที่ 10 อัมมาน–กรุงเทพฯ
02.40 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” สายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน เที่ยวบินที่ RJ180
 
15.35 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
 


Gallery : จอร์แดน – อิสราเอล 10 วัน

ค่าบริการรวม

 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อัมมาน-กรุงเทพฯ โดยสายการรอยัล จอร์แดเนี่ยน (RJ)
 ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
 ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
 ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
 ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
 ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิสราเอล, จอร์แดน (คณะเดินทางเป็นกรุ๊ปไม่ต้องทำวีซ่าเข้าจอร์แดน)
 ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
 ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ดอลลาร์
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 30 ดอลลาร์
(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
 ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

 หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.แสกนสีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า ต้องสแกนโดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูลขาดหายไป และชัดเจน (เพื่อทำวีซ่าออนไลน์)
2.แสกนรูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3.หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
กรณีเป็นพนักงาน
• จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด พร้อมประทับตราของบริษัท
กรณีเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
• จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร
เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ชุด
กรณีเป็นเจ้าของกิจการ
• สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
• จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน
เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
• จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตร ท่านที่บุตรเดินทางไปด้วยต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่(พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา)และต้องไปเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่า

4.หลักฐานการเงิน โดยต้องขอจากทางธนาคารเท่านั้น พร้อมถ่ายสำเนาจากสมุดเงินฝากส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน พร้อมหน้าบัญชีหน้าแรก (หากมีการต่อเล่ม กรุณาสำเนาหน้าแรกของเล่มที่ต่อพร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน)
5.ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการ
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter